หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

เผยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ชี้ หน้ากากอนามัย ลดการแพร่ระบาดของโควิดได้

แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในไทย จะเข้าสู่สภาวะที่ดีขึ้น เนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง แต่ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ว่า การระบาดของ COVID-19 ในไทยสิ้นสุดไปแล้ว เนื่องจากเชื้อไวรัสดังกล่าวจะใช้เวลาในการฟักตัวนานถึง 14 วัน และบางรายอาจไม่แสดงอาการป่วย ทำให้หน้ากากอนามัยยังเป็นอุปกรณ์ที่ประชาชนยังคงต้องให้ความสำคัญอยู่ ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อลดการแพร่ระบาด

 

    SPONSORED

และล่าสุด นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หรือหมอมนูญ ได้เผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับหน้ากากอนามัย ผ่านทางแฟนเพจ หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ว่า มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่หน้ากากอนามัยสามารถป้องกันและลดการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ได้ ซึ่งอ้างอิงจากรายงานของ ศาสตราจารย์ Yuen Kwok-yung จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง ที่กล่าวถึงประสิทธิภาพของหน้ากากอนามัย Surgical Mask ในการลดการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (งานวิจัยนี้รอการตีพิมพ์)

สำหรับการศึกษาในครั้งนี้ ทำการทดลองกับหนูแฮมสเตอร์เนื่องจากหนูแฮมสเตอร์มีตัวรับเชื้อไวรัสโควิด-19 เหมือนคน โดยนักวิทยาศาสตร์เลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไว้ในกรงหนึ่ง แยกออกจากหนูแฮมสเตอร์ที่ไม่ติดเชื้อ เลี้ยงไว้ในอีกกรงหนึ่ง (ในรายงานไม่ได้บอกถึงระยะห่างระหว่าง 2 กรง) และใช้พัดลมบังคับทิศทางลมให้หนูติดเชื้อเลี้ยงในกรงอยู่ต้นลม หนูไม่ติดเชื้อเลี้ยงในกรงอยู่ท้ายลม โดยทำการศึกษาดังนี้

  1. ไม่มีอะไรกั้นลมพัดจากกรงเลี้ยงหนูที่ติดเชื้อ ไปยังกรงเลี้ยงหนูที่ไม่ติดเชื้อ เหมือนกับกรณีที่คนป่วยและคนทั่วไปอยู่ใกล้กัน ต่างไม่ใส่หน้ากากอนามัย
  2. ปล่อยลมพัดผ่านกรงหนูที่ป่วย แล้วติดตั้งหน้ากากอนามัยก่อนที่ลมจะถึงกรงหนูที่ไม่ป่วย เหมือนกับกรณีที่คนป่วยไม่ใส่หน้ากากอนามัย อยู่ใกล้กับคนทั่วไปที่ใส่หน้ากาก
  3. ติดตั้งหน้ากากอนามัยกั้นลมที่พัดผ่านกรงหนูที่ป่วยทันที ก่อนลมจะไปถึงกรงหนูที่ไม่ป่วย เหมือนกับกรณีที่คนป่วยใส่หน้ากากอนามัยอยู่ใกล้กับคนทั่วไปที่ไม่ใส่หน้ากาก

ผลการศึกษาหลังจาก 1 สัปดาห์พบว่า

  • ในกรณีที่ 1 หนูแฮมสเตอร์ ในกรงที่ก่อนหน้านี้ไม่ป่วย ติดเชื้อไวรัสโควิด 10 ใน 15 ตัว (66%) 
  • ในกรณีที่ 2 หนูแฮมสเตอร์ ในกรงที่ก่อนหน้านี้ไม่ป่วย ติดเชื้อไวรัสโควิด 4 ใน 12 ตัว (33%) 
  • ในกรณีที่ 3 หนูแฮมสเตอร์ ในกรงที่ก่อนหน้านี้ไม่ป่วย ติดเชื้อไวรัสโควิด 2 ใน 12 ตัว (16.7%) 

ข้อมูลนี้หมายความว่า ถ้าทั้งคนป่วยอยู่ใกล้กับคนทั่วไป ต่างไม่ใส่หน้ากากอนามัย โอกาสติดเชื้อคนทั่วไปสูงถึงร้อยละ 66  หากคนป่วยไม่ใส่หน้ากากอยู่ใกล้กับคนทั่วไปที่ใส่หน้ากาก ลดการติดเชื้อคนทั่วไปได้ร้อยละ 50 และถ้าคนป่วยใส่หน้ากากอนามัย จะลดการติดเชื้อคนทั่วไปที่อยู่ใกล้และไม่ใส่หน้ากากได้ถึงร้อยละ 75 

การศึกษานี้ไม่ได้ใช้หน้ากากอนามัยกั้นลมหลังผ่านกรงหนูที่ป่วยและใช้หน้ากากกั้นลมก่อนถึงกรงหนูที่ไม่ป่วย เหมือนกรณีที่ทุกคนใส่หน้ากากอนามัย ไม่ว่าป่วยหรือไม่ เรารู้ว่าถ้าในกรณีทุกคนใส่หน้ากาก จะลดการติดเชื้อมากกว่าร้อยละ 75 แน่นอน แต่มากกว่าเท่าไหร่ยังตอบไม่ได้ 

การศึกษานี้ยืนยันประโยชน์ของการใส่หน้ากากอนามัยในการลดการติดเชื้อไวรัสโควิดได้ 
การศึกษานี้ใช้หน้ากากผ่าตัด surgical mask หน้ากากสีเขียวหรือสีฟ้าใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ไม่ใช่หน้ากากผ้า การใส่หน้ากากผ้าคงมีประโยชน์ อาจจะไม่ดีเท่าหน้ากากผ่าตัด

การสวมหน้ากากอนามัย ไม่ว่าหน้ากากผ้า หรือหน้ากากสีเขียวสีฟ้าในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้คนทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วย เพื่อเป็นการป้องกันและการลดการระบาดของเชื้อไวรัสไม่ให้ขยายวงกว้างขึ้น เมื่อจะต้องเดินทางออกนอกบ้านไปในที่ต่างๆที่มีคนจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นในห้างสรรพสินค้า รถไฟฟ้า รถขนส่งสาธารณะ หรือที่ที่มีผู้คนแออัด นอกจากจะเป็นการปกป้องผู้สวมใส่หน้ากากอนามัยให้ปลอดภัยแล้ว หากผู้สวมใส่หน้ากากอนามัยป่วยก็จะไม่แพร่เชื้อออกไปสู่คนอื่นด้วย 
คนไทยมากถึงร้อยละ 95 ให้ความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัย น่าภูมิใจไทยเป็นที่หนึ่งในประเทศอาเซียนทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัยและการล้างมือ (ดูรูป) ทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ขอให้คนไทยทุกคนร่วมมือสวมใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือกันต่อไป

 

 

-------------------------------------
ที่มา : หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC
เรียบเรียง : techmoblog.com

Update : 25/05/2020

covid-19 หน้ากากอนามัย



ข่าวที่เกี่ยวข้อง