หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

Apple ในปี 2016 ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีอะไรเกิดขึ้นบ้างภายใต้การคุมทัพของ Tim Cook ?

Apple นับว่าเป็นบริษัทที่มักจะยึดพื้นที่พิเศษในวงการไอทีไว้อยู่เสมอ โดยในครั้งแรกขณะที่ Steve Jobs ดำรงตำแหน่งเป็นซีอีโอ ก็เคยได้ผลักดันเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้แก่ผู้ใช้งาน แต่ทว่า Steve Jobs ประกาศลงตำแหน่งซีอีโอเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2011 ทำให้ Tim Cook อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการได้รับเลือกขึ้นเป็นหัวเรือใหญ่ พร้อมสืบสานอุดมการณ์เพื่อป้อนผลิตภัณฑ์ชั้นดีให้แก่ผู้บริโภคตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ว่าภายในปี 2016 ที่ผ่านมานี้ Tim Cook กับ Apple เป็นอย่างไรบ้าง? เราจะพาทุกคนไปติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี รวมถึงความคาดหมายต่อสินค้าใหม่ๆ ในปี 2017 กันครับ

ภาพรวมของ Apple, iPhone และบริการรูปแบบต่างๆ

    SPONSORED

ในปี 2016 Apple ยังคงเป็นบริษัทที่ยึดรายได้หลักมาจากผลิตภัณฑ์ตระกูล iPhone อยู่ โดยกำไรกว่า 60% ล้วนแล้วแต่มาจาก iPhone ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าตัวเลขอาจดูน่าประทับใจ แต่ทว่ายอดขายของ iPhone กลับลดลงจากปีที่แล้วที่เคยทำได้ได้ราว 63% ซึ่งบางไตรมาสเคยทำกำไรรวมได้สูงสุดถึง 69% จากการขายเพียงแค่ iPhone เท่านั้น

ในส่วนของภาพรวมการให้บริการนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันได้ก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่เป็นอับดับที่ 2 ภายใน Apple แล้ว โดยสามารถทำกำไรได้ 14% เมื่อเทียบกับกำไรทั้งหมดของบริษัทในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านทาง ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า Apple สามารถทำกำไรได้จากธุรกิจประเภทบริการอย่าง App Store และ Apple Music ได้มากกว่าผลิตภัณฑ์จำพวก Mac หรือ iPad เสียอีก

เมื่อพูดถึง iPad แล้ว ในปี 2016 อาจไม่ใช่ปีทองสำหรับแท็ปเล็ตจาก Apple เท่าไหร่นัก เนื่องจากยอดขายได้ถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลระบุว่า Apple สามารถขาย iPad ได้น้อยกว่า 10 ล้านเครื่องใน 1 ไตรมาส ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าช่วงปีที่ผ่านๆ มาถึง 50% เลยทีเดียว 

มีอะไรเกิดขึ้นใหม่ในปี 2016?

หากเราย้อนดูตลอดปี 2016 ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า Apple ได้เปิดตัวสินค้าชิ้นสำคัญถึง 7 อย่างด้วยกัน รวมไปถึงระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่หมดจด โดยรายชื่อสินค้าที่ได้รับการเผยโฉมสู่สายตาชาวโลก มีดังต่อไปนี้

iPhone SE

เปิดตัว : เดือนมีนาคม

สำหรับงานอีเวนท์เปิดตัวครั้งแรกประจำปี 2016 ได้ถูกจัดขึ้น ณ หอประชุมใน Cupertino โดยสินค้าชิ้นแรกที่ได้เปิดตัวภายในงานวันนั้นนั่นก็คือ iPhone SE ซึ่งนับว่าเป็นไอโฟนรุ่นพิเศษที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4 นิ้วไซส์กะทัดรัด พร้อมได้รับการออกแบบดีไซน์เหมือนกับ iPhone 5 และ 5s แต่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังประสิทธิภาพสูงแบบเดียวกับที่ใช้บน iPhone 6s อย่างชิปเซ็ต Apple A9 รวมทั้งยังติดตั้งกล้องหลังความละเอียดสูง 12 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอบนความละเอียดระดับ 4K และรองรับ Live Photos นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ถูกฝังอยู่ภายใต้ปุ่มโฮม แถมยังเป็นหนึ่งใน iPhone ที่มีอายุของแบตเตอรี่ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานอีกด้วย

iPhone iPad Pro 9.7"

เปิดตัว : เดือนมีนาคม

ภายในงานอีเวนท์เปิดตัว iPhone SE แล้ว Apple ได้ทำการเผยโฉม iPad Pro ขนาด 9.7 นิ้ว ซึ่งนับว่าเป็นแท็ปเล็ตที่ตอบสนองการใช้งานแบบ professional แถมยังพกพาได้ง่ายกว่ารุ่น 12.9 นิ้ว นอกจากนี้ยังติดตั้งชิปเซ็ตตัวแรงแบบเดียวกับที่ iPad Pro รุ่นอื่นเลือกใช้ แถมยังเปิดตัวมาด้วยราคาที่ต่ำกว่า Apple ยังได้เปิดตัว Ambient Display ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยปรับอุณหภูมิของสีบนหน้าจอให้ตรงกับสภาวะแสงรอบนอก อีกทั้ง ทางบริษัทยังได้มีการปรับปรุงคุณภาพของลำโพง รวมถึงปรับข้อบกพร่องด้านอื่นให้แก่ iPad Pro 9.7 นิ้วด้วย

iOS 10

เปิดตัว : เดือนมิถุนายน

ขยับมาที่งาน WWDC กันบ้าง โดยภายในงานถึงแม้ว่าจะไม่มีการเปิดตัวสินค้าประเภทฮาร์ดแวร์ชิ้นใหม่เลย แต่ระบบปฏิบัติการ iOS 10 นับว่าเป็นหนึ่งในตัวชูโรงในวันนั้น โดย iOS 10 ได้รับการยกเครื่องใหม่รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม widget สำหรับหน้า lock screen, เพิ่มวิธีการปลดล็อคหน้าจอแบบใหม่ และเข้าใช้งานฟังก์ชันกล้องดิจิทัลด้านง่ายขึ้น นอกจากนี้ผู้ช่วยส่วนตัวอย่าง Siri ก็ได้รับการปรับปรุงด้วยเช่นเดียวกัน รวมทั้งยังได้มีการพลิกโฉมอินเทอร์โฟสของหน้า Home รวมถึงหน้า Apple Music ด้วย (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมฟีเจอร์เด่นของ iOS 10 ได้ที่นี่)

iPhone 7

เปิดตัว : กันยายน

สำหรับช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ของ Apple ในปีนี้คงหนีไม่พ้นงานอีเวนท์เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่นั่นเอง โดยภายในปีนี้ Apple ยังเลือกเปิดตัวมือถือใหม่ออกมา 2 รุ่นอยู่เช่นเดิม หนึ่งในนั้นก็คือ iPhone 7 ที่มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 4.7 นิ้ว พร้อมชิปเซ็ตประมวลผลรุ่นใหม่ Apple A10 fusion ที่แรงขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังขยับฐานความจุของตัวเครื่องไปเริ่มต้นที่ 32GB พร้อมปรับปรุงกล้องดิจิทัล iSight ให้ดีขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งยังเพิ่มฟีเจอร์เด็ดอย่างคุณสมบัติการน้ำกันฝุ่น รวมถึงสีดำแบบใหม่ถึง 2 สี ได้แก่ สีดำด้าน Matte Black และสีดำเงา Jet Black นั่นเอง

iPhone 7 Plus

เปิดตัว : กันยายน

แม้ว่า iPhone 7 จะเรียกเสียงฮือฮาได้จากผู้ชมได้พอสมควรแล้ว แต่ iPhone 7 Plus สมาร์ทโฟนรุ่นพี่ตัวท็อป กลับสร้างเสียงฮือฮาได้มากกว่าด้วยระบบกล้องหลังคู่ Dual-Camera เป็นรุ่นแรกของ iPhone โดยทาง Apple เลือกติดตั้งกล้องดิจิทัลตัวที่ 2 พร้อมเลนส์ Telephoto ที่ช่วยให้สามารถถ่ายภาพบุคคลหรือ Portrait ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังมาพร้อมกับฟีเจอร์หน้าชัดหลังเบลอเพื่อช่วยสร้างเอฟเฟ็กต์ โบเก้ (Bokeh)

Apple Watch Series 2

เปิดตัว : กันยายน

นอกเหนือจากการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่แล้ว ทาง Apple ยังได้เปิดตัว Apple Watch Series 2 นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นสานต่อที่ได้รับการปรับปรุง 2 ข้อใหญ่ ประกอบไปด้วย การเพิ่ม GPS ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตามข้อมูลด้าน location ที่มีความแม่นยำสูงสำหรับใส่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ ยังยกระดับการใช้งานในสภาพอากาศที่หลากหลายด้วยฟีเจอร์กันน้ำ ที่ผู้ใช้สามารถใส่ลงไปว่ายน้ำได้เลยทันที โดยเมื่อเปิดตัวรุ่นใหม่ออกมาแล้ว Apple ยังได้ลดราคาสำหรับ Apple Watch รุ่นเก่าให้น้อยลงเพื่อหลีกทางด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้รับการปรับปรุงบนผลิตภัณฑ์ตระกูลอัจฉริยะมากที่สุดนั่นก็คือ ระบบปฏิบัติการ Apple Watch OS version 3 ที่ยกเครื่องด้านความเร็วอย่างเห็นได้ชัด

AirPods

เปิดตัว : กันยายน

ถึงแม้ว่าภายในปี 2016 อาจไม่มีผลิตภัณฑ์ที่มีการพลิกโฉมแบบของจริงให้เราเห็นมากเท่าไหน่นัก แต่ทว่าหูฟังไร้สาย AirPods อาจเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าได้รับการพลิกโฉมมากที่สุดในปีนี้เลยก็ว่าได้ โดย AirPods ถูกเปิดตัวมาคู่กับ iPhone 7 ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานถึง 5 ชั่วโมงต่อกการชาร์จเพียง 1 ครั้ง และหากพกพา Charging Case เคสเก็บหูฟังที่มีพลังงานแบตเตอรี่ภายในตัว จะทำให้สามารถใช้งานได้นานสุดถึง 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าดีไซน์ของ AirPods อาจจะดูแปลกตา จนทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่า จะทำหลุดออกจากหูได้ง่ายหรือไม่ แต่ AirPods กลับสร้างเซอร์ไพรส์เพราะจากการทดสอบของหลายสื่อพบว่า แม้จะใส่วิ่งหรือสะบัดหัว AirPods ก็ไม่ยอมหลุดออกจากหูให้เห็นแม้แต่ครั้งเดียว อีกทั้ง Tim Cook ซีอีโอของ Apple ก็ได้เปิดเผยประสบการณ์การใช้งานเอาไว้ว่า หูฟัง AirPods ไม่หลุดหายอย่างแน่นอน แต่หากมีสายจะยิ่งทำให้หลุดหายง่ายขึ้น

ภาพรวมด้านการเงิน

Apple ยังคงดำเนินธุรกิจด้วยการสร้างกำไรบนอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนมาโดยต่อเนื่อง แต่สำหรับปี 2016 นับว่าเป็นครั้งแรกที่ยอดขายกลับลดลง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เราจะเป็นที่ทราบกันดีว่า Apple คงไม่สามารถรักษายอดขายที่สูงส่งอย่างต่อเนื่องไปได้ตลอดกาล แต่หากพิจารณาจากยอดขายที่ดิ่งลงในประเทศจีน รวมไปถึงประเทศอินเดีย ยอดขาย iPhone นับว่าลดลงจากปีที่แล้วซึ่งเคยทำลายสถิติเอาไว้ ถึงแม้ว่าตัวเลขดังกล่าวอาจจะเป็นเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่มันกลับเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า การลุยตลาดของ iPhone ในประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นเรื่องที่ทำได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากสมาร์ทโฟน Android ที่เปิดตัวมาด้วยราคาถูกกว่าสามารถดึงดูดผู้ใช้งานระดับกลางได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ หุ้นของ Apple อาจไม่ได้เป็นไปอย่างราบลื่นภายในปี 2016 เพราะในความเป็นจริงแล้ว บริษัทเริ่มต้นได้ไม่สวยเท่าไหร่ในช่วงต้นปี ส่งผลให้มูลค่าของหุ้นได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมูลค่าหุ้นได้ลดลงทำให้ตัวเลขอยู่ที่ราว 3,200 บาท ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเพื่อซื้อหุ้นคืนจากตลาด ซึ่งหลังจากนั้นได้ไม่นาน สถานการณ์หุ้นของ Apple ได้เริ่มกลับคืนมาอย่างช้าๆ แต่เป็นไปอย่างมั่นคง โดยภายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี หุ้น Apple มีมูลค่าราว 4,100 บาท และคงที่อยู่ที่ตัวเลขดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน

Apple และ iPhone ในปี 2017 จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?

ภายในปี 2017 นับว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่สำคัญ และน่าจับตามองไม่ใช่น้อย เพราะจะเป็นการครบรอบวาระ 10 ปีนับตั้งแต่ iPhone รุ่นแรกถูกเปิดตัว ซึ่งได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นสำคัญที่สุดของยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีรายนี้ ตามข้อมูลและกระแสข่าวที่ผ่านมาระบุว่า iPhone รุ่นใหม่จะถูกปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยหน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบทั้งตัวเครื่อง แต่ทว่าการที่ Apple จะสามารถผลิต iPhone ลักษณะแบบนี้ได้นั้น Apple ต้องมั่นใจได้ว่าบริษัทจะมีส่วนประกอบสำหรับการผลิตที่มากพอ โดยหากพิจารณาจากยอดขาย iPhone ที่สามารถทำได้ 10 ล้านเครื่องต่อ 1 ไตรมาสนั้น เท่ากับว่า Apple จะต้องหาหน้าจอแสดงผลแบบ OLED สำหรับดีไซน์ของ iPhone รุ่นใหม่ให้ได้ในจำนวนที่เพียงพอนั่นเอง อย่างไรก็ตาม (อ่านข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ iPhone 8 ได้ที่นี่) นอกเหนือจาก iPhone โฉมใหม่ในปี 2017 แล้ว Apple ยังแอบพัฒนาโปรเจ็กต์ลับและไม่ลับด้วย ดังต่อไปนี้

โปรเจ็กต์ลับ?

สำหรับโปรเจ็กต์แรกที่มีรายงานว่าทาง Apple กำลังพัฒนาอยู่คือ digital glasses ซึ่งในขณะนี้โปรเจ็กต์ดังกล่าวกำลังอยู่ในกระบวนการค้นคว้า อีกทั้งทางบริษัทยังไม่ได้มีการตัดสินใจแน่ชัดว่า จะมีการนำมาผลิตจริงเพื่อวางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคโดยทั่วๆ ไปด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม Apple ได้เริ่มทดสอบแว่นตาอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายเข้ากับ iPhone และแสดงรูปภาพหรือข้อมูลต่างๆ ได้ตรงหน้าของผู้ใช้งาน โดยแว่นตารุ่นดังกล่าวจะมีการผนวกใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (เทคโนโลยีผสานโลกเสมือนจริงเข้ากับโลกความเป็นจริง) และคาดว่าจะมีการผลิตเป็นสินค้าจริงได้เร็วที่สุดช่วงปี 2018 ซึ่งไม่แน่ว่าภายในปี 2017 เราอาจได้เห็นความเคลื่อนไหว รวมไปถึงภาพเรนเดอร์ของนวัตกรรมชิ้นดังกล่าวมากขึ้น หาก Apple ไม่พับโครงการไปซะก่อน

อีกหนึ่งโปรเจ็กต์ที่ซุ่มพัฒนาอยู่นั้นก็คือ Project Titan นั่นเอง โครงการดังกล่าวแรกเริ่มเดิมทีเป็นแผนการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนเองได้แบบอัตโนมัติให้เกิดขึ้นจริงภายในปี 2020 แต่ทว่าโครงการดังกล่าวกลับถูกลดความสำคัญลงภายในปีนี้ สำหรับเหตุผลที่เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น อาจเนื่องมาจากภายใน Apple มีผู้บริหารระดับสูงที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้เท่าไหร่นัก เนื่องจากยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัดว่า แท้จริงแล้ว product ดังกล่าวจะออกมาในรูปแบบใดกันแน่ ซึ่งอาจจะเป็น รถ, ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับรถยนต์คันอื่น หรืออาจเป็นโปรเจ็กต์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ก็เป็นได้ จากเรื่องนี้ส่งผลให้ Apple ได้ลดจำนวนการจ้างพนักงานให้น้อยลง แถมปล่อยวิศวกรคนสำคัญที่เคยคลุกคลีอยู่กับโปรเจ็กต์ดังกล่าวออกไป

อย่างไรก็ตาม โครงการ Titan ยังไม่สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ โดยทาง Bob Mansfiled ผู้ที่เคยร่วมงานกับ Apple มาอย่างยาวนานได้ถูกดึงตัวกลับมาอีกครั้งเพื่อนำทัพในครั้งนี้โดยเฉพาะ แม้ว่าจะเคยเกษียณตัวเองไปแล้วก็ตาม โดย Bob Masfiled ได้ย่อขอบเขตของโครงการนี้ให้แคบลง และเบนเป้าไปพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติโดยเฉพาะ สำหรับเดดไลน์ในครั้งนี้ถูกตั้งไว้ช่วงปลายปี 2017 ซึ่งระบบดังกล่าวจะมีตัวตนให้เห็น และมีความเป็นไปได้มากแค่ไหน ในปีหน้าเราคงได้เห็นของจริงกันอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ Apple ยังวางแผนเปิดตัว iPad โฉมใหม่ (ซึ่งก็ไม่ใช่ความลับเท่าไหร่นัก) โดยครั้งนี้ iPad Pro แท็ปเล็ตระดับไฮเอนด์จะมีหน้าจอขนาดใหม่ 10.5 นิ้ว พร้อมปรับปรุงปากกา Apple Pencil ให้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวลือออกมาว่าจะมาพร้อมกับรุ่นพิเศษที่เลือกใช้งานหน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบเหมือนกับ iPhone 8 ด้วย

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ Apple กับหน้าประวัติศาสตร์ประจำปี 2016 เท่านั้น ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่าภายในปี 2017 ยักษ์ใหญ่รายนี้จะกลับมาเขย่าวงการไอทีด้วยผลิตภัณฑ์เด็ดชิ้นใดบ้าง และจะยังคงครองใจผู้ใช้งานจากทั่วโลกได้หรือไม่ คงต้องดูกันต่อไปครับ

---------------------------------------
ที่มา : Phone Arena

แปลและเรียบเรียง : techmoblog.com

Update : 31/12/2016

    Promotion มือถือ แนะนำ

Apple MacBook Pro iphone 7 iPhone 8 iPhone 7 Plus iOS 10 iPhone SE Airpods Apple Watch Series 2 iPad Pro 9.7"

ข่าวอัพเดทล่าสุด