หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

ขนส่งมวลชนนิวยอร์ค จ่ออัปเกรดระบบจ่ายค่าโดยสารเป็น NFC แค่แตะมือถือก็นั่งได้ทั้งรถเมล์และรถไฟใต้ดิน ไม่ต้องพกบัตร ไม่ต้องซื้อตั๋ว!

นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบที่คนกรุงต้องพกบัตรโดยสารรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT แยกกัน ในขณะที่รถเมล์และรถแท็กซีก็รับเฉพาะเหรียญและเงินสดเท่านั้น ทำให้วุ่นวายพอสมควรเวลาที่ต้องเดินทางหลายๆ ต่อ คงจะดีเหมือนกันหากสามารถจ่ายค่าโดยสารของทุกระบบจบได้ในบัตรเดียว แต่ในขณะที่เรากำลังรอให้วันนั้นมาถึง กรุงนิวยอร์คก็กำลังจะก้าวไปสู่อีกขั้นของการชำระค่าโดยสารสาธารณะที่ล้ำยิ่งกว่าแล้ว

    SPONSORED

ระบบการขนส่งมวลชนในมหานครนิวยอร์ค (Metropolitan Transportation Authority) หรือเรียกย่อๆ ว่า MTA ได้ประกาศยกเครื่องระบบชำระค่าบริการของขนส่งมวลชนในเครือทั้งหมด ได้แก่รถไฟใต้ดินและรถเมล์ จากบัตรโดยสาร MetroCard เป็นการชำระผ่าน NFC โดยได้เปิดดีลมูลค่ากว่า 19,000 ล้านบาท ว่าจ้างบริษัทเอกชนจากอังกฤษให้เข้ามาวางระบบให้ ซึ่งครอบคลุมประตูกั้นรถไฟใต้ดินกว่า 500 ประตู และรถเมล์กว่า 600 คัน โดยจะค่อยๆ นำมาแทนที่ระบบตั๋วตั้งแต่ปลายปี 2018 เป็นต้นไป

ระบบการชำระค่าโดยสารแบบใหม่นี้ จะทำให้ผู้โดยสารสามารถจ่ายค่าบริการขนส่งสาธารณะในเครือ MTA ทั้งหมดแบบราคาเดียวตลอดสายผ่านสมาร์ทโฟนด้วยระบบ NFC ซึ่งวิธีการใช้งานก็จะคล้ายกับ Apple Pay หรือ Samsung Pay ที่เพียงแค่แตะก็จ่ายเงินได้เลย โดยคาดว่าจะเปลี่ยนเป็นระบบใหม่ทั้งหมดได้ภายในปี 2020 สำหรับ MetroCard บัตรโดยสารที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ยังสามารถใช้ได้ถึงปี 2023 ซึ่งหลังจากนั้น MTA จะยกเลิกการใช้งานบัตร MetroCard และเปลี่ยนมาใช้ระบบ NFC โดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ MTA อาจเปลี่ยนอัตราค่าบริการใหม่ จากเดิมที่เป็นราคาเดียวตลอดสาย เป็นคิดตามระยะทางทั้งรถเมล์และรถไฟใต้ดินอีกด้วย


MetroCard ซึ่งกำลังจะถูกแทนที่ด้วยระบบ NFC

ส่วนในบ้านเรานั้น ก็มีการแจก "บัตรแมงมุม" กันไปบ้างแล้วเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบัตรโดยสารที่ใช้กับระบบขนส่งทุกประเภทในกรุงเทพตั้งแต่รถเมล์ รถไฟฟ้า เรือด่วน และทางด่วน แต่ในเบื้องต้นจะใช้ได้กับรถเมล์ ขสมก. บางคันที่ติดตั้งระบบ e-ticket เท่านั้น และจะค่อยๆ ขยายไปยังบริการอื่นๆ ในอนาคต ถึงแม้จะยังไม่ล้ำเท่า NFC แต่ก็น่าจะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นเยอะครับ

 

---------------------------------------
ที่มา : GSM Arena

บทความโดย : techmoblog.com

Update : 24/10/2017

NFC

ข่าวอัพเดทล่าสุด