หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

สรุปฟีเจอร์เด่น Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับชิป AI ในตัว และกล้องคู่ระดับหัวแถว จะน่าสนใจแค่ไหนไปดูกัน

Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro ได้เปิดตัวออกมาเรียบร้อยแล้วเมื่อคืนนี้ รวมไปถึงรุ่นพิเศษ Porsche Design ซึ่งคราวนี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหลายส่วนทั้งดีไซน์ภายนอกและสเปกภายใน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอเกือบไร้ขอบ ในอัตราส่วน 18:9 กล้องคู่แนวตั้ง และชิปเซ็ต Kirin 970 ที่มีหน่วยประมวลผล AI อัจฉริยะในตัว สำหรับใครที่กำลังสนใจสมาร์ทโฟนพรีเมียมรุ่นนี้อยู่ ในวันนี้เราก็ได้สรุปฟีเจอร์เด่นๆ ทั้งหมดของ Mate 10 และ Mate 10 Pro มารวมไว้ให้อ่านกันในที่เดียว จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปชมกันเลยครับ

 

    SPONSORED

1. FullView Display ความเหมือนที่แตกต่าง

ความแตกต่างระหว่าง Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro ที่เห็นชัดเป็นอันดับแรกคืออัตราส่วนหน้าจอที่ต่างกัน โดย Huawei Mate 9 มีหน้าจอแสดงผล LCD 5.9 นิ้ว อัตราส่วน 16:9 QHD ในขณะที่ Mate 10 Pro มีหน้าจอ OLED ขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 FHD และมีขอบจอด้านบน-ด้านล่างที่บางกว่า ทำให้ตัวเครื่องดูเพรียวกว่า

อย่างไรก็ตาม Mate 10 Pro กลับมีความละเอียดหน้าจอต่ำกว่า Mate 10 ซึ่งดูเหมือนว่า Huawei จะยอมสละความละเอียดหน้าจอในรุ่น Pro เพื่อแลกกับแบตเตอรีที่ใช้งานได้ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ ทั้งสองรุ่นยังมีความแตกต่างในส่วนของตำแหน่งสแกนลายนิ้วมือ โดย Mate 10 จะมีปุ่มโฮมบริเวณขอบล่างของหน้าจอซึ่งทำหน้าที่เป็นเซ็นเวอร์สแกนนิ้วด้วย ส่วน Mate 10 Pro ที่เป็นดีไซน์เกือบไร้ขอบจะไม่มีปุ่มโฮม และมีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วอยู่ด้านหลังตัวเครื่องแทน

 

2. ดีไซน์พรีเมียม เน้นความสมมาตร

Huawei ได้พยายามยกระดับดีไซน์สมาร์ทโฟนของตัวเองขึ้นอีกขั้นใน Huawei Mate 10 โดยเน้นการออกแบบรูปทรงที่สมมาตรกันทุกด้าน และจัดวางกล้องคู่ไว้ตรงกึ่งกลางเพื่อให้ดูสมดุลที่สุด ตัวเครื่องด้านหลังเป็นกระจกโค้งที่สอดรับกับอุ้งมือได้ดียิ่งขึ้น และยังให้สัมผัสที่หรูหราอีกด้วย

 

3. Kirin 970 ชิปเซ็ต AI ตัวแรกของโลก

Kirin 970 เป็นชิปเซ็ตประมวลผลรุ่นล่าสุดที่ Huawei พัฒนาขึ้น นอกจากจะมีประสิทธิภาพพอๆ กับชิปเซ็ตเรือธงยี่ห้ออื่นๆ แล้ว ยังเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกที่มาพร้อมกับ Neural-network Processing Unit (NPU) ที่ช่วยให้สมาร์ทโฟนเรียนรู้และปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้ใช้ได้ ช่วยรักษาความเร็วการทำงานของแอปพลิเคชันให้รวดเร็วอยู่เสมอ และเป็นมันสมองให้กับการทำงานด้านอื่นๆ อีกมากมาย

 

4 . กล้องคู่พร้อมระบบประมวลผลภาพอัจฉริยะ

กล้องคู่และความยอดเยี่ยมในการถ่ายภาพเป็นจุดขายอันดับแรกๆ ของสมาร์ทโฟน Huawei ที่หลายคนจะนึกถึง ซึ่งใน Huawei Mate 10 ก็ยังคงรักษาจุดเด่นนี้ไว้ โดยมาพร้อมกับกล้องคู่ด้านหลังความละเอียด 12+20 ล้านพิกเซล และที่เหนือกว่าคือระบบ AI ที่สามารถแยกแยะประเภทวัตถุและฉากตรงหน้าและปรับค่าต่างๆ ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เช่นเวลาเราถ่ายรูปอาหาร AI รู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคืออาหาร และจะตั้งค่ากล้องเพื่อดึงความโดดเด่นของอาหารออกมา หรือเวลาเราถ่ายรูปต้นไม้ AI ก็จะปรับให้สีเขียวดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เป็นต้น ช่วยให้เราถ่ายภาพเหมือนมือโปรได้โดยไม่ต้องตั้งค่ากล้องเองให้ยุ่งยากเลย

 

5. รูรับแสง f/1.6 กว้างสุดในวงการ

กล้องคู่ของ Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro มีรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/1.6 ซึ่งจัดว่ากว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน (เทียบเท่า LG V30) และยังเป็นรูรับแสงแบบกว้างพิเศษ ที่ทำให้แสงผ่านเข้ามาสู่เลนส์มากยิ่งขึ้น จึงได้ภาพถ่ายที่มีรายละเอียดครบถ้วนแม้ในภาวะแสงน้อย นอกจากนี้ยังมีโหมด Portrait หน้าชัดหลังเบลอที่กำลังนิยมกันอีกด้วย


 

6. รองรับ 4.5G

Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4.5G ที่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดถึง 1.2 Gbps และยังรองรับเทคโนโลยีการรวมแบนด์วิธ (carrier aggregation) และ 4x4 MIMO อีกด้วย

 

7. ได้ใช้ Android 8.0 Oreo ก่อนใคร

Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกๆ ถัดจาก Pixel 2 ที่จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo รุ่นใหม่ล่าสุดตั้งแต่แกะกล่อง ไม่ต้องรออัปเดตกันนานเป็นเดือนๆ เหมือนรุ่นอื่นๆ

 

8. EMUI 8.0

นอกจาก Android 8.0 Oreo แล้ว Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro ยังมาพร้อมกับ EMUI 8.0 ซึ่ง Huawei ระบุว่าช่วยให้แอปพลิเคชันมีการตอบสนองที่รวดเร็วกว่าคู่แข่งแบรนด์อื่นถึง 60% และรักษาความไหลลื่นในการทำงานได้อย่างยาวนานนับปีเลยทีเดียว

 

9. แบตอึดกว่ารุ่นก่อน 30%

แบตเตอรีเป็นจุดที่ Huawei ให้ความสำคัญมากสำหรับการพัฒนา Mate 10 และ Mate 10 Pro ด้วยแบตเตอรีความจุ 4000 mAh และ AI อัจฉริยะที่คอยจัดสรรพลังงานอย่างชาญฉลาด ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 2 วันโดยไม่ต้องชาร์จ นอกเหนือไปจากความอึดแล้ว ยังมีรองรับระบบชาร์จเร็ว พร้อมการันตีความปลอดภัยด้วยการผ่านการทดสอบ TUV ซึ่งมีขั้นตอนอันเข้มงวด ตั้งแต่การทดสอบแบตเตอรีภายใต้อุณหภูมิร้อนจัด-เย็นจัด, การชาร์จเต็ม cycle นับพันรอบ, การตกกระแทก และอื่นๆ อีกหลายอย่างด้วยกัน

 

10. ต่อออกจอใหญ่ได้ ไม่ง้อ Dock

Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro สามารถแปลงร่างเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนตัวได้เพียงแค่ต่อสายอแดปเตอร์เข้ากับจอมอนิเตอร์เท่านั้น ไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมหรือ Dock ใดๆ นอกจากนี้ตัว Mate 10 ยังทำหน้าที่เป็น trackpad ให้ด้วยในตัวในกรณีที่เราไม่มีเมาส์ไร้สาย หรือจะใช้ส่งภาพจากหน้าจอมือถือขึ้นจอใหญ่ก็ได้เช่นกัน

 

11. กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP67

คุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นเป็นสิ่งสำคัญที่สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ๆ ต้องมี ซึ่ง Huawei Mate 10 และ Mate 10 Plus ก็มาพร้อมกับคุณสมบัตินี้ในระดับ IP67 ซึ่งกันน้ำได้ลึก 3 ฟุต ภายในเวลา 30 นาที ซึ่งเพียงพอแล้วต่อการป้องกันอุบัติเหตุจากการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างโดนฝนสาดหรือทำตกน้ำ

 

12. รองรับ 4G LTE หรือ VoLTE ทั้ง 2 ซิม

Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro ไม่ได้รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดอย่างเดียว แต่ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รองรับการใช้งาน 4G LTE หรือ VoLTE ได้ทั้ง 2 ซิมอีกด้วย

 

Huawei Mate 10 มีกำหนดการวางจำหน่ายในบางกลุ่มประเทศ ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่ Huawei Mate 10 Pro จะวางขายภายหลังในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ส่วนทางด้าน Huawei Mate 10 Porsche Design จะเริ่มวางขายในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนเช่นเดียวกัน ซึ่งรุ่น Mate 10 Pro และ Mate 10 Porsche Design มีกำหนดการเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นกลุ่มประเทศแรก โดยมีราคาเปิดตัวในยุโรปดังต่อไปนี้

  • Huawei Mate 10 ราคาเปิดตัว 699 ยูโร หรือประมาณ 27,300 บาท
  • Huawei Mate 10 Pro ราคาเปิดตัว 799 ยูโร หรือประมาณ 31,000 บาท
  • Huawei Mate 10 Porsche Design ราคาเปิดตัว 1395 ยูโร หรือประมาณ 54,000 บาท

 

---------------------------------------
ที่มา : Phone Arena

บทความโดย : techmoblog.com

Update : 17/10/2017

Huawei Huawei Mate 10 Mate 10 Pro

ข่าวที่เกี่ยวข้อง