หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

สตีเฟน ฮอว์คิง นักฟิสิกส์อัจฉริยะชี้ มนุษย์มีเวลาอยู่บนโลกอีกแค่ 1,000 ปีเท่านั้น ถ้าไม่อยากสูญพันธุ์รีบหาดาวดวงใหม่อยู่กันได้เลย!


สตีเฟน ฮอว์คิง ในปัจจุบัน

ใครที่ชอบอ่านนิยายหรือดูหนังแนววิทยาศาสตร์คงจะคุ้นเคยกับฉากการท่องอวกาศของมนุษย์เพื่อเสาะหาดาวดวงใหม่ หรือการสร้างอาณานิคมอวกาศให้เป็นบ้านหลังที่สองเพื่อหนีความเสื่อมโทรมบนโลกใบเก่ากันดี พล็อตแนวนี้เป็นพล็อตที่พบเห็นได้ทั่วไปในวงการนวนิยายและภาพยนตร์ ซึ่งก็เป็นเพียงแค่เรื่องราวในจินตนาการเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เราเห็นในหนังอาจจะเกิดขึ้นจริงๆ ในอนาคตอันใกล้ เมื่อ สตีเฟน ฮอว์คิง ศาสตราจารย์อัจฉริยะจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์กล่าวว่า มนุษยชาติอาจมีเวลาเหลืออยู่บนโลกสีฟ้าใบนี้อีกแค่ 1,000 ปีเท่านั้น ถ้าไม่อยากสูญพันธุ์ เราจะต้องหาบ้านหลังใหม่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ให้ได้ก่อนจะหมดเวลา!

    SPONSORED

“เราต้อง...พยายามที่จะออกสู่อวกาศต่อไปเพื่ออนาคตของมนุษยชาติ ผมไม่คิดว่าเราจะมีชีวิตรอดกันได้อีกเกิน 1,000 ปี ถ้าเรายังไม่หนีออกไปจากดาวอันแสนเปราะบางดวงนี้ของเรา” สตีเฟน ฮอว์คิง กล่าวระหว่างประกาศสุนทรพจน์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่ Oxford University Union ตามรายงานของสำนักข่าว The Express

เขายังบอกอีกว่า จุดจบแห่งมวลมนุษยชาติอาจจะมาถึงเร็วขึ้นด้วยน้ำมือของมนุษย์เอง เพราะมนุษย์ใช้ทรัพยากรบนโลกอย่างทิ้งขว้างด้วยวิธีการที่ไม่ยั่งยืน จนในที่สุดโลกนี้จะกลายเป็นดวงดาวที่ตายซาก การละทิ้งโลกใบนี้ไปสู่โลกใบใหม่เป็นความหวังที่ดีที่สุดที่เราจะมีชีวิตรอดต่อไปได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราจะต้องอยู่รอดให้ผ่านพ้นอนาคตข้างหน้าที่จะโหดร้ายขึ้นเรื่อยๆ ให้ได้เสียก่อน

“แม้ว่าจะมีโอกาสน้อยมากที่ภัยพิบัติจะมาถึงโลกของเราในศตวรรษข้างหน้านี้ แต่ยิ่งนานความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดที่มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในช่วงพันปีหรือหมื่นปีข้างหน้า กว่าจะถึงตอนนั้นเราควรจะออกไปอยู่ในอวกาศกันได้แล้ว ไปยังดาวดวงอื่น เพื่อที่ภัยพิบัติบนโลกจะไม่ทำให้มนุษยชาติต้องถึงจุดจบไปด้วย”

แม้ว่า สตีเฟน ฮอว์คิง จะเพิ่งออกมาพูดถึงเรื่องนี้ แต่การค้นหาดาวดวงใหม่เพื่อเป็นบ้านหลังที่สองของมนุษยชาตินั้นมีมานานแล้ว องค์กร NASA ได้พยายามค้นหาดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายโลกของเรามาตั้งแต่ปี 2009 จนถึงขณะนี้ค้นพบดวงดาวที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายแล้วทั้งสิ้น 4,600 ดวง และได้รับการยืนยันแล้วอีก 2,300 ดวง นับว่ามนุษย์ยังเหลือทางรอดอยู่บ้าง แต่จะเดินทางกันไปถึงหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“ดาวเคราะห์นอกระบบ (exoplanet) ที่โคจรรอบดาวฤกษ์เหมือนดวงอาทิตย์ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 1995 เมื่อ 21 ปีก่อน ดาวเคราะห์นอกระบบ โดยเฉพาะดวงที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลก ยังอยู่แค่ในนิยายวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ในวันนี้นักดาราศาสตร์กำลังจะค้นพบสิ่งที่มนุษย์เราเฝ้าฝันถึงมาตลอดนับพันปีแล้ว”

ไม่ใช่แค่เรื่องการผลาญทรัพยากรอย่างบ้าคลั่งของมนุษยชาติเท่านั้นที่จะนำพาความล่มสลายมาสู่เผ่าพันธุ์ตัวเอง ก่อนหน้านี้ สตีเฟน ฮอว์คิง เคยกล่าวถึงอันตรายอีกอย่างหนึ่งเอาไว้ซึ่งก็คือเทคโนโลยี หรือจะให้พูดแบบเจาะจง ก็คือ "ปัญญาประดิษฐ์ (AI)"

“ผมคิดว่าการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบจะนำมาซึ่งจุดจบของมนุษยชาติ” ฮอว์คิงให้สัมภาษณ์กับ BBC เอาไว้เมื่อปี 2014 ซึ่งปัญญาประดิษฐ์ที่เขากล่าวถึงครอบคลุมทุกเรื่องในชีวิตประจำวันตั้งแต่ความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ ไปจนถึงอุปกรณ์สังเคราะห์เสียงพูดที่เขาใช้อยู่ทุกชั่วขณะ

“เมื่อมนุษย์พัฒนา AI ขึ้นมา มันจะเริ่มพัฒนาตัวเองและปรับปรุงตัวเองใหม่ในอัตราที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์ผู้ซึ่งถูกจำกัดด้วยกระบวนการวิวัฒนาการอันเชื่องช้า จะไม่สามารถแข่งขันกับพวกมันได้และจะถูกพวกมันเข้ามาแทนที่”


อีลอน มัสก์

ไม่ใช่แค่ฮอว์คิงคนเดียวที่กังวลเกี่ยวกับอนาคตของมนุษยชาติที่ต้องเผชิญกับ AI อัจฉริยะ นักธุรกิจไอเดียบรรเจิดอย่าง อีลอน มัสก์ ผู้เป็นเจ้าของบริษัทขนส่งอวกาศเอกชน SpaceX และรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับ Tesla ก็เคยออกมาพูดหลายครั้งเกี่ยวกับการเอาตัวรอดในยุค AI ครองโลก แต่ความคิดของเขานั้นต่างออกไป เพราะเขาเชื่อว่ามนุษย์จะสามารถอยู่รอดในโลกของ AI ได้โดยการรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมัน เพื่อให้เรามีความสามารถทัดเทียมกับมันและไม่ตกเป็นทาสจากสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง


สตีเฟน ฮอว์คิง สมัยยังหนุ่ม และภรรยา

สตีเฟน ฮอว์คิง เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีและนักจักรวาลวิทยา และยังเป็นศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ผลงานทางวิทยาศาสตร์อันโดดเด่นหลายอย่างทำให้เขากลายเป็นผู้มีชื่อเสียงทางด้านวิชาการ และหนังสือวิทยาศาสตร์ของเขาเรื่อง "ประวัติย่อของกาลเวลา (A Brief History of Time)" และ "จักรวาลในเปลือกนัท (The Universe in a Nutshell)" ก็ทำให้เขาเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในสังคมทั่วไป หนังสือทั้งสองเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยแล้ว ปัจจุบัน สตีเฟน ฮอว์คิง ป่วยเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม ทำให้เขาเป็นอัมพาตเกือบทั่วทั้งร่างกายและจำเป็นต้องใช้วีลแชร์และสื่อสารผ่านอุปกรณ์สังเคราะห์เสียงพูดตลอดเวลา


หนังสือ "ประวัติย่อของกาลเวลา" และ "จักรวาลในเปลือกนัท" ของสตีเฟน ฮอว์คิง ฉบับภาษาไทย ปัจจุบันค่อนข้างหายากแล้ว

---------------------------------------
ที่มา : The Washington Post

แปลและเรียบเรียง : techmoblog.com

 

 

Update : 18/11/2016

    Promotion มือถือ แนะนำ

ข่าวอัพเดทล่าสุด