หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[รีวิว] Samsung Galaxy Tab S6 แท็บเล็ตระดับเรือธงรุ่นล่าสุด พร้อมปากกา S Pen บลูทูธใหม่ สั่งการด้วยท่าทาง และกล้องคู่ บนหน้าจอ 10.5 นิ้ว และแบตใหญ่จุใจ เคาะราคาที่ 25,900 บาท

น่าจะเป็นแท็บเล็ตรุ่นที่หลาย ๆ คนต่างรอคอยกันอยู่ไม่น้อยเลยก็ว่าได้ สำหรับ Samsung Galaxy Tab S6 แท็บเล็ตเรือธงรุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมกับสเปกจัดเต็มแบบไม่มีกั๊กเหมือนกับแท็บเล็ตรุ่นก่อน ๆ เรียกได้ว่า สเปกเทียบเท่ากับมือถือ Samsung รุ่นเรือธงในปีนี้อย่าง Samsung Galaxy Note 10 l Note 10+ เลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นแท็บเล็ตรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับกล้องคู่ด้านหลังอีกด้วย

สำหรับดีไซน์ของ Samsung Galaxy Tab S6 นั้น มาพร้อมกับบอดี้แบบโลหะอะลูมิเนียม บางเฉียบเพียง 5.7 มิลลิเมตร บนหน้าจอขนาด 10.5 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล พร้อมติดตั้งระบบการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (On-Screen Fingerprint) อีกทั้งตัวเครื่องยังมีน้ำหนักเบาเพียง 420 กรัมเท่านั้น ทำให้สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังรองรับการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen ซึ่งตัวปากกาจะมีสีสันเดียวกับตัวเครื่อง ขนาดพอดีมือ และเชื่อมต่อกับตัวเครื่องผ่าน Bluetooth ทำให้สามารถสั่งงานแบบไร้สายได้เหมือนกับ Samsung Galaxy Note 10 l Note 10+ ส่วนด้านหลังตัวเครื่องของ Samsung Galaxy Tab S6 จะมีแถบแม่เหล็กสำหรับเก็บปากกา S Pen และชาร์จแบตเตอรี่ได้ในตัวด้วยเช่นกัน

    SPONSORED

ด้านการประมวลผลนั้น อัดแน่นด้วยสเปกสมชื่อรุ่นเรือธง ซึ่งรุ่นที่นำมารีวิวนี้ มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 855 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.84 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Adreno 640 GPU, หน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB, หน่วยความจำ ROM ขนาด 128 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 1 TB, แบตเตอรี่ขนาด 7,040 mAh และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) พร้อมอินเทอร์เฟส One UI

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ถือว่า เป็นจุดเด่นของแท็บเล็ตรุ่นนี้ นั่นก็คือ มาพร้อมกับกล้องคู่ด้านหลัง (Dual-Camera) ที่ประกอบด้วย เลนส์ Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (F/2.0) และเลนส์ Ultra Wide มุมมองกว้าง 123 องศา ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (F/2.2) รองรับฟีเจอร์ Live Focus ถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ รวมถึงฟีเจอร์ AR Doodle แบบเดียวกับ Samsung Galaxy Note 10+ ส่วนกล้องด้านหน้า ความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล (F/2.0)

เรียกได้ว่า แค่สเปกเบื้องต้น ก็คงถูกใจสาวกซัมซุงที่เฝ้ารอการมาของ Samsung Galaxy Tab S6 ไม่น้อย ส่วนการใช้งานจริงจะสะดวกแค่ไหนนั้น มาพิสูจน์ไปพร้อม ๆ กันกับ รีวิว Samsung Galaxy Tab S6 โดยทีมงาน techmoblog.com

 

สรุปคะแนนทดสอบจากทีมงาน

 

สเปก Samsung Galaxy Tab S6
  • หน้าจอแสดงผลกว้าง 10.5 นิ้ว แบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล, อัตราส่วน 16:10
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 855 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.8 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Adreno 640 GPU
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB
  • หน่วยความจำ ROM ขนาด 128 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 1 TB
  • กล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F/2.0)
  • กล้องคู่ด้านหลัง (Dual-Camera) ประกอบด้วย
    • เลนส์ Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (F/2.0)
    • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (F/2.2), มุมมองกว้าง 123 องศา
  • แบตเตอรี่ขนาด 7,040 mAh
  • สามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้
  • รองรับปากกา S Pen
  • รองรับการสแกนใบหน้า (Face Recognition)
  • รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (On-Screen Fingerprint)
  • ลำโพงแบบ Quad Speakers (4 ตัว) จาก AKG ที่ให้เสียงกระหึ่ม สมจริง และระบบเสียงรอบทิศทางแบบสามมิติของ Dolby Atmos
  • รองรับโหมด Samsung DeX
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) และอินเทอร์เฟส One UI เวอร์ชัน 1.5

>> สเปก Samsung Galaxy Tab S6 อย่างละเอียด คลิกที่นี่

 

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6 : ดีไซน์ และการออกแบบ

Samsung Galaxy Tab S6 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลกว้าง 10.5 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล บนอัตราส่วน 16:10 ส่วนขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 244.5 x 159.5 x 5.7 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 420 กรัม

 

ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย กล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อม Light Sensor สำหรับปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่กำลังใช้งาน นอกจากนี้ Samsung Galaxy Tab S6 ยังรองรับฟีเจอร์ Face Recognition หรือการปลดล็อกตัวเครื่องด้วยการสแกนใบหน้าอีกด้วย

 

ด้านล่างของหน้าจอแสดงผล เป็นปุ่มควบคุมการทำงานแบบสัมผัส ประกอบด้วย ปุ่ม Recent Apps, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ ซึ่ง Samsung Galaxy Tab S6 รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (On-Screen Fingerprint) ด้วยเช่นกัน

 

ด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ถาดใส่ซิมการ์ด, ไมโครโฟนตัวหลักสำหรับสนทนา, ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นพอร์ตสำหรับ Keyboard Cover (แยกจำหน่ายต่างหาก) โดย Samsung Galaxy Tab S6 สามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้, รองรับซิมการ์ดเดียวแบบ nanoSIM ส่วน microSD Card รองรับสูงสุด 1 TB

 

ด้านบนและด้านล่างตัวเครื่อง ประกอบด้วย ลำโพงเสียงทั้งหมด 4 ตัว ที่ได้รับการปรับจูนจาก AKG พร้อมด้วยเทคโนโลยี Dolby Atmos ถ่ายทอดเสียงแบบรอบทิศทาง 3D Surround ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อเป็นพอร์ต USB-C และไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวนอยู่ด้านบนตัวเครื่อง

 

สำหรับ Samsung Galaxy Tab S6 ที่นำมารีวิวในวันนี้ เป็นตัวเครื่องสีเทา Mountain Gray ซึ่งบอดี้ด้านหลังเป็นโลหะอะลูมิเนียมที่มีความแข็งแกร่ง พร้อมแถบแม่เหล็กสำหรับเก็บปากกา S Pen ส่วนกล้องด้านหลังเป็นกล้องคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 13+5 ล้านพิกเซล ประกอบด้วยเลนส์ Wide และเลนส์ Ultra Wide

 

สำหรับปากกา S Pen มีดีไซน์และขนาดใกล้เคียงกับปากกาจริง โดยจะมีสีสันเดียวกับตัวเครื่อง และเชื่อมต่อกับ Samsung Galaxy Tab S6 ผ่าน Bluetooth รองรับแรงกดได้ 4,096 ระดับ ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่ให้กับตัวปากกา ก็เพียงแค่นำมาแปะกับด้านหลังตัวเครื่องเท่านั้น

 

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6 : อินเทอร์เฟส และการใช้งานเบื้องต้น

Samsung Galaxy Tab S6 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) และอินเทอร์เฟส One UI เวอร์ชัน 1.5 ซึ่งตัวเครื่องสามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้, รองรับการใช้งานซิมการ์ดเดียว และรองรับเครือข่าย 4G LTE

 

สามารถเลือกเปลี่ยนวอลเปเปอร์, Widget และตั้งค่าการใช้งานในหน้าหลัก เช่น รูปแบบหน้าจอหลัก, ตารางหน้าจอหลัก, ปุ่มแอปฯ และอื่น ๆ ได้ตามสไตล์การใช้งาน

 

การปัดลงจากขอบด้านบน จะเป็นฟังก์ชันการแจ้งเตือน และสามารถเข้าเมนูลัดสำหรับตั้งค่าการใช้งานในเบื้องต้นได้ ทั้ง Wi-Fi, Bluetooth, ล็อกการหมุนของหน้าจอ, ปรับความสว่างของหน้าจอ, ไฟฉาย, Airplane Mode รวมถึงกดปิดตัวเครื่องได้จากส่วนนี้เช่นกัน

 

ปุ่ม Recent Apps จะเป็นหน้ารวมแอปพลิเคชันที่เคยเปิดใช้งานเอาไว้ เพื่อให้สามารถสลับไปใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งผู้ใช้สามารถปิดแอปฯ ที่ไม่ใช้งานได้ด้วยการปัดขึ้น หรือปิดทั้งหมดได้ภายในปุ่มเดียว นอกจากนี้ การกดค้างที่ไอคอนแอปฯ จะเป็นการเข้าสู่เมนูลัดต่าง ๆ

 

Bixby Home เป็นฟีเจอร์ที่ประกอบด้วยคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้ให้ความสนใจ รวมถึงข้อมูลและกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้ใช้จะถูกรวมมาไว้ในหน้าเดียว เปิดใช้งานด้วยการปัดจากซ้ายไปขวา

 

การปัดจากขอบด้านขวาของหน้าจอหลัก จะเป็นถาด Multi-Window ซึ่งเป็นเมนูลัดเข้าสู่แอปพลิเคชันที่ใช้งานบ่อย โดยผู้ใช้สามารถเปิดปิดการใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ที่ การตั้งค่า > คุณสมบัติขั้นสูง > ถาดมัลติวินโดว์

 

โหมดกลางคืน จะเป็นการปรับเปลี่ยนธีมให้เป็นโทนสีดำ เพื่อให้ใช้งานได้สบายตาขึ้นในตอนกลางคืน ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิด-ปิดใช้งานได้ด้วยตนเอง หรือตั้งเวลาเปิด-ปิดก็ได้เช่นกัน ด้วยการเข้าไปที่ การตั้งค่า > จอภาพ > โหมดกลางคืน นอกจากนี้ ยังรองรับฟีเจอร์ตัวกรองแสงสีฟ้าอีกด้วย

 

โหมดหน้าจอ สามารถเลือกการแสดงสีสันได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ ธรรมชาติ (Default) และ สดใส ที่สามารถปรับสมดุลได้ตั้งแต่โทนร้อน ไปจนถึงโทนอบอุ่น

 

ด้านปุ่มควบคุมการทำงานแบบสัมผัส สามารถเลือกสลับตำแหน่งของปุ่ม Recent Apps กับปุ่ม Back ได้ หรือจะเปลี่ยนเป็นการควบคุมการทำงานแบบใช้ท่าทางก็ได้เช่นกัน

 

ในด้านความปลอดภัยและการปลดล็อกตัวเครื่องนั้น รองรับทั้งการสแกนใบหน้า (Face Recognition) และการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (On-Screen Fingerprint)

 

ปุ่มด้านข้าง (ปุ่ม Power) สามารถตั้งค่าการใช้งานได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งการกดปุ่ม 2 ครั้ง จะเป็นการเปิดกล้องด่วน / เปิด Bixby / เปิดแอป ส่วนการกดค้าง จะเป็นการปลุก Bixby / ปิดเครื่อง สามารถเลือกได้ตามสไตล์การใช้งานของแต่ละคน

 

การกดค้างที่ไอคอนแอปฯ ในหน้า Recent Apps นั้น จะเป็นการเข้าสู่เมนูลัดของแอปฯ นั้น ซึ่งบางแอปพลิเคชัน อย่างเช่น YouTube สามารถเปิดใช้งานได้ทั้งแบบมุมมองหน้าจอแยก และมุมมองแบบ Pop-Up

 

รองรับการสั่งการด้วยการเคลื่อนไหวและท่าทาง เช่น แตะ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ, ใช้ฝ่ามือปัดเพื่อจับภาพ (Screenshot), ปิดเสียงด้วยการวางมือบนหน้าจอ หรือเพื่อโทรหรือส่งข้อความ เป็นต้น

 

รองรับ Samsung DeX ซึ่งโหมดนี้จะเปลี่ยนแท็บเล็ตให้แสดงผลในการใช้งานด้านต่าง ๆ เหมือนกับกำลังใช้งานบนโน้ตบุ๊ค หรือคอมพิวเตอร์พีซี และรองรับการใช้งานพร้อมกันหลายหน้าจอ อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมใด ๆ หรือในกรณีที่ต้องการให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ก็รองรับการเชื่อมกับเมาส์, คีย์บอร์ด หรือเชื่อมต่อกับหน้าจอมอนิเตอร์ผ่านทางสาย HDMI Adaptor ก็ได้เช่นกัน

 

Kids Home โหมดการใช้งานสำหรับเด็ก ประกอบไปด้วยแอปพลิเคชันที่ช่วยเสริมสร้างทักษะและพัฒนาการต่าง ๆ โดยโหมดนี้ ผู้ปกครองสามารถจำกัดระยะเวลาในการเล่นแต่ละวันได้ด้วยเช่นกัน

 

Smart Manager แอปพลิเคชันสำหรับดูแลและบำรุงรักษาอุปกรณ์ ซึ่งสามารถปรับการตั้งค่าได้หลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่, พื้นที่จัดเก็บในภายตัวเครื่อง, เคลียร์ RAM, สถานะความปลอดภัย และควบคุมปริมาณการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย

 

Game Launcher ฟีเจอร์ที่รวมเกมทั้งหมดที่มีในตัวเครื่องมารวมไว้ในที่เดียวกัน ภายในจะประกอบไปด้วยฟังก์ชันที่เป็นประโยชน์ต่อการเล่นเกมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โหมดประหยัดพลังงาน หรือการปิดการแจ้งเตือนต่าง ๆ อย่างเช่น ข้อความ หรือสายเรียกเข้า ไม่ให้รบกวนในขณะเล่นเกม

 

และจากการทดสอบเล่นเกมภาพกราฟิก 3 มิติ อย่างเช่น ROV, PUBG Mobile หรือ Call of Duty พบว่า ประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การเล่นเกมไหลลื่น ไม่สะดุด ซึ่งตัวเครื่องจะสะสมความร้อนบ้างแต่ไม่ส่งผลต่อการเล่นเกมแต่อย่างใด

 

มาดูคะแนนทดสอบ Benchmark บน Samsung Galaxy Tab S6 กันบ้าง ซึ่งรุ่นที่นำมารีวิวในครั้งนี้ มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 855 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.8 GHz, หน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB และหน่วยความจำ ROM ขนาด 128 GB โดยการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำได้ 730 คะแนน (Single-Core) และ 2,356 คะแนน (Multi-Core) ส่วนการทดสอบด้วยโปรแกรม AnTuTu ทำได้ 432,112 คะแนน

 

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6 : ปากกา S Pen

อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่า ปากกา S Pen บน Samsung Galaxy Tab S6 นั้น เชื่อมต่อกับตัวเครื่องผ่าน Bluetooth ซึ่งเหมือนกับปากกา S Pen บน Samsung Galaxy Note 10 l Note 10+ ทำให้ฟีเจอร์การใช้งานนั้นถือว่าใกล้เคียงกันมาก และสามารถสั่งการได้ด้วยท่าทางโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอแสดงผล หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อของ Air Action นั่นเอง ซึ่งตัวอย่างของฟีเจอร์ Air Action ก็ได้แก่

  • แอปฯ กล้องด้านหน้า หมุนปากกา S Pen ตามเข็มหรือทวนเข็มนาฬิกา เพื่อซูมเข้าหรือออก
  • แอปฯ Gallery ตวัดปากกา S Pen ไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อดูรูปถัดไปหรือก่อนหน้า
  • แอปฯ เครื่องเล่นเพลง สามารถเพิ่มเสียงหรือลดเสียงได้ด้วยการเลื่อนมือตวัดปากกาขึ้นหรือลง โดยไม่ต้องกดที่ปุ่มปรับระดับเสียง

 

นอกเหนือจากการสั่งการด้วยท่าทางแล้ว ปากกา S Pen บน Samsung Galaxy Tab S6 ยังมีฟีเจอร์ให้ใช้งานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Screen Off Memo ฟีเจอร์ขีดเขียนขณะจอดับ สามารถเลือกเปลี่ยนสีของปากกาได้แล้ว ซึ่งมีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีแดง, สีเขียว, สีเหลือง, สีฟ้า และสีขาว

วิธีการใช้งานฟีเจอร์นี้บน Samsung Galaxy Tab S6 ก็คือ ให้กดปุ่มที่ตัวปากกาค้างไว้ แล้วแตะที่หน้าจอล็อก 1 ครั้ง ก็สามารถขีดเขียนได้ทันที ซึ่งข้อความทั้งหมดที่เขียนลงไปจะถูกเก็บบันทึกไว้ที่ Samsung Notes

 

สำหรับแอปพลิเคชัน Samsung Notes มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่สามารถแปลงลายมือให้เป็นตัวอักษร ใช้งานง่ายด้วยการเขียนประโยคหรือข้อความที่ต้องการแปลง จากนั้นให้แตะที่ข้อความ แล้วเลือก แปลงค่า (Convert) เพื่อแปลงเป็นตัวอักษร ซึ่งฟีเจอร์นี้รองรับภาษาไทยอีกด้วย

 

ในส่วนของ Air Command ซึ่งเป็นเมนูลัดสำหรับปากกา S Pen ยังคงรองรับเมนูที่ผู้ใช้ทั้ง Galaxy Tab S และ Galaxy Note ส่วนใหญ่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว อย่างเช่น สร้างบันทึก (Create Note), ดูบันทึกทั้งหมด (View All Notes), การเลือกอัจฉริยะ (Smart Select), เขียนบนหน้าจอ (Screen Write), Live Message หรือ AR Doodle เป็นต้น ซึ่งผู้ใช้สามารถเพิ่มเมนูลัดที่ใช้งานบ่อยได้ตามการใช้งาน

 

สำหรับเมนูการเลือกอัจฉริยะ (Smart Select) มีฟีเจอร์สร้างภาพเคลื่อนไหว (GIF) ที่สามารถตัดคลิปวิดีโอบางส่วนมาสร้างเป็นไฟล์ GIF ความยาวสูงสุด 15 วินาที

 

เขียนบนหน้าจอ (Screen Write) คือการ capture ส่วนที่ต้องการเน้นย้ำ หรือเขียนข้อความเพิ่มเติม สามารถเลือกปากกา และสีของปากกาได้

 

ฟีเจอร์ Live Message นั้น เป็นการวาดภาพ, เขียนตัวอักษร หรือเขียนข้อความบนภาพถ่าย แล้วบันทึกภาพเป็นไฟล์ GIF เพื่อส่งต่อให้เพื่อนได้

 

นอกเหนือจากการขีดเขียนแล้ว ยังสามารถใช้ปากกา S Pen ปลดล็อกตัวเครื่องได้ด้วยการกดปุ่มที่ตัวปากกา (ต้องตั้งค่าก่อน) รวมถึงตั้งแจ้งเตือนในกรณีที่ปากกาไม่ได้วางอยู่ใกล้ตัวเครื่องอีกด้วย

 

รีวิว Samsung Galaxy Tab S6 : กล้องถ่ายรูป

มาดูกันที่ฟังก์ชันด้านการถ่ายรูปกันบ้าง ซึ่ง Samsung Galaxy Tab S6 มาพร้อมกับกล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีโหมดถ่ายภาพให้เลือก 3 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Live Focus, รูปถ่าย และวิดีโอ

สำหรับโหมดรูปถ่าย สามารถเลือกมุมมองถ่ายภาพได้ทั้งมุมมองปกติ และมุมมองกว้าง, เลือกใส่ฟิลเตอร์ให้กับภาพถ่าย รวมถึงรองรับโหมด Beauty ปรับแต่งใบหน้าได้ 4 แบบ ได้แก่ ความเรียบเนียน, สีผิว, แนวกราม และดวงตา ได้สูงสุด 8 ระดับ หรือจะเลือกเป็นโหมดหน้าสวยอัตโนมัติ ปรับได้สูงสุด 3 ระดับ

 

ส่วน Live Focus หรือโหมดถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ เลือกปรับความเบลอของฉากหลังได้สูงสุด 7 ระดับ และสามารถเปลี่ยนรูปแบบเอฟเฟกต์ของฉากหลังได้ 4 แบบ ได้แก่ เบลอ, Spin, Zoom และ Color Point อีกทั้งยังสามารถเลือกปรับความเรียบเนียนของผิวได้สูงสุด 8 ระดับเช่นกัน

 

ด้านโหมดวิดีโอ รองรับฟีเจอร์ AR Doodle แบบเดียวกับ Samsung Galaxy Note 10+ ด้วยการวาดลายเส้นสำหรับการถ่ายวิดีโอสั้น ยกตัวอย่างเช่น วาดหนวดแมว-หูแมวบนใบหน้า ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางซ้ายหรือขวา หนวดแมว-หูแมวก็จะขยับตาม เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้กับคลิปวิดีโอที่ไม่เหมือนใคร

 

AR Emoji ฟีเจอร์สร้างอีโมจิของผู้ใช้ในรูปแบบของการ์ตูน 3 มิติ สามารถปรับแต่งใบหน้า, เครื่องแต่งกาย, รองเท้า และเครื่องประดับต่าง ๆ ได้ตามใจชอบ โดย AR Emoji ที่สร้างขึ้นมา จะมีการเคลื่อนไหวตามผู้ใช้งาน อย่างเช่น กระพริบตา, หันหน้าซ้ายขวา, ยิ้ม หรืออ้าปาก นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Mini Motion กับการถ่ายภาพตนเองคู่กับอีโมจิที่สร้างขึ้นมา ซึ่งจะมีการขยับตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ด้วย

 

ส่วนกล้องด้านหลังบน Samsung Galaxy Tab S6 เป็นกล้องคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 13+5 ล้านพิกเซล ซึ่งมีการเพิ่มเลนส์ Ultra Wide เข้ามา รองรับการถ่ายภาพมุมกว้างถึง 123 องศา พร้อมด้วยโหมดถ่ายภาพต่าง ๆ เช่น อาหาร, กลางคืน, Panorama, Pro, Live Focus, รูปถ่าย, วิดีโอ และ Hyperlapse โดยกล้องด้านหลัง รองรับฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • โหมดรูปถ่าย รองรับฟีเจอร์ Beauty ปรับแต่งใบหน้าได้ 4 แบบ ได้แก่ ความเรียบเนียน, สีผิว, แนวกราม และดวงตา ได้สูงสุด 8 ระดับ หรือจะเลือกเป็นโหมดหน้าสวยอัตโนมัติ ปรับได้สูงสุด 3 ระดับ (เหมือนกล้องหน้า)
  • โหมด Live Focus เลือกปรับความเบลอของฉากหลังได้สูงสุด 7 ระดับ และสามารถเปลี่ยนรูปแบบเอฟเฟกต์ของฉากหลังได้ 4 แบบ ได้แก่ เบลอ, Spin, Zoom และ Color Point อีกทั้งยังสามารถเลือกปรับความเรียบเนียนของผิวได้สูงสุด 8 ระดับ (เหมือนกล้องหน้า)
  • โหมดวิดีโอ สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งแบบมุมมองปกติ กับมุมมองกว้างผ่านเลนส์ Ultra Wide รองรับความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K UHD
  • รองรับฟีเจอร์ AR Doodle (เหมือนกล้องหน้า)
  • รองรับฟีเจอร์ Scene Optimizer กับการใช้เทคโนโลยี AI ในการช่วยประมวลผล และปรับแสงสีของภาพให้เหมาะสม

 

ตัวอย่างภาพถ่าย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมด Beauty อัตโนมัติ
(ปรับระดับ 3)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมด Beauty
(ปรับระดับ 4 มุมมองปกติ)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมด Beauty
(ปรับระดับ 4 มุมมองกว้าง)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมด Beauty
(ปรับระดับ 8 มุมมองปกติ)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมด Beauty
(ปรับระดับ 8 มุมมองกว้าง)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมด Live Focus
(เอฟเฟกต์ฉากหลัง 4 รูปแบบ)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดรูปถ่าย
(มุมมองกว้าง)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดรูปถ่าย
(มุมมองกว้าง)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดรูปถ่าย
(มุมมองกว้าง)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดรูปถ่าย
(มุมมองกว้าง)

 

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดรูปถ่าย
(มุมมองปกติ)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดรูปถ่าย
(มุมมองปกติ)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดรูปถ่าย
(มุมมองปกติ)

 

บทสรุปการใช้งาน

จากการทดสอบใช้งานในเบื้องต้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Samsung Galaxy Tab S6 นั้น เป็นแท็บเล็ตบนระบบปฏิบัติการ Android ที่น่าสนใจที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ โดยเฉพาะสเปกและคุณสมบัติต่าง ๆ ในระดับเรือธง เทียบเท่า Samsung Galaxy Note 10 l Note 10+ เลยก็ว่าได้ ทำให้ Samsung Galaxy Tab S6 นั้น ตอบโจทย์ต่อการใช้งานทุกรูปแบบ โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 855 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.8 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Adreno 640 GPU, หน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB, หน่วยความจำ ROM ขนาด 128 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 1 TB และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วยอินเทอร์เฟส One UI นอกจากนี้ ยังรองรับโหมด Samsung DeX ด้วยการเปลี่ยนการแสดงผลในการใช้งานด้านต่าง ๆ เหมือนกับกำลังใช้งานบนโน้ตบุ๊ค หรือคอมพิวเตอร์พีซี และรองรับการใช้งานพร้อมกันหลายหน้าจอ อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 420 กรัม ทำให้สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวก

สำหรับดีไซน์ของ Samsung Galaxy Tab S6 นั้น มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ Unibody ด้วยวัสดุโลหะอะลูมิเนียมสุดแกร่งและมีความทนทาน ทำให้ตัวเครื่องดูสวยหรูและพรีเมียมสมชื่อรุ่นเรือธง โดยมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลกว้าง 10.5 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล บนอัตราส่วน 16:10 และลำโพงเสียงมากถึง 4 ตัว ที่ได้รับการปรับจูนเสียงจาก AKG พร้อมเทคโนโลยี Dolby Atmos สำหรับถ่ายทอดเสียงแบบรอบทิศทาง 3D Surround ทำให้ Samsung Galaxy Tab S6 รุ่นนี้ เหมาะสำหรับการใช้งานด้านมัลติมีเดียอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งดูหนัง, ฟังเพลง และเล่นเกม

ด้านกล้องถ่ายรูป ถือว่าเป็นแท็บเล็ตรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับกล้องคู่ด้านหลัง (Dual-Camera) ความละเอียด 13+5 ล้านพิกเซล ที่สามารถเก็บภาพมุมกว้าง 123 องศาได้อย่างสบาย ๆ อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมด Live Focus กับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลาย พร้อมกับฟังก์ชันเปลี่ยน Bokeh ได้ถึง 4 รูปแบบ นอกจากนี้ ยังรองรับฟีเจอร์ AR Doodle กับ AR Emoji แบบเดียวกับรุ่นเรือธงอย่าง Samsung Galaxy Note 10 l Note 10+ อีกด้วย

นอกเหนือจากฟีเจอร์การใช้งานหลัก ๆ ข้างต้นแล้ว Samsung Galaxy Tab S6 ยังรองรับปากกา S Pen ที่เชื่อมต่อกับตัวเครื่องผ่าน Bluetooth พร้อมฟีเจอร์ Air Action ทำให้สามารถสั่งการได้ด้วยท่าทางโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ อีกทั้งยังรองรับฟีเจอร์ Screen Off Memo ขีดเขียนหน้าจอได้ทันทีโดยไม่ต้องปลดล็อก รวมถึงฟีเจอร์ที่สามารถแปลงลายมือให้เป็นตัวอักษร และรองรับภาษาไทยอีกด้วย

นอกจากนี้ Samsung Galaxy Tab S6 ยังรองรับฟีเจอร์ที่ช่วยทำให้การใช้งานในด้านต่าง ๆ สะดวกมากขึ้น ไม่ว่าเป็น การสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (On-Screen Fingerprint) และระบบการสแกนใบหน้า (Face Recognition) สำหรับการปลดล็อกตัวเครื่อง, ฟีเจอร์มุมมองหน้าจอแยก (Screen-Split View) สามารถใช้งาน 2 แอปฯ ได้พร้อมกัน, ฟีเจอร์มุมมองแบบ Pop-Up ด้วยการย่อแอปพลิเคชันให้มีขนาดเล็กลง สามารถย้ายตำแหน่งได้อย่างอิสระ ทำให้สามารถทำงานอย่างอื่นไปได้พร้อมกัน อีกทั้งยังสามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้ พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 7,040 mAh รองรับการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

สำหรับ Samsung Galaxy Tab S6 รุ่นที่วางจำหน่ายในไทยนั้น จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น RAM 6 GB + ROM 128 GB (รุ่นที่รีวิว) ราคา 25,900 บาท และรุ่น RAM 8 GB + ROM 256 GB ราคา 28,900 บาท มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีเทา (Mountain Gray), สีฟ้า (Cloud Blue) และสีชมพู (Pink)

 

จุดเด่นของ Samsung Galaxy Tab S6

  • สามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้
  • ตัวเครื่องผลิตด้วยวัสดุประเภทโลหะอะลูมิเนียม ที่มีความแข็งแกร่งและทนทาน บนดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Unibody
  • รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen
    • รองรับแรงกดได้ 4,096 ระดับ
    • เชื่อมต่อกับตัวเครื่องผ่าน Bluetooth
    • สามารถสั่งการด้วยท่าทางได้
    • ระบบการชาร์จแบบไร้สายด้วยการแปะที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • หน้าจอแสดงผลกว้าง 10.5 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล, อัตราส่วน 16:10
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 855 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.8 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Adreno 640 GPU
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB
  • หน่วยความจำ ROM ขนาด 128 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 1 TB
  • กล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F/2.0)
  • กล้องคู่ด้านหลัง (Dual-Camera) ประกอบด้วย
    • เลนส์ Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (F/2.0)
    • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (F/2.2), มุมมองกว้าง 123 องศา
    • โหมด Live Focus ถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลาย พร้อมกับฟังก์ชันเปลี่ยน Bokeh ได้ถึง 4 รูปแบบ
    • รองรับฟีเจอร์ AR Doodle และ AR Emoji
  • แบตเตอรี่ขนาด 7,040 mAh พร้อมรองรับระบบชาร์จเร็ว
  • รองรับการสแกนใบหน้า (Face Recognition)
  • รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (On-Screen Fingerprint)
  • ลำโพงแบบ Quad Speakers (4 ตัว) จาก AKG ที่ให้เสียงกระหึ่ม สมจริง และระบบเสียงรอบทิศทางแบบสามมิติของ Dolby Atmos
  • รองรับโหมด Samsung DeX
  • รองรับฟิลเตอร์แสงสีฟ้า กับการจำกัดปริมาณแสงสีฟ้าบนหน้าจอด้วยการเปลี่ยนสีบนหน้าจอให้เป็นสีเหลืองนวล เพื่อลดอาการล้าที่ดวงตาเมื่อใช้เป็นเวลานาน ๆ หรือใช้ในที่แสงน้อย
  • รองรับโหมดกลางคืน กับการเปลี่ยนธีมให้เป็นสีทึบ สำหรับการใช้งานในที่แสงน้อยให้สบายตามากขึ้น
  • พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
  • ระบบ GPS ในตัว พร้อมฟังก์ชัน A-GPS
    • รองรับ GLONASS ระบบดาวเทียมของรัสเซีย
    • รองรับ Beidou ระบบดาวเทียมของจีน
    • รองรับ GALILEO ระบบดาวเทียมของสหภาพยุโรป
  • รองรับ Bluetooth เวอร์ชัน 5.0
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) และอินเทอร์เฟส One UI เวอร์ชัน 1.5

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่มีช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • แถบแม่เหล็กสำหรับเก็บปากกา S Pen ด้านหลังตัวเครื่องไม่ค่อยแน่นหนา มีโอกาสที่ตัวปากกาจะร่วงหล่นได้ และรู้สึกเกะกะในขณะจับถือตัวเครื่อง ต่างจาก Samsung Galaxy Note 10 l Note 10+ ที่เป็นช่องเก็บในตัว
  • ตัวเครื่องไม่รองรับคุณสมบัติด้านการกันน้ำและกันฝุ่น
  • กล้องด้านหลังไม่มีไฟแฟลช

 

ข้อควรทราบ : เครื่อง Samsung Galaxy Tab S6 ในบทความรีวิวนี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบเท่านั้น คุณสมบัติบางอย่างอาจยังไม่สมบูรณ์ 100% และอาจไม่ตรงกับตัวเครื่องที่วางจำหน่ายจริง

 

 

------------------------------------

บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

Update : 16/11/2019

Samsung Galaxy Tab S6 รีวิว Samsung Galaxy Tab S6

ข่าวอัพเดทล่าสุด