หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[รีวิว] Samsung Galaxy J4+ สมาร์ทโฟนจอใหญ่ไซส์ 6 นิ้ว สเปกกำลังดี พร้อมระบบเสียงจาก Dolby Atmos ในราคาน่าคบเพียง 4,690 บาท

เปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สำหรับ Samsung Galaxy J4+ สมาร์ทโฟนระดับ Entry-Level น้องใหม่ ซึ่งเป็นรุ่นอัปเกรดของ Samsung Galaxy J4 ที่เปิดตัวเมื่อช่วงกลางปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ "จอใหญ่ ราคาน่ารัก" ที่เรียกได้ว่า มาพร้อมกับราคาน่ารักสมชื่อเลยก็ว่าได้ เพราะเคาะราคาค่าตัวที่ 4,690 บาท เท่านั้น แถมยังเปิดตัวด้วยราคาที่ถูกกว่า Samsung Galaxy J4 เสียอีก (Galaxy J4 ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 5,490 บาท) อีกทั้งยังอัปเกรดหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น พร้อมกับดีไซน์ใหม่อย่าง Infinity Display เรียกได้ว่า พลิกโฉมจากรุ่นก่อนอย่างมากเลยทีเดียว

โดย Samsung Galaxy J4+ มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด 1480 x 720 พิกเซล ในอัตราส่วน 18:5:9, ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 425 แบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.4 GHz, หน่วยความจำ RAM ขนาด 2 GB, หน่วยความจำ ROM ขนาด 16 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 512 GB และรองรับฟีเจอร์ Multi-Window รวมถึงฟีเจอร์ Dual Messenger ที่สามารถเชื่อมต่อ 2 บัญชีในแอปฯ โปรดได้พร้อมกัน 

ด้านกล้องถ่ายรูปบน Samsung Galaxy J4+ นั้น มาพร้อมกับกล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชที่สามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียดอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F/1.9

โดย Samsung Galaxy J4+ ยังคงได้ไอดอลกรุ๊ปแห่งปีอย่าง BNK48 มาเป็น Brand Ambassador เหมือนเช่นเคย ซึ่งสมาร์ทโฟนไอดอลรุ่นนี้จะน่าใช้งานแค่ไหน มาพิสูจน์ไปพร้อม ๆ กันกับ รีวิว Samsung Galaxy J4+ โดยทีมงาน techmoblog ครับ

 

สรุปคะแนนทดสอบจากทีมงาน

 

สเปก Samsung Galaxy J4+
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6 นิ้ว แบบ TFT Display ความละเอียด 1480 x 720 พิกเซล (HD+), อัตราส่วน 18:5:9
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 425 แบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.4 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Adreno 308 GPU
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 2 GB
  • หน่วยความจำ ROM ขนาด 16 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 512 GB
  • กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล, รูรับแสง F/2.2, ไฟแฟลช LED (ปรับความสว่างได้ 3 ระดับ)
  • กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, รูรับแสง F/1.9, ไฟแฟลช LED, ระบบโฟกัสภาพแบบ Auto Focus
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,300 mAh
  • รองรับ Bluetooth เวอร์ชัน 4.2
  • รองรับ Wi-Fi (802.11 b/g/n 2.4GHz), 3G, 4G LTE
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
  • รองรับการสแกนใบหน้าสำหรับปลดล็อกตัวเครื่อง
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 (Oreo)

>> สเปก Samsung Galaxy J4+ อย่างละเอียด คลิกที่นี่

 

รีวิว Samsung Galaxy J4+ : ดีไซน์ และการออกแบบ

Samsung Galaxy J4+ มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 6 นิ้ว แบบ TFT ความละเอียด 1480 x 720 พิกเซล (HD+) ในอัตราส่วน 18:5:9 ซึ่งดีไซน์ตัวเครื่องเป็นแบบ Infinity Display ไม่มีปุ่ม Home แบบ Physical Button ที่ด้านล่าง ส่วนขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 161.4 x 76.9 x 7.9 มิลลิเมตร, น้ำหนัก 178 กรัม

ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (รูรับแสง F/2.2), Proximity Sensor, Accelerometer Sensor, ลำโพงสนทนา, เซ็นเซอร์สำหรับสแกนใบหน้า และไฟแฟลชแบบ LED ที่สามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ

ด้านล่างของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ปุ่มควบคุมการทำงานแบบสัมผัส (On-Screen) ได้แก่ ปุ่ม Recent Apps, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ

ด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดตัวเครื่อง หรือล็อกหน้าจอแสดงผล และลำโพงเสียง ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นปุ่มปรับระดับเสียง และถาดใส่ซิมการ์ด

สำหรับถาดใส่ซิมการ์ดบน Samsung Galaxy J4+ จะมีทั้งหมด 2 ช่อง รองรับการใช้งานพร้อมกันทั้ง 2 ซิมการ์ด และสามารถใส่ microSD Card ไปพร้อมกันได้ ซึ่งรองรับสูงสุด 512 GB

ด้านบนของตัวเครื่อง ไม่มีปุ่มควบคุมการทำงานใด ๆ ส่วนด้านล่างของตัวเครื่อง เป็นพอร์ต microUSB, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

สำหรับฝาหลังของ Samsung Galaxy J4+ เป็นวัสดุแบบโพลีคาร์บอเนตที่มีผิวสัมผัสเรียบและเงา ประกอบด้วย กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (รูรับแสง F/1.9) และไฟแฟลชแบบ LED ภายในตัวเครื่องจะมีแบตเตอรี่ขนาด 3,300 mAh ซึ่งฝาหลังไม่สามารถถอดแกะได้เหมือนกับ Galaxy J4

สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานในกล่องผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย Adapter สำหรับชาร์จไฟ, สาย microUSB, หูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน

 

รีวิว Samsung Galaxy J4+ : อินเทอร์เฟส และการใช้งานเบื้องต้น

Samsung Galaxy J4+ ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 (Oreo) และอินเทอร์เฟส Samsung Experience เวอร์ชัน 9.5

สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ตามใจ ทั้ง Wallpaper, ธีม รวมถึง Widget ที่มีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ

ในส่วนของฟังก์ชันการแจ้งเตือนนั้น สามารถเข้าสู่เมนูลัดสำหรับตั้งค่าการใช้งานในเบื้องต้นได้หลากหลาย ทั้ง Wi-Fi, Bluetooth, ล็อกการหมุนของหน้าจอ, ปรับความสว่างของหน้าจอ, ไฟฉาย, Airplane Mode และอื่น ๆ

รองรับฟีเจอร์ Bixby Home เวอร์ชัน 2.2 ผู้ช่วยอัจฉริยะเช่นเดียวกับรุ่นเรือธง เพียงแต่บน Samsung Galaxy J4+ จะไม่มีปุ่มแยกสำหรับกดเข้าใช้งาน Bixby โดยตรง ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าสู่หน้า Bixby Home ได้ด้วยการปัดจอจากซ้ายไปขวา ด้านในจะประกอบด้วยคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้ให้ความสนใจ รวมถึงข้อมูลและกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้ใช้จะถูกรวมมาไว้ในหน้าเดียว

การปัดนิ้วขึ้นจากหน้า Home จะเข้าสู่ App Drawer รวมแอปพลิเคชันที่มีทั้งหมดในตัวเครื่อง เบื้องต้นนั้น มีแอปพลิเคชันพื้นฐานของทาง Samsung, Google และ Microsoft ติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้ว

Samsung Galaxy Gift แอปพลิเคชันที่มาพร้อมกับส่วนลดและดีลพิเศษจากร้านค้าชั้นนำมากมาย ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ Samsung Galaxy เท่านั้น

เนื่องจาก Samsung Galaxy J4+ ได้ BNK48 มาเป็น Brand Ambassador ทำให้รุ่นนี้มีการติดตั้งแอปพลิเคชัน BNK48 มาให้ ซึ่งภายในประกอบด้วยคอนเทนต์ต่าง ๆ สำหรับชาวโอตะโดยเฉพาะ มีทั้งให้ดาวน์โหลดฟรี (วอลเปเปอร์ กับเสียงริงโทน) หรือสามารถเข้าไปที่ร้านค้าเพื่อซื้อคอนเทนต์อื่นเพิ่มเติมได้

รองรับฟีเจอร์ Multi-Window และ App Pair ด้วยการจับคู่แอปที่ใช้งานบ่อยให้แสดงผลพร้อมกันได้ 2 หน้าจอ เช่น เปิดวิดีโอ และแชทพร้อมกัน ซึ่งรองรับทั้งแนวตั้งและแนวนอน

Secure Folder ระบบความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ Samsung Galaxy J4+ ด้วยการสร้างพื้นที่ส่วนตัวเพื่อเก็บข้อมูลต่าง ๆ เช่น รูปภาพ, ไฟล์เอกสาร หรือไฟล์บันทึกเสียงต่าง ๆ ซึ่งการจะเข้าใช้งาน Secure Folder จำเป็นต้องใช้รหัสผ่าน หรือการสแกนใบหน้า ถือว่ามีความปลอดภัยมากเลยทีเดียว

Samsung Galaxy J4+ รองรับการปลดล็อกตัวเครื่องด้วยการสแกนใบหน้า (Face Recognition) แต่ตัวเครื่องไม่รองรับการสแกนลายนิ้วมือ

ฟีเจอร์ Dual Messenger สามารถเชื่อมต่อ 2 บัญชีในแอปฯ เดียวกันได้พร้อมกัน เช่น Facebook, LINE เป็นต้น

Samsung Max แอปพลิเคชันน้องใหม่ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติในการบีบอัดข้อมูลในการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้มีขนาดที่เล็กลง รวมถึงจัดการแอปพลิเคชันที่มีการทำงานแบบเบื้องหลัง เพื่อทำให้ตัวเครื่องประมวลผลได้ไวขึ้น และเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งจะส่งการแจ้งเตือนเมื่อพบเจอแอปฯ ที่ใช้งานข้อมูลแบบเบื้องหลังมากจนเกินไป นอกจากนี้ ยังมีความปลอดภัยสูงด้วยฟังก์ชันปกป้องความเป็นส่วนตัว ด้วยการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสเมื่อพบว่า ตัวเครื่องได้ถูกเชื่อมต่อกับ Wi-Fi สาธารณะ รวมถึงปิดกั้นการติดตามจากเว็บไซต์ต่าง ๆ

Samsung Member คือแอปพลิเคชันที่มาแทนที่ mySamsung เดิม ซึ่งผู้ใช้สามารถรับบริการต่าง ๆ เช่น ข่าวสารล่าสุด, บริการความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง, ทิป-เทคนิคการใช้งาน พร้อมตรวจสอบหาปัญหาและให้คำปรึกษาต่าง ๆ เพื่อให้มือถือ Samsung รุ่นที่ใช้อยู่นั้นอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด

สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์สภาพของอุปกรณ์ได้ ซึ่งจะแบ่งเป็น 4 หมวดใหญ่ ๆ ได้แก่ การทดสอบฮาร์ดแวร์, ล้างข้อมูล RAM/พื้นที่จัดเก็บ, ถอนการติดตั้งแอปฯ ที่ไม่ได้ใช้งาน และปรับปรุงการตั้งค่า

Samsung Galaxy J4+ มีวิทยุ FM ในตัว รวมถึงเครื่องคิดเลขที่ถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว และพร้อมใช้งาน

รองรับฟีเจอร์ตัวกรองแสงสีฟ้า กับการจำกัดปริมาณแสงสีฟ้าบนหน้าจอด้วยการเปลี่ยนสีบนหน้าจอให้เป็นสีเหลืองนวล เพื่อลดอาการล้าที่ดวงตาเมื่อใช้เป็นเวลานาน ๆ หรือใช้ในที่แสงน้อย

ในกรณีที่คลิปวิดีโอไม่ได้อยู่ในอัตราส่วนที่ 18:9 การแสดงผลจะเป็นแบบไม่เต็มจอ ซึ่งจะเหลือขอบด้านข้างซ้ายและขวาเอาไว้ แต่ผู้ใช้สามารถขยายให้เต็มจอได้ แต่ภาพจะตัดขอบด้านบนและด้านล่างออกไปเล็กน้อย

มาทดสอบประสิทธิภาพในการเล่นเกมกันบ้าง โดย Samsung Galaxy J4+ มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 425 แบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.4 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Adreno 308 GPU และหน่วยความจำ RAM ขนาด 2 GB ถือว่าอยู่ในระดับ Entry-Level ซึ่งเกมธรรมดาทั่ว ๆ ไปสามารถเล่นได้อย่างสบาย ๆ เช่นเดียวกับเกมยอดนิยมอย่าง ROV เช่นกัน แต่ก็จะมีบางช่วงที่ประมวลผลช้าบ้างหน่วงบ้าง

สำหรับการทดสอบ Benchmark ด้วยโปรแกรม AnTuTu ทำได้ 33,711 คะแนน ส่วนการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 4 ทำได้ 639 คะแนน และ 1,685 คะแนน สำหรับการทดสอบแบบ Single-Core และ Multi-Core ตามลำดับ

 

รีวิว Samsung Galaxy J4+ : กล้องถ่ายรูป

Samsung Galaxy J4+ มาพร้อมกับกล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล, รูรับแสง F/2.2 และไฟแฟลชแบบ LED ที่สามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ รองรับโหมดเซลฟี่ ที่สามารถปรับความเนียนของผิว, ใบหน้า และดวงตา ได้สูงสุด 8 ระดับ

นอกจากนี้ ยังรองรับโหมด Selfie Focus หรือการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ ที่สามารถปรับความเนียนของผิวได้ 8 ระดับเช่นกัน ซึ่งบน Samsung Galaxy J4 รุ่นก่อน จะไม่มีโหมดนี้ให้ใช้งาน

เพิ่มลูกเล่นให้กับภาพถ่ายด้วยโหมด AR Sticker ที่มีให้เลือกหลายแบบ

ด้านกล้องด้านหลัง ความละเอียดอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล, รูรับแสง F/1.9, รองรับไฟแฟลช LED และระบบโฟกัสภาพแบบ Auto Focus โดยมีโหมดถ่ายภาพให้เลือกมากมาย อีกทั้งยังสามารถใส่ฟิลเตอร์ให้กับภาพถ่ายได้ ซึ่งความพิเศษของ Samsung Galaxy J4+ ก็คือ ปุ่มชัตเตอร์สามารถย้ายตำแหน่งได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถกดถ่ายภาพจากส่วนไหนของหน้าจอก็ได้ ทำให้การกดชัตเตอร์ถ่ายภาพนั้นสะดวกมากขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าการใช้งานกล้องถ่ายรูปได้ตามรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น ความละเอียดของภาพถ่าย (ทั้งกล้องด้านหน้าและกล้องด้านหลัง), ขนาดวิดีโอ (ทั้งกล้องด้านหน้าและกล้องด้านหลัง), ตัวจับเวลา, จุดตัดเก้าช่อง, แท็กสถานที่ และอื่น ๆ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมด Selfie (ปรับความเนียนของผิวที่ระดับ 4)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมด Selfie (ปรับความเนียนของผิวที่ระดับ 8)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมด Selfie Focus (ปรับความเนียนของผิวที่ระดับ 4)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมด AR Sticker

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดอัตโนมัติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดอัตโนมัติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดอัตโนมัติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดอัตโนมัติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดอัตโนมัติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดอัตโนมัติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมดอัตโนมัติ

 

บทสรุปการใช้งาน

เรียกได้ว่า การกลับมาของ Samsung Galaxy J4+ ซึ่งเป็นรุ่นอัปเกรดของ Galaxy J4 นั้น ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน เริ่มกันตั้งแต่ดีไซน์ตัวเครื่องเลยก็ว่าได้ โดยมาพร้อมกับดีไซน์แบบ Infinity Display ไร้เงาปุ่ม Home ที่ด้านล่างตัวเครื่อง และขยับหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นเป็น 6 นิ้ว ความละเอียด 1480 x 720 พิกเซล (HD+) ในอัตราส่วน 18:5:9 พร้อมรองรับการปลดล็อกตัวเครื่องด้วยการสแกนใบหน้า (Face Recognition)

ด้านการประมวลผล มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 425 แบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.4 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Adreno 308 GPU และหน่วยความจำ RAM ขนาด 2 GB ตอบโจทย์การใช้งานทั่ว ๆ ไปได้เป็นอย่างดี ทั้งการใช้งาน Facebook, LINE, ดูหนังฟังเพลง หรือแม้แต่การเล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ก็ยังประมวลผลได้อย่างลื่นไหล แต่ก็ยังมีอาการหน่วงหรือกระตุกบ้างในบางครั้ง

สำหรับกล้องถ่ายรูป ถือว่า เป็นจุดขายอีกอย่างหนึ่งของ Samsung Galaxy J4+ ซึ่งมาพร้อมกับไฟแฟลชที่กล้องด้านหน้า ที่สามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ ทำให้รองรับการใช้งานในที่แสงน้อยได้เป็นอย่างดี โดยกล้องด้านหน้า ความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล และรูรับแสง F/2.2 ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียดอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล และรูรับแสง F/1.9 อีกทั้งยังมีโหมดเซลฟี่ ที่สามารถปรับความเนียนของผิว, ความเรียวของใบหน้า และดวงตา ได้สูงสุดถึง 8 ระดับ รวมถึงรองรับโหมด Selfie Focus กับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ และฟีเจอร์ AR Sticker เพิ่มลูกเล่นด้านการถ่ายภาพให้สนุกมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากฟีเจอร์หลัก ๆ ในข้างต้นแล้ว Samsung Galaxy J4+ ยังรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด ที่สามารถใช้งานได้ 2 ซิมพร้อมกัน, รองรับฟีเจอร์ Bixby Home เวอร์ชัน 2.2, รองรับ Multi-Window ฟีเจอร์การเปิดใช้งาน 2 แอปพลิเคชันพร้อมกันในหน้าจอเดียว, ฟีเจอร์ Dual Messenger สามารถเชื่อมต่อ 2 บัญชีในแอปฯ เดียวกันได้พร้อมกัน, ระบบเสียงจาก Dolby Atmos และ Secure Folder ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยด้วยการสร้างพื้นที่ส่วนตัวเพื่อเก็บไฟล์สำคัญ ๆ และต้องใช้รหัสผ่านในการเข้างาน

ด้วยคุณสมบัติที่อัดแน่นตามรายละเอียดข้างต้น แต่ Samsung Galaxy J4+ กลับมีราคาค่าตัวแค่ 4,690 บาทเท่านั้น ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาสมาร์ทโฟนที่รองรับฟังก์ชันการใช้งานแบบครบครัน แต่มีงบประมาณที่จำกัดได้เป็นอย่างดี โดย Samsung Galaxy J4+ วางจำหน่ายแล้ววันนี้ มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Pink, Black และ Gold สามารถไปทดลองใช้งานกันได้ที่ Samsung Brand Shop หรือร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

 

จุดเด่นของ Samsung Galaxy J4+

  • ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Infinity Display น้ำหนักเบา จับได้ถนัดมือ
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6 นิ้ว แบบ TFT Display ความละเอียด 1480 x 720 พิกเซล (HD+), อัตราส่วน 18:5:9
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 425 แบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.4 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Adreno 308 GPU
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 2 GB
  • หน่วยความจำ ROM ขนาด 16 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 512 GB
  • กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล, รูรับแสง F/2.2, ไฟแฟลช LED (ปรับความสว่างได้ 3 ระดับ)
  • กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, รูรับแสง F/1.9, ไฟแฟลช LED, ระบบโฟกัสภาพแบบ Auto Focus
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,300 mAh
  • รองรับ Bluetooth เวอร์ชัน 4.2
  • รองรับ Wi-Fi (802.11 b/g/n 2.4GHz), 3G และ 4G LTE
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด สามารถใส่ซิมการ์ดที่ 1, ซิมการ์ดที่ 2 และ microSD Card ได้พร้อมกัน
  • รองรับการสแกนใบหน้าสำหรับปลดล็อกตัวเครื่อง
  • มีวิทยุ FM ในตัว
  • รองรับ Bixby Home
  • แอปพลิเคชัน Secure Folder ปกป้องข้อมูลสำคัญด้วยการเข้ารหัส
  • แอปพลิเคชัน Samsung Health เก็บข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมด้านโภชนาการ, รูปแบบการนอน และอื่น ๆ ไว้ในที่เดียว ซึ่งมีความปลอดภัยและเข้าถึงได้ง่าย
  • ฟีเจอร์ Dual Messenger สามารถเชื่อมต่อ 2 บัญชีในแอปโปรดได้พร้อมกัน
  • ฟีเจอร์ Multi-Window และ App Pair จับคู่แอปที่ใช้งานบ่อยให้แสดงผลพร้อมกันได้ 2 หน้าจอ เช่น เปิดวิดีโอ และแชทพร้อมกัน
  • ฟีเจอร์ตัวกรองแสงสีฟ้า กับการจำกัดปริมาณแสงสีฟ้าบนหน้าจอด้วยการเปลี่ยนสีบนหน้าจอให้เป็นสีเหลืองนวล เพื่อลดอาการล้าที่ดวงตาเมื่อใช้เป็นเวลานาน ๆ หรือใช้ในที่แสงน้อย
  • ระบบเสียง Dolby Atmos เมื่อใช้งานร่วมกับหูฟัง หรือลำโพง Bluetooth
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 (Oreo)

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ TFT ไม่ใช่ Super AMOLED
  • ความละเอียดของหน้าจอแสดงผลไม่ใช่ระดับ Full HD
  • ไม่รองรับฟีเจอร์ Always-On Display
  • ไม่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง
  • ไม่รองรับเทคโนโลยี NFC รวมถึง Samsung Pay
  • ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • ไม่สามารถถอดแกะฝาหลังตัวเครื่องเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้

ข้อควรทราบ : เครื่อง Samsung Galaxy J4+ ในบทความรีวิวนี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบเท่านั้น คุณสมบัติบางอย่างอาจยังไม่สมบูรณ์ 100% และอาจไม่ตรงกับตัวเครื่องที่วางจำหน่ายจริง

 

 

------------------------------------

บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

Update : 09/11/2018

Samsung Galaxy J4+ รีวิว Samsung Galaxy J4+

    Promotion มือถือ แนะนำ

ข่าวอัพเดทล่าสุด