หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[รีวิว] JBL Endurance PEAK หูฟังสปอร์ตแบบ Truly Wireless ไร้สายรบกวน พร้อมกล่องเคสชาร์จใช้งานได้ยาวต่อเนื่อง 28 ชั่วโมง บนดีไซน์กันน้ำ IPX7 เคาะราคาที่ 4,990 บาท

สำหรับหูฟัง JBL ในซีรี่ส์ JBL Endurance เป็นหูฟังสปอร์ตที่เหมาะกับกีฬาและการออกกำลังกายที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น การวิ่ง, การกระโดด, ว่ายน้ำ และอื่น ๆ ซึ่งในซีรี่ส์นี้ มีให้เลือกกันถึง 5 รุ่นด้วยกัน โดยเว็บไซต์ techmoblog.com ได้ทำการรีวิวกันไปแล้ว 2 รุ่น นั่นก็คือ JBL Endurance SPRINT และ JBL Endurance JUMP ซึ่งในวันนี้จะมารีวิวรุ่นที่ถือว่า เป็นรุ่นท็อปของซีรี่ส์นี้ นั่นก็คือ JBL Endurance PEAK นั่นเอง

ถ้าหากพูดถึงชื่อรุ่น คำว่า PEAK หมายถึง การปีนเขา นั่นหมายความว่า JBL Endurance PEAK รุ่นนี้ เป็นหูฟังไร้สายที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับกีฬาประเภทปีนเขา และเนื่องจากเป็นรุ่นท็อปของซีรี่ส์ ทำให้มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เหนือกว่ารุ่นอื่น ๆ นั่นก็คือ Truly Wireless หรือไร้สายอิสระ ซึ่งจะไม่มีสายคล้องคอมาเกะกะกวนใจเหมือนกับรุ่นอื่น ๆ ในซีรี่ส์นี้ จึงเหมาะกับกีฬาปีนเขาที่จำเป็นต้องใช้สมาธิและความคล่องตัวอย่างมาก

    SPONSORED

โดยจุดเด่นอีกอย่างของหูฟังไร้สาย JBL Endurance PEAK นั่นก็คือ มาพร้อมกับกล่องเคสที่เป็นแบตเตอรี่สำรอง ซึ่งตัวหูฟังสามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง และเมื่อนำไปชาร์จกับกล่องเคส ทำให้สามารถใช้งานได้อีก 24 ชั่วโมง รวมการใช้งานได้นานสูงสุด 28 ชั่วโมง จึงเป็นรุ่นที่เหมาะกับการพกพาสำหรับกีฬาประเภทปีนเขา เนื่องจากหาแหล่งชาร์จได้ลำบาก อีกทั้งตัวกล่องเคสก็มีขนาดที่กะทัดรัด และน้ำหนักเบา ทำให้พกพาได้สะดวกอีกด้วย

นอกจากนี้ หูฟังไร้สาย JBL Endurance PEAK ยังมาพร้อมกับจุกหูฟังซึ่งเป็นซิลิโคนแบบ FlexSoft ที่มีความนุ่ม ใส่แล้วไม่เจ็บหู, เทคโนโลยี TwistLock ที่ช่วยทำให้หูฟังไม่ร่วงหล่นขณะใช้งาน และเทคโนโลยี PowerHook ที่ถูกออกแบบในรูปทรงตะขอเกี่ยวกับใบหู ทำให้ตัวหูฟังไม่เลื่อนหลุดแม้จะเคลื่อนไหวแรง ๆ นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติในการกันน้ำตามมาตรฐาน IPX7 สามารถใช้งานในหน้าฝนได้ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าตัวหูฟังจะได้รับความเสียหายเมื่อโดนน้ำ

มาดูกันดีกว่าว่า หูฟังรุ่นท็อปของซีรี่ส์ Endurance รุ่นนี้ จะตอบโจทย์กับการใช้งานมากน้อยแค่ไหน กับรีวิวหูฟังไร้สาย JBL Endurance PEAK โดยทีมงาน techmoblog.com

 

สเปกและคุณสมบัติเบื้องต้นของ JBL Endurance PEAK

  • ขนาดไดร์ฟเวอร์ : 10mm
  • Frequency Response : 16 - 22 kHz
  • รองรับ Bluetooth เวอร์ชัน 4.2 (A2DP V1.3, AVRCP V1.5, HFP V1.6)
  • Bluetooth Transmitter Power < 7.0dBm
  • Bluetooth Transmitter Frequency Range : 2.402 – 2.480GHz
  • Bluetooth Transmitter Modulation : GFSK, π/4 DQPSK, 8DPSK
  • แบตเตอรี่บนหูฟังขนาด 75 mAh รองรับการใช้งานสูงสุด 4 ชั่วโมง
  • แบตเตอรี่บนกล่องเคสชาร์จ ขนาด 1,500 mAh สามารถชาร์จและใช้งานหูฟังได้เพิ่มอีก 24 ชั่วโมง
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว ชาร์จเพียง 10 นาที สามารถใช้งานได้นาน 1 ชั่วโมง
  • กันน้ำตามมาตรฐาน IPX7

 

หูฟังไร้สาย JBL Endurance PEAK เป็นหูฟังแบบ In-Ear ที่มีดีไซน์เหมือนกับรุ่นอื่นในซีรี่ส์นี้ ต่างกันตรงที่ JBL Endurance PEAK มาพร้อมกับเทคโนโลยี Truly Wireless หรือไร้สายอิสระ ทำให้หูฟังรุ่นนี้ไม่มีสายคล้อง จึงพกพาและจัดเก็บได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี TwistLock และ SoftFlex ที่ทำให้สวมใส่ได้กระชับมากขึ้น ยึดตัวหูฟังไม่ให้ร่วงหล่นขณะใช้งาน

สำหรับก้านหูฟังสำหรับคล้องใบหูนั้น มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียกว่า PowerHook ภายในมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ ซึ่งจะหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติเมื่อถอดออก และเล่นเพลงต่อเนื่องเมื่อสวมใส่ โดยหูฟังด้านขวา จะเป็นส่วนที่ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ด้วยระบบสัมผัส พร้อมไฟ LED บ่งบอกสถานะของตัวเครื่อง ถ้าหากเป็นไฟสีแดงนิ่ง หมายถึงตัวเครื่องกำลังเปิด, ไฟสีน้ำเงินกระพริบ หมายถึง กำลังค้นหาสัญญาณ Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ และไฟสีน้ำเงินนิ่ง หมายถึง ทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แล้ว

โดยการสัมผัสในแต่ละรูปแบบจะควบคุมการทำงานแตกต่างกัน ดังนี้

  • ด้านการฟังเพลง
    • แตะ 1 ครั้ง : หยุด-เล่นเพลง
    • แตะ 2 ครั้ง : เล่นเพลงถัดไป
    • แตะ 3 ครั้ง : เล่นเพลงก่อนหน้า
    • เลื่อนขึ้น-ลง : ปรับระดับเสียง (เพิ่ม-ลด)
  • การใช้งานโทรศัพท์
    • แตะ 1 ครั้ง : รับสาย-วางสาย
    • แตะ 2 ครั้ง : ปฏิเสธรับสาย

ด้านระบบเสียง จะมีให้เลือก 2 แบบ นั่นก็คือ แบบ Mono สำหรับใช้คุยโทรศัพท์ และแบบ Stereo สำหรับฟังเพลง

สำหรับกล่องเคสที่เป็นแบตเตอรี่สำรองนั้น มีขนาดที่เล็ก กะทัดรัด (ขนาดเล็กกว่าบัตรเครดิต) ทำให้สามารถพกพาได้อย่างสะดวก ด้านข้างมีพอร์ต สำหรับชาร์จไฟผ่านทางสาย USB และ Adapter ด้านหน้ามีไฟ LED แสดงสถานะของแบตเตอรี่ ถ้าหากไฟแสดงครบ 4 จุด นั่นหมายถึงแบตเตอรี่เต็ม

ส่วนวิธีการชาร์จแบตเตอรี่ให้กับหูฟังไร้สาย JBL Endurance PEAK ก็เพียงแค่ใส่เข้าไปในกล่องเคส ซึ่งจะปรากฏไฟสีแดงแสดงสถานะกำลังชาร์จ โดยตัวหูฟังรองรับการใช้งานได้สูงสุด 4 ชั่วโมง และเมื่อนำมาชาร์จกับกล่องเคส สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องอีก 24 ชั่วโมง (รวมเป็น 28 ชั่วโมง) อีกทั้งยังรองรับระบบชาร์จเร็ว โดยการชาร์จ 10 นาที สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ในกล่องผลิตภัณฑ์นั้น จะประกอบไปด้วย สาย USB และจุกยางให้เลือกทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่ S, M และ L ที่ผู้ใช้สามารถเลือกเปลี่ยนได้ โดยรุ่นนี้ไม่มี Adapter สำหรับชาร์จไฟมาให้ แต่สามารถใช้ Adapter ของสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน

สำหรับการจับคู่หูฟังไร้สาย JBL Endurance PEAK กับสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก หลังจากเปิดเครื่องแล้ว ให้รอประมาณ 5 วินาที จะมีไฟสีน้ำเงินกระพริบปรากฏ จากนั้นให้ไปที่สมาร์ทโฟน เลือก Settings > Bluetooth > JBL Endurance PEAK ถ้าหากการเชื่อมต่อสมบูรณ์ ไฟแสดงสถานะจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินนิ่ง

ด้านคุณภาพเสียงที่ได้จากหูฟังไร้สาย JBL Endurance PEAK นั้น เสียงสูงมีย่านเสียงที่ชัดใส ไม่บาดหู และเก็บรายละเอียดของเสียงได้เป็นอย่างดี  เสียงเบสมีความกระชับ อิมแพคกำลังดี ไม่ล้นจนเกินไป เสียงร้องเก็บรายละเอียดของเสียงได้ครบถ้วน ส่วนเวทีเสียงแยกเสียงร้องกับเสียงเครื่องดนตรีได้อย่างชัดเจน โดยรวมแล้วเหมาะกับการฟังเพลงได้หลากหลายแนว ทั้ง Pop, Pop-Rock, Classic, Jazz, Acoustic และอื่น ๆ

 

บทสรุปการใช้งาน

สรุปแล้ว JBL Endurance PEAK ถือว่า เป็นหูฟังไร้สายที่มีความโดดเด่นสมชื่อรุ่นท็อปของซีรี่ส์นี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับกีฬาปีนเขา, กิจกรรมผาดโผนประเภทต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรมที่หาแหล่งพลังงานในการชาร์จแบตเตอรี่ได้ค่อนข้างยาก โดยมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

  • ฟังก์ชันการเปิด-ปิดอัตโนมัติ โดยตัวหูฟังจะเปิดใช้งานเมื่อผู้ใช้ทำการสวมใส่ และปิดเครื่องเองเมื่อถอดออก
  • เทคโนโลยี Truly Wireless (ไร้สายอิสระ) ซึ่งตัวหูฟังจะไม่มีสายคล้องเหมือนกับรุ่นอื่นในซีรี่ส์นี้
  • เทคโนโลยี TwistLock ที่ช่วยทำให้หูฟังไม่ร่วงหล่นขณะใช้งาน
  • เทคโนโลยี FlexSoft ช่วยทำให้สวมใส่สบาย ไม่เจ็บหู
  • เทคโนโลยี PowerHook ที่ถูกออกแบบในรูปทรงตะขอเกี่ยวกับใบหู ทำให้ตัวหูฟังไม่เลื่อนหลุดแม้จะเคลื่อนไหวแรง ๆ
  • คุณสมบัติในการกันน้ำ-กันเหงื่อ ตามมาตรฐาน IPX7 และสามารถอยู่ในน้ำลึก 1.30 เมตรได้นาน 30 นาที
  • ควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัส
  • รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย สามารถใช้รับสายโทรศัพท์หรือฟังเพลงได้ด้วยการสัมผัสที่ตัวหูฟัง
  • ระบบเสียงมีให้เลือก 2 แบบคือ แบบ Mono สำหรับใช้คุยโทรศัพท์ และแบบ Stereo สำหรับฟังเพลง
  • ตัวหูฟังรองรับการใช้งานได้ต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง และเมื่อนำไปชาร์จกับกล่องเคส ทำให้สามารถใช้งานได้อีก 24 ชั่วโมง รวมการใช้งานได้นานสูงสุด 28 ชั่วโมง
  • รองรับการชาร์จเร็ว ซึ่งการชาร์จเพียง 10 นาทีสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 1 ชั่วโมง
  • กล่องเคสมีขนาดเล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก

โดยหูฟังไร้สาย JBL Endurance PEAK มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีน้ำเงิน และสีแดง ราคา 4,990 บาท สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mahajaklife.com

 

 

--------------------------------------
บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

Update : 22/04/2019

JBL Endurance PEAK

ข่าวอัพเดทล่าสุด