หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[รีวิว] JBL Endurance SPRINT หูฟังไร้สายสำหรับนักวิ่ง ด้วยเทคโนโลยี TwistLock วิ่งท่าไหนก็ไม่หลุด ควบคุมการทำงานด้วยการสัมผัส พร้อมบอดี้กันน้ำ IPX7 เคาะราคาที่ 1,990 บาท

ท่ามกลางกระแสความนิยมในเรื่องของการออกกำลังกาย หูฟังที่ถูกออกแบบเพื่อการเล่นกีฬาและออกกำลังกายนั้นยังคงได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางแบรนด์ JBL ผู้ผลิตลำโพงเสียงและหูฟังชื่อดัง ก็มีหูฟังไร้สายสำหรับการออกกำลังกายให้เลือกหลายรุ่นเช่นกัน โดยหูฟังที่ทางทีมงาน techmoblog จะนำมารีวิวกันในวันนี้ก็คือ หูฟังไร้สาย JBL Endurance SPRINT นั่นเอง

สำหรับหูฟังไร้สาย JBL Endurance SPRINT นั้น คือหนึ่งในหูฟังไร้สายประจำซีรี่ส์ Endurance ซึ่งในซีรี่ส์นี้จะมีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อยด้วยกัน ได้แก่ JBL Endurance SPRINT, JBL Endurance JUMP, JBL Endurance DIVE, JBL Endurance RUN และ JBL Endurance PEAK โดยทั้ง 5 รุ่นนี้จะมีดีไซน์ที่คล้ายกัน ต่างกันที่ฟังก์ชันการใช้งานและราคา ซึ่งคำว่า SPRINT หมายถึง การวิ่ง นั่นหมายความว่า JBL Endurance SPRINT เป็นหูฟังไร้สายที่ถูกออกแบบมาเพื่อการวิ่งโดยเฉพาะ

    SPONSORED

โดยจุดขายของหูฟังไร้สาย JBL Endurance SPRINT นั้น มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียกว่า MagHook ที่ก้านคล้องหูจะเป็นแม่เหล็ก ที่สามารถยึดติดกับตัวหูฟังได้เมื่อไม่ใช้งาน ทำให้สามารถจัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ และพกพาได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องกังวลว่าจะหล่นหาย นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี TwistLock และ FlexSoft ที่ช่วยทำให้การสวมใส่กระชับมากขึ้น, ไม่เจ็บหู และคล้องพอดีกับใบหู ไม่ว่าจะวิ่ง, กระโดด หรือขยับในท่าทางแบบไหน ก็ไม่ร่วงหล่นจากหูระหว่างใช้งาน

เรียกได้ว่า แค่ได้เห็นคุณสมบัติเบื้องต้นของหูฟังไร้สาย JBL Endurance SPRINT น่าจะตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังด้วยการวิ่งกันอย่างแน่นอน มาดูกันดีกว่าว่า หูฟังไร้สาย JBL Endurance SPRINT นอกจากจะไว้ใช้ฟังเพลงแล้ว ยังรองรับคุณสมบัติในด้านใดอีกบ้าง กับรีวิว หูฟังไร้สาย JBL Endurance SPRINT โดยทีมงาน techmoblog

 

สเปกและคุณสมบัติเบื้องต้นของ JBL Endurance SPRINT

  • ขนาดไดร์ฟเวอร์ : 10mm (Dynamic Driver)
  • Impedance : 16.0 ohms
  • Dynamic Frequency Response Range : 20Hz - 20kHz
  • แบตเตอรี่แบบ Li-Ion ขนาด 120 mAh, 3.7V
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว การชาร์จเพียง 10 นาที สามารถใช้งานได้นาน 1 ชั่วโมง
  • รองรับการใช้งานด้านการฟังเพลงนานสูงสุด 8 ชั่วโมง
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth เวอร์ชัน 4.2
  • Bluetooth Transmitter Frequency Range : 2.402GHz-2.48GHz
  • กันน้ำตามมาตรฐาน IPX7

 

หูฟังไร้สาย JBL Endurance SPRINT เป็นหูฟังแบบ In-Ear คล้องใบหู โดยก้านหูฟังสำหรับเกี่ยวใบหูนั้น มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียกว่า MagHook ซึ่งเป็นแม่เหล็กที่จะยึดติดกับตัวหูฟังทันทีเมื่อไม่ใช้งาน และสามารถหนีบกับสายกระเป๋าหรือเสื้อเพื่อป้องกันการหล่นหายได้เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี TwistLock และ SoftFlex ที่ทำให้สวมใส่ได้กระชับมากขึ้น ยึดตัวหูฟังไม่ให้ร่วงหล่นขณะใช้งาน ไม่ว่าจะออกกำลังกายด้วยท่าทางแบบไหนก็ตาม อีกทั้งยังไม่เจ็บหูเมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน ๆ อีกด้วย

ส่วนบอดี้นั้น มาพร้อมกับมาตรฐานการกันน้ำที่ระดับ IPX7 สามารถกันน้ำและกันเหงื่อได้ เหมาะสมกับการสวมใส่เพื่อการออกกำลังกายในทุกสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ ยังสามารถนำลงสระว่ายน้ำได้ด้วยเช่นกัน โดยอยู่ได้นาน 30 นาทีที่ระดับความลึก 1.30 เมตร

ในกล่องผลิตภัณฑ์นั้น จะมีจุกยางให้เลือกทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่ S, M และ L ที่ผู้ใช้สามารถเลือกเปลี่ยนได้

หูฟังด้านขวา จะเป็นส่วนที่ควบคุมการทำงานทั้งหมดด้วยการสัมผัสตรงตำแหน่งของโลโก้ JBL โดยปุ่ม Power จะอยู่ตรงโลโก้ JBL ให้แตะที่โลโก้ค้างไว้ประมาณ 3 วินาที จะมีไฟสีแดงบอกสถานะปรากฏขึ้นมา ส่วนการปิดใช้งาน ให้แตะที่โลโก้ JBL ค้างไว้ 3 วินาที จนกว่าไฟแสดงสถานะจะดับลง ซึ่งการสัมผัสในแต่ละแบบจะควบคุมการทำงานแตกต่างกัน ดังนี้

  • ด้านการฟังเพลง
    • แตะ 1 ครั้ง : หยุด-เล่นเพลง
    • แตะ 2 ครั้ง : เล่นเพลงถัดไป
    • แตะ 3 ครั้ง : เล่นเพลงก่อนหน้า
    • เลื่อนขึ้น-ลง : ปรับระดับเสียง (เพิ่ม-ลด)
  • การใช้งานโทรศัพท์
    • แตะ 1 ครั้ง : รับสาย-วางสาย
    • แตะ 2 ครั้ง : ปฏิเสธรับสาย

สำหรับการจับคู่หูฟังไร้สาย JBL Endurance SPRINT กับสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก หลังจากเปิดปุ่ม Power แล้ว ให้รอประมาณ 5 วินาที จะมีไฟสีน้ำเงินกระพริบปรากฏ จากนั้นให้ไปที่สมาร์ทโฟน เลือก Settings > Bluetooth > JBL Endurance SPRINT ถ้าหากการเชื่อมต่อสมบูรณ์ ไฟแสดงสถานะจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินนิ่ง

แบตเตอรี่บนหูฟังไร้สาย JBL Endurance SPRINT มีขนาดความจุอยู่ที่ 120 mAh ซึ่งรองรับการใช้งานด้านการฟังเพลงนานสูงสุด 8 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับการชาร์จเร็วด้วยเช่นกัน โดยการชาร์จเพียง 10 นาทีสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 1 ชั่วโมง ส่วนพอร์ตสำหรับชาร์จแบตเตอรี่จะอยู่ส่วนท้ายของหูฟังด้านขวา ซึ่งในกล่องผลิตภัณฑ์จะมีสาย microUSB มาให้

มาลองทดสอบคุณภาพเสียงกันบ้าง ซึ่งเสียงเบสนั้นถือว่าโดดเด่น อิมแพคชัด มีความกระชับ เสียงแหลมมีย่านเสียงที่ชัดใส ไม่บาดหู และเก็บรายละเอียดของเสียงได้เป็นอย่างดี เสียงร้องมีความสด โดดเด่น ส่วนเวทีเสียงแยกเสียงร้องกับเสียงเครื่องดนตรีได้อย่างชัดเจน ด้านการตัดเสียงรบกวนรอบข้างถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง โดยรวมแล้วถือว่าเป็นหูฟังที่เหมาะกับการฟังเพลงได้หลากหลายแนว ช่วยทำให้การฟังเพลงระหว่างการออกกำลังกายนั้นมีความสนุกมากขึ้นด้วย

 

บทสรุปการใช้งาน

สำหรับหูฟังไร้สาย JBL Endurance SPRINT เรียกได้ว่า เป็นหูฟังที่ถูกออกแบบสำหรับสายวิ่งเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ถูกออกแบบเพื่อการวิ่งโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น

  • ดีไซน์ MagHook ก้านคล้องหูแบบแม่เหล็ก สามารถใช้หนีบกับกระเป๋าหรือเสื้อได้
  • เทคโนโลยี TwistLock ที่ช่วยทำให้หูฟังไม่ร่วงหล่นขณะใช้งาน ไม่ว่าจะวิ่ง หรือออกกำลังกายในท่วงท่าแบบไหน
  • เทคโนโลยี FlexSoft ช่วยทำให้สวมใส่สบาย ไม่เจ็บหู
  • คุณสมบัติในการกันน้ำ-กันเหงื่อ ตามมาตรฐาน IPX7 และสามารถอยู่ในน้ำลึก 1.30 เมตรได้นาน 30 นาที
  • รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย สามารถใช้รับสายโทรศัพท์หรือฟังเพลงได้ด้วยการสัมผัสที่ตัวหูฟัง
  • รองรับการใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับการชาร์จเร็ว ซึ่งการชาร์จเพียง 10 นาทีสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 1 ชั่วโมง
  • ดีไซน์ที่เล็กกะทัดรัด ทำให้พกพาได้อย่างสะดวก

โดยหูฟังไร้สาย JBL Endurance SPRINT มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีเหลือง, สีแดง, สีดำ, สีเขียว และสีน้ำเงิน เคาะราคาอยู่ที่ 1,990 บาทเท่านั้น สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mahajaklife.com

 

 

--------------------------------------
บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

Update : 03/04/2019

JBL Endurance SPRINT

ข่าวอัพเดทล่าสุด