
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว หลังเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยแม้ดีไซน์โดยรวมจะยังใกล้เคียงกับ iPhone 17 Pro แต่ Apple ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่และปรับปรุงหลายด้าน ทั้งประสิทธิภาพ กล้อง แบตเตอรี่ ระบบระบายความร้อน และการเชื่อมต่อ
สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อ iPhone 18 Pro ดีหรือไม่ หรืออยากรู้ว่ารุ่นใหม่มีอะไรเปลี่ยนจากรุ่นก่อนบ้าง เราสรุป 10 ฟีเจอร์เด่นของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาให้ดูกันแบบเข้าใจง่าย ก่อนตัดสินใจซื้อ

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาพร้อม ชิป A20 Pro ซึ่งเป็นชิปขนาด 2 นาโนเมตรรุ่นแรกที่ถูกนำมาใช้ใน iPhone โดยมีโครงสร้างประกอบด้วย CPU แบบ 6-Core, GPU แบบ 7-Core และ Neural Engine แบบ 32-Core
Apple ระบุว่า ชิป A20 Pro ให้ประสิทธิภาพ CPU เร็วขึ้นสูงสุด 20% และประสิทธิภาพกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับชิป A19 Pro ใน iPhone 17 Pro ขณะที่ประสิทธิภาพต่อเนื่องดีขึ้นสูงสุด 40% เช่นกัน

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีตัวเลือกสีใหม่ 3 สี ได้แก่ Burgundy, Black และ Glacier นอกจากนี้ Apple ยังปรับให้สีบริเวณอะลูมิเนียมด้านหลังและพื้นที่กระจก Ceramic Shield มีโทนสีที่เข้ากันมากขึ้น ทำให้ภาพรวมของตัวเครื่องดูเป็นสีเดียวกันมากกว่าเดิม

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้คือ Dynamic Island มีขนาดเล็กลง เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมรองรับการแสดง Live Activities ได้พร้อมกันสูงสุด 3 รายการ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามกิจกรรมต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ได้มากขึ้น

หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจที่สุดของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max คือ กล้องหลัก 48MP Fusion Camera รองรับ Variable Aperture เป็นครั้งแรก ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับรูรับแสงเพื่อควบคุมปริมาณแสงที่เข้าสู่เซนเซอร์ รวมถึงควบคุมระยะชัดลึกของภาพได้ โดยมีตัวเลือกตั้งแต่ ƒ/1.48, ƒ/1.8, ƒ/2.8 ไปจนถึง ƒ/4.0
Apple ระบุว่า การปรับรูรับแสงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายภาพในที่แสงน้อย รวมถึงช่วยให้รายละเอียดของวัตถุบริเวณด้านหลังภาพ เช่น การถ่ายภาพหมู่ มีความคมชัดมากขึ้น
ในแอป Camera ของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีการเพิ่ม Pro Controls สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมการถ่ายภาพด้วยตัวเองมากขึ้น สามารถปรับ Shutter Speed, White Balance และ Aperture ได้แบบแมนนวล นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกแสดง Histogram เพื่อช่วยตรวจสอบการกระจายของแสงและรายละเอียดในภาพระหว่างถ่าย
สำหรับสายวิดีโอ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max สามารถบันทึก Time-lapse ที่ความละเอียด 4K พร้อม Dolby Vision HDR ได้ เพิ่มความละเอียดและช่วงไดนามิกของวิดีโอ Time-lapse ให้มากขึ้น

ทั้ง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นจากรุ่นก่อน โดยเฉพาะ iPhone 18 Pro Max ที่ Apple ระบุว่าสามารถเล่นวิดีโอแบบออฟไลน์ได้นานขึ้นสูงสุด 15% เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro Max
ด้านการชาร์จเร็วก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% เป็น 50% ภายใน 15 นาที จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

Apple ปรับปรุงระบบระบายความร้อนภายใน iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ด้วย Vapor Chamber รุ่นใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ผิวสำหรับกระจายความร้อนมากกว่ารุ่นใน iPhone 17 Pro ถึง 3 เท่า
การปรับปรุงนี้ช่วยให้ตัวเครื่องสามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานหนักต่อเนื่อง เช่น เล่นเกม ใช้งานกล้อง หรือประมวลผล AI
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ที่วางจำหน่ายทั่วโลกมาพร้อม C2 Cellular Modem รุ่นที่ 2 ของ Apple สำหรับการเชื่อมต่อ 5G และ LTE (ยกเว้นในสหรัฐฯ ใช้โมเด็มของ Qualcomm)
Apple ระบุว่า C2 มาพร้อมการปรับปรุงด้านคุณภาพและความเสถียรของสัญญาณด้วย AI รวมถึงให้ความเร็วในการอัปโหลดที่เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ C1X พร้อมใช้พลังงานน้อยลง 15% ขณะที่รุ่นที่จำหน่ายในสหรัฐฯ ยังรองรับ 5G mmWave
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีตัวเลือกความจุสูงสุด 2TB จากที่ก่อนหน้านี้ ความจุ 2TB เป็นตัวเลือกที่มีเฉพาะ iPhone 17 Pro Max เท่านั้น ทำให้ผู้ที่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสายถ่ายภาพและวิดีโอ มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นในรุ่น Pro
-------------------------------------
นำเสนอบทความโดย : techmoblog.com
Update : 19/09/2026
หน้าหลัก (Main) |
(สินค้า IT) ออกใหม่ |
|
FOLLOW US |