หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

รีวิว iPad 3G โฉมหน้าและความแตกต่าง iPad 3G กับ iPad wifi


iPad 3G หน้าตาไม่แตกต่างจาก iPad Wifi

iPad 3G หน้าตาไม่แตกต่างจาก iPad Wifi


ตามที่ Techmoblog.com ได้นำเสนอข่าวการมาถึงของ iPad 3G หรือชื่อเต็มๆว่า iPad Wifi+3G ไปเมื่อคืนนะครับในอเมริกา เมื่อได้รับเครื่อง iPad 3G มาปุ๊บ เว็บไซต์ Macworld ก็ได้ทำการรีวิว iPad 3G ทันทีเลย เรามาดรายละเอียดกันครับ
ข้อมูลแรกที่ต้องทราบคือ iPad มี 2 รุ่น คือ รุ่น iPad Wifi และ iPad Wifi+3G โดยมีความแตกต่างกันตรงที่ iPad Wifi+3G(ที่เราเรียกติดปาก และต่อไปขอเรียกว่า iPad 3G) นั้นมีความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบ 3G และ Wifi ไม่เหมือน iPad Wifi ที่เชื่อมต่อได้เพียง Wifi เท่านั้น และจากข้อมูลที่ทราบจาก Apple ในช่วงเปิดตัว iPad นั้น เราทราบว่า iPad 3G นั้นใช้ซิมการ์ดของโทรศัพท์มือถือ โดยใช้ซิมการ์ดที่มีขนาดเล็กกว่าซิมการ์ดที่เราพบเห็นทั่วไป ซิมการ์ดที่ใช้กับ iPad 3G จะเป็น ไมโครซิมการ์ด(micro sim card)
หน้าตา micro sim card จาก AT&T

หน้าตา micro sim card จาก AT&T


หน้าตา iPad 3G ต่างกับ iPad Wifi อย่างไร?
หน้าตาตัวเครื่องในภาพรวมของ iPad 3G ไม่แตกต่างกับ iPad Wifi ครับ จะมีจุดสังเกตุสำหรับ iPad 3G โดยด้านหลังจะมีแถบสีดำ ที่ทำหน้าที่เป็นเสาอากาศสำหรับ 3G (แถบสีดำนี้เป็นพลาสติก ให้สัญญาณ 3G รับได้ง่ายกว่าเป็น อลูมิเนียมครับ)
แถบพลาสติกสีดำด้านหลัง iPad 3g

แถบพลาสติกสีดำด้านหลัง iPad 3g

    SPONSORED


Micro Sim ที่ใส่ซิมการ์ดอยู่ด้านซ้ายของตัวเครื่องครับ โดย iPad 3G ใช้เข็มกดถาดซิมแบบเดียวกับ iPhone
มุมซ้ายหน้าจอ มีระดับสัญญาณ 3G

มุมซ้ายหน้าจอ มีระดับสัญญาณ 3G


หน้าจอด้านใน iPad 3G ก็เหมือนกับ iPad Wifi ครับ จะมีจุดแตกต่างเล็กน้อยที่มุมจอด้านซ้ายที่แสดงเสาสัญญาณคลื่น 3G พร้อมแสดงชื่อเครือข่าย และด้วยความที่ใช้สัญญาณโทรศัพท์ 3G ทำให้ระบบ setting จำเป็นต้องมีโหมด Airplane เพื่อปิดสัญญาณครับ เหมือน iPhone
menu ใหม่เรื่อง Cellular Data

menu ใหม่เรื่อง Cellular Data


นอกจากนี้ยังมีเมนูใหม่เพิ่มขึ้นมาคือ Cellular Data สำหรับการตั้งค่าสำหรับการใช้บริการ 3G กับผู้ให้บริการ เช่น DTAC, AIS หรือ TrueMove (ในอนาคต)ครับ แต่ในเรื่องการปรับแต่งค่าสัญญาณนั้น ถ้าเป็น iPhone จะมีเมนูตั้งค่าเพื่อ เปิด/ปิด 3G เพื่อเปลี่ยนไปใช้สัญญาณ GPRS / EDGE แทน ในกรณีที่แบตใกล้หมด เพราะ 3G กินแบตมากกว่า GPRS / EDGE
แต่ใน iPad 3G เราจะไม่เห็นการตั้งค่า เปิด/ปิด 3G เหมือน iPhone ครับ คือเราใช้งาน 3G เป็นหลัก หากสัญญาณ 3G ไม่มี iPad 3G จะเลื่อนไปใช้ GPRS / EDGE ด้วยตัวเอง โดยที่เราควบคุมเองไม่ได้(เลือกว่าจะใช้ 3G หรือ GPRS/EDGE)
พูดถึงเรื่องสัญญาณ และเสาสัญญาณแล้ว เราคงต้องพูดถึง GPS กันด้วย iPad 3G จะติดตั้ง GPS ติดตั้งมาด้วยครับ ไม่เหมือนใน iPad Wifi ที่ไม่มี GPS แต่จะจับพิกัดเครื่องด้วย Wifi-base-location แทน นอกจากนี้ iPad 3G ยังพ่วงเอาเมนูการเซ็ทค่าการใช้งาน 3G ของ AT&T ผู้ให้บริการเครือข่ายคู่บุญของ iPhone มาด้วยให้ผู้ใช้สามารถสมัครใช้งานได้ง่ายๆครับ
iPad 3G มีเมนูสมัครใช้งาน 3G กับ AT&T

iPad 3G มีเมนูสมัครใช้งาน 3G กับ AT&T

Update : 01/05/2010

iPad iPad Review Review iPad iPad 3G

ข่าวที่เกี่ยวข้อง