หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

iOS 12 เปิดตัวแล้ว! พร้อมสรุปฟีเจอร์ใหม่ ทั้ง Group FaceTime และ Memoji เปิดให้ดาวน์โหลดฤดูใบไม้ร่วงนี้ ด้าน iPhone 5S ยังได้ไปต่อ!

เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับงาน WWDC 2018 ซึ่งเป็นงานอีเวนท์ใหญ่ช่วงกลางปีจาก Apple อีกทั้งยังเป็นงานรวมเหล่านักพัฒนาจากทั่วทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้ โดยสิ่งที่ได้รับความสนใจในงานมากที่สุด นั่นก็คือ Keynote ซึ่งเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ จาก Apple นั่นเอง ซึ่งล่าสุด Apple ได้เปิดตัว iOS 12 เวอร์ชันล่าสุดอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งความเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ของ iOS 12 ก็คือ ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้รวดเร็วขึ้น และตอบสนองได้ไวขึ้น อีกทั้งยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจมากมาย สรุปรายละเอียดดังนี้

 

    SPONSORED

สรุปฟีเจอร์ใหม่บน iOS 12

1. Performance

    SPONSORED

การปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการใช้งาน ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของ iOS 12 ซึ่งทาง Apple เผยว่า iOS 12 ทำให้การใช้งานทั้งบน iPhone และ iPad รวดเร็วและตอบสนองได้ไวขึ้น โดยยกตัวอย่าง iPhone 6 Plus หลังอัปเดต iOS 12 เปิดกล้องเร็วขึ้นกว่าเดิม 70%, คีย์บอร์ดปรากฏเร็วขึ้น 50%, เปิดแอปฯ เร็วขึ้น 40% รวมถึงแสดงหน้าจอแชร์ได้เร็วขึ้น 2 เท่าแม้ว่าตัวเครื่องจะมีการประมวลผลอย่างหนักในตอนนั้น (under heavy workload)

 

2. Augmented Reality (AR)

ARKit เปิดตัวเวอร์ชัน 2.0 (ARKit 2) เปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชัน AR ที่ทันสมัยที่สุดด้วยเครื่องมือใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น การตรวจจับวัตถุ, การติดตามภาพ รวมถึงปรับปรุงประสบการณ์ด้านการเล่นเกม AR ร่วมกันระหว่างอุปกรณ์

นอกจากนี้ ยังได้มีการเพิ่มแอปพลิเคชันใหม่ในชื่อ Measure ซึ่งเป็นแอปฯ ช่วยวัดขนาดของวัตถุแบบ 3 มิติผ่านทางกล้องถ่ายรูป รวมถึงจับมือกับทาง Pixar พัฒนาฟอร์แมตสำหรับ AR ในชื่อ USDZ ทำให้สามารถสัมผัสประสบการณ์ด้าน AR ในรูปแบบของภาพกราฟิกและแอนิเมชันผ่านทางแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Messages, Safari, Mail, Files และ News

 

3. Photos

สำหรับแอปฯ Photos ได้มีการเพิ่มแท็บ For You ย้อนภาพสำคัญในอดีต, Sharing Suggestions คำแนะนำการแชร์แบบใหม่ ที่ช่วยทำให้แชร์ภาพถ่ายกับเพื่อนง่ายขึ้น อีกทั้งเพื่อนยังสามารถแชร์ภาพจากทริปหรือกิจกรรมเดียวกันกลับมาในอัลบั้มได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังปรับปรุงระบบการค้นหา ซึ่งจะแยกตามงานกิจกรรม, ผู้คน, สถานที่, หมวดหมู่

 

4. Siri

ด้าน Siri ผู้ช่วยอัจฉริยะได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ในชื่อ Siri Shortcuts สามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันอื่นได้ เช่น แอปฯ ตามหากุญแจ นอกจากนี้ ยังเปิดตัวแอปฯ Shortcuts ซึ่งเป็นแอปฯ รวมคำสั่งเสียงจากแอปพลิเคชันต่าง ๆ ไว้ในที่เดียว ซึ่งผู้ใช้สามารถสร้างคำสั่งเสียงเองได้ โดยแอปฯ Shortcuts รองรับการใช้งานทั้งบน iPhone และ iPad รวมถึง HomePod และ Apple Watch อีกด้วย

 

5. Memoji

จากการเปิดตัวฟีเจอร์ Animoji บน iPhone X เมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุด มีของใหม่ในชื่อ Memoji ซึ่งเป็นการปรับแต่ง Animoji ให้มีใบหน้าและรูปลักษณ์เหมือนผู้ใช้ (คล้าย AR Emoji บน Samsung Galaxy S9) นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มสมาชิกใหม่บน Animoji ซึ่งได้แก่ ผี, หมีโคอาล่า, เสือ และทีเร็กซ์ อีกทั้งยังอัปเกรดให้ Animoji กับ Memoji สามารถตรวจจับการขยิบตาและแลบลิ้นได้แล้ว

 

6. Group FaceTime

ล่าสุด FaceTime รองรับการสนทนาได้พร้อมกันหลายคนในครั้งเดียว รองรับสูงสุดถึง 32 คน อีกทั้งยังรองรับการใช้งานร่วมกับแอปฯ Messages อีกด้วย

 

7. ฟีเจอร์ที่ช่วยบริหารเวลาในการใช้สมาร์ทโฟน

ก่อนหน้าที่ iOS 12 จะเปิดตัว ได้เคยมีข่าวลือว่าจะมีการเพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยบริหารเวลาในการใช้สมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้ติดมือถือน้อยลง ซึ่งล่าสุด ได้เปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว มีทั้งหมด 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่

  • Do Not Disturb (ห้ามรบกวน) สำหรับโหมด Do Not Disturb จะช่วยให้ผู้ใช้ไม่เสียสมาธิในช่วงเวลาต่างๆ เช่น ขณะอ่านหนังสือ, อยู่ในห้องเรียน, อยู่ในที่ประชุม หรือขณะทานอาหารเย็น และยังมีการเพิ่มโหมดห้ามรบกวนในเวลานอนที่จะช่วยให้ผู้ใช้นอนหลับในตอนกลางคืนได้ดียิ่งขึ้นโดยการหรี่แสงบนจอภาพ และซ่อนการแจ้งเตือนทั้งหมดบนหน้าจอล็อคจนกว่าจะเปิดดูในตอนเช้า

  • Notification (การแจ้งเตือน) สามารถปิดการแจ้งเตือนจากแอปฯ ต่างได้จากส่วนของ Notification ที่เดียวโดยที่ไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าใน Settings แบบแยกแอปฯ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ Siri เข้าช่วยตั้งค่าการแจ้งเตือนได้เช่นกัน

  • Screen Time เป็นการแสดงข้อมูลเชิงลึกให้ผู้ใช้ทราบว่า ตนเองใช้เวลาไปกับแอปฯ และเว็บไซต์ต่าง ๆ เท่าใด พร้อมกับเพิ่มฟีเจอร์ App Limits ที่สามารถกำหนดระยะเวลาสูงสุดในการใช้แอปฯ นั้น ๆ และแจ้งเตือนเมื่อใกล้จะหมดเวลาใช้แอปฯ

 

8. ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

บน Safari ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ Intelligent Tracking Prevention (การป้องกันการติดตามอัจฉริยะ) ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ปุ่มโซเชียลมีเดีย เช่น Like หรือ Share รวมถึง Widget แสดงความคิดเห็นติดตามผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

9. ฟีเจอร์อื่น ๆ

  • แอปฯ Books ออกแบบใหม่ ค้นหาได้ง่ายขึ้น เพิ่มแท็บ Book Store ทำให้เรียกดูหนังสือออกใหม่, ติดอันดับ รวมถึงคอลเล็กชันต่าง ๆ ง่ายขึ้นกว่าเดิม
  • แอปฯ News ออกแบบใหม่ ทำให้ค้นหาช่องและหัวข้อใหม่ รวมถึงรายการโปรดง่ายขึ้น ส่วนบน iPad มีการเพิ่มแถบด้านข้างทำให้การใช้งานภายในแอปฯ สะดวกขึ้นกว่าเดิม
  • แอปฯ Stocks มีให้ใช้งานบน iPad แล้ว
  • CarPlay เพิ่มการรองรับแอปฯ นำทาง
  • Voice Memos เปิดให้ใช้งานบน iPad แล้ว และเพิ่มการรองรับ iCloud เพื่อซิงค์เสียงที่บันทึกไว้ รวมถึงการตัดต่อ, การอัด, การแชร์ และแก้ไขเป็นเรื่องง่ายขึ้น
  • แอปฯ Wallet บน iPhone และ Apple Watch เพิ่มการรองรับบัตรประจำตัวนักเรียน 

 

iOS 12 รองรับบนอุปกรณ์ใดบ้าง

สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ iOS 12 ได้แก่

  • iPhone 5S
  • iPhone 6, iPhone 6 Plus
  • iPhone 6S, iPhone 6S Plus
  • iPhone SE
  • iPhone 7, iPhone 7 Plus
  • iPhone 8, iPhone 8 Plus
  • iPhone X
  • iPad Air, iPad Air 2
  • iPad Pro ทุกรุ่น
  • iPad 5
  • iPad 6
  • iPad mini 2, iPad mini 3, iPad mini 4
  • iPod Touch Gen 6

 

iOS 12 เปิดให้ดาวน์โหลดเมื่อใด

สำหรับนักพัฒนา สามารถดาวน์โหลด iOS 12 Developer Preview ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง developer.apple.com ส่วนผู้ใช้ iOS สามารถดาวน์โหลดเวอร์ชัน Public Betaได้ภายในเดือนนี้ผ่านทาง beta.apple.com และสำหรับผู้ใช้ทั่วไป จะเปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ (คาดว่าเป็นช่วงหลังเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในเดือนกันยายน)

 

 

--------------------------------------
ที่มา : apple.com

แปลและเรียบเรียง : techmoblog.com

Update : 13/09/2018

iOS 12 WWDC18