หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

ไขข้อข้องใจ โน้ตบุ๊คบนแพลตฟอร์ม Intel Evo ดีอย่างไร? ครอบคลุมการใช้งานแค่ไหน? ใครควรซื้อ?

ปกติแล้วการจะเลือกซื้อโน้ตบุ๊คมาใช้งานสักเครื่อง จะต้องคำนึงก่อนเสมอว่า ซื้อมาใช้งานด้านใดเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น โน้ตบุ๊คสายทำงาน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ที่มีไว้เพื่อเรียน ทำรายงาน หรือจะเป็นชาวออฟฟิศที่ต้องใช้ทำงานนอกสถานที่ ก็ต้องเลือกโน้ตบุ๊คที่มีประสิทธิภาพเร็วและแรง เพื่อให้ตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างเต็มที่ ครอบคลุมงานด้านเอกสารอย่าง Microsoft Office หรือสาย Creator ที่ต้องใช้โปรแกรมของ Adobe ซึ่งคุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านี้ จะต้องแลกมาด้วยตัวเครื่องที่มีน้ำหนักมาก ขนาดตัวเครื่องใหญ่ หนา พกพาไม่ค่อยสะดวก รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ไม่นานนัก

แต่ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้กำลังจะหมดไป ด้วยเทคโนโลยีใหม่จาก อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชัน 11 (11th Gen Intel® Core™ Processor) บนแพลตฟอร์ม Intel Evo ที่จะมาเปลี่ยนมุมมองของผู้ใช้งานโดยเฉพาะเรื่องของประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยปกติแล้ว โน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับดีไซน์บาง น้ำหนักเบา มักจะถูกมองว่า เหมาะสำหรับการใช้งานด้านเอกสาร, ท่องอินเทอร์เน็ต หรือรับชมความบันเทิงเล็ก ๆ น้อย ๆ เสียมากกว่า และไม่เหมาะกับงานที่ต้องใช้การประมวลผลในระดับสูง เช่น งานตัดต่อวิดีโอ หรือเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ ซึ่งการมาของ 11th Gen Intel® Core™ Processor จะเข้ามาเปลี่ยนนิยามของคำว่า โน้ตบุ๊คสายบางเบา ให้สามารถทำงานได้เทียบเท่า หรือดีกว่าโน้ตบุ๊คเกมมิ่งที่มีอยู่ท้องตลาด รวมถึงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหลาย ๆ รุ่นอีกด้วย

    SPONSORED

 

แพลตฟอร์ม Intel Evo คืออะไร ?

    SPONSORED

คงจะพอคุ้นหูกันมาบ้างแล้ว สำหรับแพลตฟอร์ม Intel Evo ที่ทาง Intel ได้เปิดตัวตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 ที่ผ่านมา ซึ่ง Intel Evo นั้น เป็นแบรนด์มาตรฐานโน้ตบุ๊คที่ต่อเนื่องจาก Project Athena โดยโน้ตบุ๊คที่จะใช้แบรนด์ Intel Evo นั้น จต้องผ่านมาตรฐานต่าง ๆ ที่ทาง Intel กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็น ต้องใช้ชิปประมวลผล 11th Gen Intel® Core™ (Tiger Lake) ระดับ Core i5 ขึ้นไป, ใช้การ์ดจอ Intel® Iris™ Xe Graphics, รองรับ Thunderbolt 4 และ Wi-Fi 6

โดยชิปประมวลผล 11th Gen Intel® Core (Tiger Lake) บนแพลตฟอร์ม Intel Evo แม้ว่าจะยังคงใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 10 นาโนเมตร เหมือนกับรุ่น 10th Gen Intel® Core (Ice Lake) แต่ความแตกต่างกันระหว่าง 2 รุ่นนี้ก็คือ ชิปประมวลผล 11th Gen Intel® Core จะใช้เทคโนโลยีแบบ SuperFin ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่าแต่ใช้พลังงานน้อยลง ที่ทาง Intel เคลมว่า แม้จะเปิดหน้าจอความละเอียดที่ระดับ FHD แต่แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานกว่า 9 ชั่วโมง เรียกได้ว่า รองรับการใช้งานได้ยาว ๆ ตลอดทั้งวันเลยทีเดียว

 

ซื้อโน้ตบุ๊คสายบางเบารุ่นใหม่ ทำไมต้องเลือกชิปประมวลผล 11th Gen Intel® Core™ บนแพลตฟอร์ม Intel Evo

การมาของชิปประมวลผลรุ่นใหม่ ๆ ก็จะถูกพัฒนาให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอยู่แล้ว ซึ่งคนที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊คที่มีพร้อมกับดีไซน์บางเบา ทำไมถึงต้องเลือกโน้ตบุ๊คที่ใช้ชิปประมวลผล 11th Gen Intel® Core บนแพลตฟอร์ม Intel Evo และจะตอบโจทย์ด้านการใช้งานมากน้อยแค่ไหน มาดู 5 เหตุผลหลักกันเลยดีกว่า

 

1. เร็วและแรงด้วยชิปประมวลผล 11th Gen Intel® Core™

โน้ตบุ๊คสายบางเบาที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Evo นั้น จะมาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวแรงอย่าง 11th Gen Intel® Core ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 10 นาโนเมตรแบบ SuperFin โดยจะเป็น Intel Core i5 และ Intel Core i7 รองรับความเร็วในการประมวลผลสูงสุดถึง 4.8 GHz เลยทีเดียว

 

นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการประมวลผลที่เร็วและแรงแล้ว คีย์หลักของชิปประมวลผล 11th Gen Intel® Core ก็คือ เทคโนโลยี Intel Deep Learning Boost ซึ่งมี AI ช่วยประมวลผลในตัว รองรับซอฟท์แวร์และโปรแกรมต่าง ๆ ที่สนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างเช่น Microsoft Office (Word, Excel, PowerPoint) รวมไปถึงโปรแกรม Adobe (Premiere Pro, Lightroom, Photoshop) ทำให้สามารถทำงานที่เกี่ยวข้องกับด้านกราฟิกหรือตัดต่อได้อย่างรวดเร็ว และเหนือกว่าโน้ตบุ๊คเกมมิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย

 

2. รองรับการ์ดจอ Intel® Iris™ Xe Graphics

ปกติแล้ว การ์ดจอแบบ On-board จะรองรับการเล่นเกมได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่การ์ดจอ Intel® Iris™ Xe Graphics ที่มีบนแพลตฟอร์ม Intel Evo และชิปประมวลผล 11th Gen Intel® Core นั้น ถือว่าพลิกโฉมนิยามของคำว่า การ์ดจอ On-board อย่างสิ้นเชิง เพราะรองรับการเล่นเกมกราฟิกระดับสูง ที่ปรับค่า FPS ในระดับสูงได้อย่างสบาย ๆ หรือจะดูหนังแบบ HDR ก็รับชมได้อย่างลื่นไหล ส่วนสายทำงานอย่างการตัดต่อวิดีโอ ก็ render ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากแพลตฟอร์ม Intel Evo สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรแกรมของ Adobe โดยตรงนั่นเอง อีกทั้งยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่ ทำให้การใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น

 

3. การเชื่อมต่อ

สำหรับโน้ตบุ๊คบนแพลตฟอร์ม Intel Evo จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อใหม่ล่าสุดอย่าง Wi-Fi 6 (Gig+) แบบ 2x2 ซึ่งส่งผลทำให้ความเสถียรในการรับส่งข้อมูลนิ่งขึ้น ไวขึ้น และกินแบตเตอรี่น้อยลง รวมถึง Thunderbolt™ 4 ที่ถูกอินทิเกรดมาแล้วในซีพียู และรองรับการเชื่อมต่อสูงสุด 4 พอร์ต ทำให้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมภายนอกได้มากขึ้น อย่างเช่น จอมอนิเตอร์ ความละเอียด 8K

 

4. แบตเตอรี่อึดขึ้น ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

อุตส่าห์ซื้อโน้ตบุ๊คเบา ๆ บาง ๆ มาทั้งที ถ้าจะต้องพกสายชาร์จและ Adapter ไปด้วยตลอดเวลาก็คงไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไหร่ แต่โน้ตบุ๊คที่ได้สติกเกอร์ Intel Evo นั้น จะหมดห่วงกับปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะแบตเตอรี่รองรับการใช้งานท่องเว็บเบราว์เซอร์ผ่าน Wi-Fi อย่างน้อย 9 ชั่วโมง รวมถึงการ Playback ดูไฟล์วิดีโอความละเอียด FHD สามารถทำได้ต่อเนื่องถึง 18 ชั่วโมง เรียกได้ว่า น่าจะเป็นคุณสมบัติที่ถูกใจสายพกโน้ตบุ๊คไปทำงานนอกสถานที่ไม่น้อย

นอกจากนี้ ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว (Fast Charging) ผ่านพอร์ต USB-C ซึ่งการชาร์จเพียง 30 นาที สามารถใช้งานท่องเว็บเบราว์เซอร์ผ่าน Wi-Fi ได้นานกว่า 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว

 

5. ตัวเครื่องบาง น้ำหนักเบา พกพาสะดวก

มาตรฐานของโน้ตบุ๊คบนแพลตฟอร์ม Intel Evo นั้น ห้ามมีน้ำหนักเกิน 1.36 กิโลกรัม ทำให้โน้ตบุ๊คในกลุ่มนี้ นอกจากจะมีดีไซน์ที่บางแล้ว ยังมีน้ำหนักที่เบามาก ทำให้พกพาได้อย่างสะดวกมากขึ้น

 

นอกเหนือจาก 5 เหตุผลหลักในข้างต้นแล้ว โน้ตบุ๊คที่จะผ่านมาตรฐานของ Intel Evo ได้นั้น จะต้องประกอบไปด้วยคุณสมบัติในด้านอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น

  • หน้าจอต้องมีขนาด 12 นิ้วหรือใหญ่กว่า ความละเอียดระดับ Full HD หรือดีกว่า, ความสว่างขั้นต่ำที่ 300 nits
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 8 GB (2 x 4 GB) หรือมากกว่า และเป็นแบบ Dual Channel
  • พื้นที่จัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่องเป็นแบบ NVMe SSD ขนาดความจุ 256 GB หรือมากกว่า
  • ฟีเจอร์ Fast Wake เปิดเครื่องเร็วและพร้อมทำงานภายในเวลาไม่เกิน 0.8 วินาที
  • รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง (Alexa, Cortana)
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ และ Windows Hello
  • คีย์บอร์ดเป็นแบบ Backlit Full Size

 

จะทราบได้อย่างไรว่า โน้ตบุ๊ครุ่นไหนใช้แพลตฟอร์ม Intel Evo ?

ทั้งนี้ โน้ตบุ๊คสายบางเบารุ่นใหม่ ๆ ไม่ได้หมายความว่า จะมาพร้อมกับแพลตฟอร์ม Intel Evo ทุกรุ่น เพราะจะต้องผ่านมาตรฐานตามหัวข้อต่าง ๆ ข้างต้น แต่เราสามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ ด้วยการดูที่สติกเกอร์ Intel Evo ที่แปะไว้ที่ตัวเครื่อง อย่าง Acer Swift 5 รุ่นนี้ ก็เป็นโน้ตบุ๊คสายบางเบารุ่นใหม่ที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Evo เช่นกัน

 

โดย Acer Swift 5 แม้จะเป็นโน้ตบุ๊คที่มีขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว แบบทัชสกรีน แต่มีน้ำหนักที่เบามากเนื่องจากเป็นโน้ตบุ๊คที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Evo แถมยังบางเฉียบเพียง 14.95 มม. เท่านั้น เรียกได้ว่า ในเรื่องของการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ถือว่าตอบโจทย์มากเลยทีเดียว

 

ด้านการประมวลผล รุ่นนี้มาพร้อมกับชิปเซ็ต 11th Gen Intel Core-i7-1165G7, การ์ดจอ Intel® Iris™ Xe Graphics, หน่วยความจำ RAM ขนาด 16 GB แบบ LPDDR4X และ SSD M.2 NVMe PCIe ขนาด 1 TB อีกทั้งยังรองรับ Wi-Fi 6 แบบ Dual Band, รองรับ Thunderbolt 4, Bluetooth เวอร์ชัน 5.0 และพอร์ตชาร์จแบบ USB-C ที่รองรับการชาร์จเร็วอีกด้วย

นอกจาก Acer Swift 5 แล้ว โน้ตบุ๊คบางเบาบนแพลตฟอร์ม Intel Evo ยังมีอีกหลายรุ่นให้เลือก ซึ่งใครที่มองหาโน้ตบุ๊คที่มีประสิทธิภาพสูง ตอบโจทย์การทำงานได้หลากหลาย แต่มีน้ำหนักเบา พกพาไปใช้งานนอกสถานที่สะดวก และแบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างยาวนานตลอดทั้งวัน โน้ตบุ๊คที่มาพร้อมชิปประมวลผล 11th Gen Intel® Core™ บนแพลตฟอร์ม Intel Evo น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้

 

โน้ตบุ๊คบางเบาบนแพลตฟอร์ม Intel Evo เหมาะกับใคร ?

เห็นคุณสมบัติต่าง ๆ ของแพลตฟอร์ม Intel Evo ที่ใช้บนโน้ตบุ๊คบางเบาที่มาพร้อมชิปประมวลผล 11th Gen Intel® Core™ กันไปแล้ว ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพ, น้ำหนักตัวเครื่อง, แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดวัน รวมถึงการใช้งานในด้านต่าง ๆ ก็พอจะสรุปได้ว่า โน้ตบุ๊คบางเบาบนแพลตฟอร์ม Intel Evo เหมาะกับผู้ที่เน้นใช้งานแบบพกพา, งานเอกสาร, งานด้านตัดต่อ, render ไฟล์วิดีโอ, เล่นเกม หรือด้านความบันเทิง

แต่ถ้าหากจะนำมาใช้งานประเภทเล่นเกมแบบฮาร์ดคอร์ตามสไตล์เกมเมอร์ ปรับค่า FPS ระดับสูงสุด หรืองานที่ต้องใช้โปรแกรมเฉพาะที่นอกเหนือจาก Microsoft Office | Adobe โน้ตบุ๊ค Intel Evo อาจจะไม่เหมาะเท่าใดนัก ฉะนั้น การเลือกซื้อโน้ตบุ๊คควรจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน จึงจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

 

และสำหรับใครที่ซื้อโน้ตบุ๊คที่ใช้ซีพียู Intel ในตอนนี้ ทาง Intel ก็มีโปรโมชั่น รับฟรีของพรีเมียมลาย Limited Edition ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าผ้า, เสื้อยืด Esport T-Shirt หรือ เสื้อ Jacket เพียงแค่สแกน QR Code ตามภาพด้านบน ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคม 2564 นี้เท่านั้น #Sponsoredbyintel

 

โปรโมชั่นจาก Intel ในงานคอมมาร์ท ไบเทค บางนา

สุดพิเศษจาก Intel ที่งานคอมมาร์ท ไบเทค บางนา ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 มีนาคม 2564 รับของสมนาคุณ Limited Edition ฟรี! อาทิ Surf Skate, กระเป๋า, เสื้อเชิ้ต, แก้วเก็บอุณหภูมิ จาก Intel เพียงซื้อคอมพิวเตอร์ที่ใช้ซีพียู Intel รุ่นดังต่อไปนี้

  • Intel®️ Pentium®️ Processors หรือ Intel®️ Core™️ i3 Processors รับฟรีสมุดโน้ต
  • Intel®️ Core™️ i5 Processors รับฟรีแก้วเก็บอุณหภูมิ
  • Intel®️ Core™️ i7 Processors รับฟรีเสื้อเชิ้ต
  • Intel®️ Core™️ i9 Processors รับฟรีกระเป๋าเป้

 

พิเศษ รับเพิ่ม Software Packs มูลค่ารวมกว่า 7,000 บาท เมื่อซื้อโน้ตบุ๊คที่มาพร้อม Intel®️ Iris®️ Xe MAX

  • เมื่อซื้อ Gaming Notebook ที่ใช้ซีพียู 11th Gen Intel®️ Core™️ Processors (H-Series) ทุกรุ่น รับทันที Steam wallet มูลค่า 300 บาท เพียงลงทะเบียนผ่าน QR Code
  • เมื่อซื้อโน้ตบุ๊กที่มาพร้อม Intel®️ Evo™️ platform ฟรี บัตรกำนัลสตาร์บัคส์ มูลค่า 300 บาท และ พิเศษสำหรับ 10 ท่านแรก/วัน รับ Surf skate ลาย Limited จาก Intel
  • ฟรี ชานมไข่มุก สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้า Intel ภายในงานคอมมาร์ท เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ รับได้ที่บูธอินเทล X7

รายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามได้ ณ จุดขายในงานคอมมาร์ท ไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่ 25-28 มีนาคม 2564

หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ยกเลิกได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ของรางวัลจำนวนจำกัด

#Intel #Commart #CommartThailand #CommartCrazyOffer

 

**บทความนี้เป็น Advertorial

 

 

-------------------------------------
นำเสนอบทความโดย : techmoblog.com

Update : 25/03/2021

Intel Evo