หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

iPhone 5 : ขั้นตอนการสั่งซื้อ iPhone 5 (ไอโฟน 5) ผ่าน Apple Store อย่างละเอียด

[2-พฤศจิกายน-2555] ในที่สุด iPhone 5 (ไอโฟน 5) ก็เปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการบน Apple Store Thailand ประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเที่ยงคืนเศษๆ ของวันที่ 2 พฤศจิกายนครับ โดย ราคา iPhone 5 (ราคา ไอโฟน 5) เครื่องเปล่า จาก Apple Store ถือว่า มีราคาที่ถูกกว่า ราคาจากศูนย์ ทั้งราคาเครื่องเปล่า และราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจครับ แต่การสั่งซื้อจาก Apple Store นั้น จะต้องรอสินค้ามาส่ง ซึ่งระยะเวลาของการจัดส่ง จะนานเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับว่า ในช่วงที่เราสั่งสินค้า มีสินค้าในสต็อกหรือไม่ครับ

มาดูกันว่า การสั่งซื้อ iPhone 5 (ไอโฟน 5) จาก Apple Store นั้น มีขั้นตอนอย่างไร และมีข้อจำกัดในด้านใดบ้าง (คลิ๊กที่รูปเพื่อขยายครับ)

    SPONSORED

เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ http://store.apple.com/th/browse/home/shop_iphone/family/iphone5 ครับ จากนั้นเลือกสีของ iPhone 5 ที่ต้องการ ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 2 สีด้วยกัน นั่นก็คือ สีดำ Black & Slate และ สีขาว White & Silver ส่วนหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง มีให้เลือก 3 ขนาดด้วยกัน นั่นก็คือ 16GB, 32GB และ 64GB ซึ่งแต่ละขนาดความจุนั้น มีราคาที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ครับ

-> iPhone 5 16GB ราคา 22,900 บาท
-> iPhone 5 32GB ราคา 26,500 บาท
-> iPhone 5 64GB ราคา 29,900 บาท

เมื่อเลือกได้แล้ว ให้กดที่ปุ่ม Continue (กรอบสีแดง) ครับ แต่ก่อนจะกด อย่าลืมเช็ครายละเอียดให้แน่ใจก่อนว่า เราเลือกรุ่นที่ต้องการได้แล้วจริงๆ (เผื่อมีเปลี่ยนใจในภายหลังครับ :D)

ถัดมา จะเป็นหน้าให้เลือกอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมครับ ซึ่งมีให้เลือก 2 อย่างด้วยกัน นั่นก็คือ Lightning to 30-pin Adapter ซึ่งเป็นตัวแปลงสาย data แบบเดิม (30-pin) เข้าสู่พอร์ต Lightning ที่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งจำหน่ายในราคา 1,090 บาท ครับ และอีกหนึ่งอย่างก็คือ Lightning to USB cable หรือสาย data สำหรับชาร์ต และซิงค์ข้อมูลจาก iPhone ลงคอมพิวเตอร์ครับ ซึ่งจริงๆ แล้ว ในกล่อง iPhone 5 มีสาย Lightning to USB cable อยู่แล้ว 1 เส้น และไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มก็ได้ครับ แต่ถ้าหากท่านที่อยากได้เป็นสายสำรองอีกเส้น ก็สั่งซื้อได้จากหน้านี้เช่นกัน ราคา 690 บาทครับ

ส่วนท่านที่ไม่อยากซื้ออุปกรณ์เสริมใดๆ ในหน้านี้ ให้เลือกเป็น none ซึ่งจะเป็นการติ๊กแบบ default อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนครับ จากนั้น ให้คลิ๊กที่ปุ่ม Add to Cart ครับ

สำหรับในหน้านี้นั้น จะเป็นหน้าสรุปสินค้าที่เราสั่งซื้อไป ถ้าหากยังช็อปไม่จุใจ สามารถคลิ๊กที่ปุ่ม Continue Shopping เพื่อซื้ออุปกรณ์ที่ต้องการเพิ่มได้ แต่ถ้าหากไม่ต้องการจะสั่งสินค้าใดๆ เพิ่ม ให้เช็คความถูกต้องของสินค้าว่า ใช่รุ่นที่ต้องการหรือไม่ ราคาถูกต้องหรือไม่ เพื่อเช็คแล้ว ให้ Check Out Now ได้เลยครับ

ก่อนจะเข้าสู่หน้าของการชำระเงิน จะต้องล็อกอินเข้า Apple ID ที่ใช้อยู่ครับ หรือท่านใดที่ยังไม่มี Apple ID สามารถเลือกที่ Guest Checkout ได้ แต่ขอแนะนำว่า ให้สมัคร Apple ID ครับ ซึ่งสมัครได้ฟรี อีกทั้ง Apple ID นั้น ยังจำเป็นที่จะต้องใช้ควบคู่กับการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ รวมไปถึง iCloud ด้วยเช่นกัน ซึ่งการสมัครในครั้งแรกนั้น ในส่วนของการกรอกเลขบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ระบบจะหักเงินเราไป $1 หรือประมาณ 31 บาท เพื่อเป็นการเช็คว่า บัตรของเรานั้น ใช้ได้จริง จากนั้น ยอดเงิน $1 จะถูกโอนกลับเข้าบัญชีที่ถูกหัก ภายในเวลา 30 วันครับ ฉะนั้น ถ้าหากมีการเปลี่ยนเลขบัตรเครดิต / เดบิต แล้วมีการตัดเงิน $1 ไม่ต้องตกใจนะครับ :)

เมื่อมาสู่หน้าจ่ายเงินแล้ว ก่อนที่เราจะตัดบัตรใดๆ ออกไป เพื่อความปลอดภัย จำเป็นจะต้องเช็คข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนเสมอนะครับ วิธีการเช็ค มีดังนี้ครับ

1) Shipping Address ที่อยู่ในการจัดส่ง จะต้องเช็คให้ครบถ้วนว่า ที่อยู่ถูกต้องหรือไม่ ส่วนเบอร์โทรศัพท์ ให้ใส่เบอร์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันครับ เนื่องจากเวลามาส่ง messenger จะโทรสอบถามสถานที่ว่า เราอยู่ ณ สถานที่ที่ต้องการให้จัดส่ง ในวันนั้นหรือไม่นั่นเอง

2) ในส่วนของ This is a business address นั้น ถ้าหากติ๊กในช่องนี้ นั่นหมายความว่า สินค้าจะถูกจัดส่งให้เฉพาะวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 - 17.00 น. ตามเวลาทำงานนั่นเอง ถ้าจะให้จัดส่งไปยังบริษัท ให้ติ๊กที่ช่องนี้ครับ (แต่ที่อยู่ต้องเป็นที่อยู่ของบริษัทด้วยนะครับ)

3) Shipment Notifications หมายถึงอะไร? Shipment Notifications ก็คือ การอัพเดทข้อมูลการจัดส่งผ่าน SMS นั่นเอง ซึ่งจำเป็นต้องใส่เบอร์โทรศัพท์ครับ

4) เช็คความถูกต้องของสินค้าที่ซื้อครับ ถ้าหากยังไม่ถูกต้อง สามารถเข้าไป Edit Cart ได้

5) ขั้นตอนของการจ่ายเงินครับ ซึ่งขั้นตอนนี้ถือว่า สำคัญมากเช่นกัน และการสั่งซื้อผ่าน Apple Store online แบบนี้ จำเป็นต้องมีบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตเสมอครับ เราไม่สามารถจ่ายเงินสดซื้อได้ ซึ่งบัตรเครดิตนั้น คงไม่มีขั้นตอนอะไรยุ่งยาก เพียงแค่ใส่เลขบัตร และรหัส 3 ตัวด้านหลังบัตร ก็สามารถสั่งซื้อได้แล้ว แต่บัตรเดบิตนั้น ขึ้นอยู่กับธนาคารของผู้ใช้งานด้วยว่า ยินยอมให้ตัดบัตรหรือไม่ เนื่องจากมีบัตรเดบิตบางธนาคาร สามารถรูดซื้อสินค้าได้จริง แต่การรูดซื้อสินค้าออนไลน์นั้น จะต้องไปสมัครก่อนครับ เพื่อความปลอดภัย และแน่นอน ให้โทรสอบถาม call center ของธนาคารนั้นๆ ก่อนครับ

ส่วนท่านที่อยากเปลี่ยนบัตรเครดิต หรือเดบิตในการรูดซื้อสินค้า สามารถเปลี่ยนได้โดยการกดที่ปุ่ม Edit payment ครับ

6) เมื่อเช็คข้อมูลถูกต้องแล้ว ให้คลิ๊กที่ continue ครับ จากนั้น ระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูล และส่งหมายเลข Order Number มาให้ทางอีเมล ซึ่งในหน้านี้ จะมีจุดหลักๆ ที่ต้องสังเกตก็คือ

- ถ้าหากสถานะของสินค้า เป็น Processing Items สามารถเปลี่ยนข้อมูลการจัดส่งสินค้า หรือเบอร์ติดต่อได้เลยทันทีจากหน้านี้ ถ้าหากมีการแก้ไข จะมีอีเมลสส่งไปยืนยันอีกทีว่า เรามีการแก้ไขข้อมูลครับ

- ถ้าหากสถานะของสินค้า เป็น Preparing for Shipment ขั้นตอนนี้ก็คือ สินค้ากำลังเตรียมเพื่อจัดส่งแล้ว ซึ่งเราไม่ได้สามารถแก้ไขข้อมูลในการจัดส่งได้แล้วนะครับ

- ถ้าหากสถานะของสินค้า เป็น Shipped นั่นหมายความว่า สินค้าที่เราสั่งซื้อถูกส่งออกมาแล้วนั่นเอง เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว จะมี tracking number เอาไว้ติดตามสถานะของสินค้าครับ

 

 

 

---------------------------------------
บทความโดย : techmoblog.com

 

 

 

 

Update : 02/11/2012

    Promotion มือถือ แนะนำ

iPhone 5 iphone 5 apple store สั่งซื้อ iphone 5 จาก apple store

ข่าวอัพเดทล่าสุด