หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[How To] iPhone รีสตาร์ทเองไม่หยุด รีสตาร์ทตลอดเวลา แก้ไขอย่างไร ?

เชื่อว่าน่าจะมีผู้ใช้ iPhone จำนวนไม่น้อย ที่เคยเจอปัญหา iPhone รีสตาร์ทเองบ่อยครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งสาเหตุของปัญหาดังกล่าว ส่วนใหญ่เกิดจากบั๊กของซอฟท์แวร์เอง มาดูกันดีกว่าว่า ถ้าหาก iPhone รีสตาร์ทเองอยู่ตลอดเวลา จะมีวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้นอย่างไร

 

1. Force Restart

สำหรับผู้ใช้ iPhone ที่เจอปัญหา iPhone รีสตาร์ทเองตลอดเวลา รีสตาร์ทไม่หยุด วิธีแรกที่อยากจะให้ลอง ก็คือ การ Force Restart หรือการบังคับให้ iPhone เริ่มการทำงานใหม่นั่นเอง ซึ่ง iPhone แต่ละรุ่น มีวิธีการ Force Restart ต่างกัน ดังนี้

 

สำหรับ iPhone รุ่นที่มี Face ID ไม่ว่าจะเป็น iPhone X, iPhone Xs, iPhone Xr, iPhone 11, iPhone 12 และ iPhone 13 สามารถทำการ Force Restart ได้ด้วยการกดปุ่มเพิ่มระดับเสียงแล้วปล่อย กดปุ่มลดระดับเสียงแล้วปล่อย จากนั้นกดปุ่มด้านข้างค้างไว้จนกว่าโลโก้ Apple จะปรากฏค่อยปล่อยปุ่ม

 

สำหรับ iPhone 8 และ iPhone SE ให้กดปุ่มเพิ่มระดับเสียงแล้วปล่อย กดปุ่มลดระดับเสียงแล้วปล่อย จากนั้นกดปุ่มด้านข้าง (ปุ่ม Power) ค้างไว้จนกว่าโลโก้ Apple จะปรากฏค่อยปล่อยปุ่ม

 

สำหรับ iPhone 7 ให้กดปุ่มลดระดับเสียงและปุ่ม Power ค้างไว้พร้อมกันจนกว่าโลโก้ Apple จะปรากฏค่อยปล่อยทั้ง 2 ปุ่ม

 

สำหรับ iPhone 6s และ iPhone SE รุ่นแรก ให้กดปุ่ม Power และปุ่ม Home ค้างไว้พร้อมกันจนกว่าโลโก้ Apple จะปรากฏค่อยปล่อยทั้ง 2 ปุ่ม

 

2. อัปเดตซอฟท์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

อย่างที่เคยกล่าวไว้ในหลาย ๆ บทความ ควรอัปเดต iOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ เพราะจะเป็นการแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดกับเวอร์ชันก่อนหน้า ด้วยการเข้าไปตรวจสอบได้ที่ Settings > General > Software Update

 

3. ถอดถาดใส่ซิมการ์ดแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่

บางครั้ง สาเหตุที่ iPhone รีสตาร์ทเองอยู่ตลอดเวลา ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะปัญหาการเชื่อมต่อกับเครือข่าย ซึ่งวิธีที่แก้ปัญหานี้ได้ง่ายที่สุดก็คือ การถอดถาดใส่ซิมการ์ดแล้วใส่กลับไปใหม่

อันดับแรก ให้ทำการปิดเครื่อง จากนั้นใช้เข็มจิ้มถาดใส่ซิมเพื่อดึงถาดออกมา นำซิมการ์ดออก รอซัก 4-5 วินาที ใส่ซิมการ์ดกลับเหมือนเดิม

 

4. อาจเกิดจากบางแอปฯ ที่ทำให้ iPhone รีสตาร์ทเอง

หลังอัปเดต iOS เวอร์ชันล่าสุด บางแอปฯ อาจจะมีปัญหาในการใช้งาน ซึ่งต้องให้ผู้พัฒนาแอปฯ นั้น ออกเวอร์ชันอัปเดตเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ บน iOS มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Analytics สำหรับตรวจสอบว่าปัญหาเบื้องต้นเกิดจากอะไร ด้วยการเข้าไปที่ Settings > Privacy > Analytics & Improvements > Analytics Data แล้วเช็คดูว่า แอปฯ ไหนที่มีรายงานซ้ำ ๆ บ่อยเกินไป ปัญหาอาจจะเกิดจากแอปฯ นั้น ให้ลบแอปฯ ดังกล่าวออกไปก่อน แล้วดูว่า iPhone ยังรีสตาร์ทเองอยู่อีกหรือไม่

 

5. ลบแอปฯ เก่า ๆ ที่ไม่ได้อัปเดตนาน ๆ ออก

แอปฯ เก่า ๆ ที่ไม่ได้มีการอัปเดตเลย อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ iPhone รีสตาร์ทเอง และส่งผลต่อประสิทธิภาพของตัวเครื่องด้วย ฉะนั้น ถ้าหาก iPhone มีแอปฯ ที่นักพัฒนาไม่ได้ปล่อยอัปเดตออกมาเลย ให้ถอนการติดตั้ง

 

6. อัปเดตแอปฯ ทุกแอปฯ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

ปกติแล้ว แอปพลิเคชันจะได้รับการอัปเดตเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้งานอยู่แล้ว ซึ่งผู้ใช้ควรอัปเดตแอปฯ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ โดยสามารถตั้งค่าให้แอปฯ อัปเดตอัตโนมัติได้ที่ Settings > App Store > App Updates

 

หรือสามารถเข้าไปอัปเดตเองแบบแมนนวลที่ App Store > คลิกที่รูปโปรไฟล์ > คลิกที่คำว่า Update All

 

7. รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด (Reset All Settings)

รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมด หมายถึง การตั้งค่าต่าง ๆ อย่างเช่น การตั้งค่าเครือข่าย, พจนานุกรมแป้นพิมพ์, การจัดเรียงไอคอนที่หน้าจอโฮม, การตั้งค่าตำแหน่งที่ตั้ง, การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และบัตร Apple Pay จะถูกรีเซ็ตกลับเป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งการรีเซ็ตแบบนี้ ข้อมูลในตัวเครื่องจะไม่ถูกลบออกไป

 

8. รีเซ็ต iPhone และตั้งค่าเป็น iPhone เครื่องใหม่

วิธีการแก้ปัญหาที่เกิดจากซอฟท์แวร์ที่ดีที่สุด นั่นก็คือ การรีเซ็ต iPhone แล้วตั้งค่าเป็น iPhone เครื่องใหม่ ซึ่งก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการล้างเครื่องนั้น จะต้องทำการสำรองข้อมูลก่อนเสมอ จากนั้นให้ทำตามขั้นตอนที่ปรากฎจนเสร็จสิ้น

ถ้าหากปัญหา iPhone รีสตาร์ทเองเกิดจากซอฟท์แวร์ หลังจากรีเซ็ต iPhone แล้ว ตัวเครื่องควรจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่ถ้าหากหลังรีเซ็ตแล้วยังเกิดปัญหาเดิมซ้ำ ๆ อาจจะเกิดจากฮาร์ดแวร์ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ ต้องติดต่อ Apple Support เท่านั้น

 

 

-------------------------------------
ที่มา : igeeksblog.com
นำเสนอบทความโดย : techmoblog.com

Update : 23/05/2022

iPhone How to