หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[รีวิว] Chipolo พวงกุญแจอัจฉริยะสีสันสดใสสำหรับคนขี้ลืม ช่วยระบุตำแหน่งและเตือนเมื่อลืมของสำคัญ แถมยังให้ผู้ใช้คนอื่นช่วยหาได้

เราทุกคนต้องเคยมีสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ทำของสำคัญหาย ไม่ว่าจะเป็นกุญแจบ้าน กระเป๋าสตางค์ หรือโทรศัพท์มือถือ บางครั้งอาจจะลืมว่าวางไว้ที่ไหนกันแน่ ซึ่งกว่าจะหาเจอก็เสียทั้งอารมณ์ เสียทั้งเวลา หากจำเป็นต้องใช้อย่างเร่งด่วนก็ยิ่งวุ่นวายกันไปใหญ่ ปัญหาเช่นนี้คงจะลดลงไปได้บ้างหากมีอุปกรณ์ที่คอยบอกตำแหน่งสิ่งสำคัญเหล่านี้ให้เรา ซึ่งอุปกรณ์ที่ว่าก็คือ "พวงกุญแจอัจฉริยะ" นั่นเอง

พวงกุญแจอัจฉริยะ คืออุปกรณ์ขนาดเล็กที่สามารถห้อยหรือติดกับสิ่งของต่างๆ เพื่อช่วยระบุตำแหน่งได้ ป้องกันของหายและช่วยในการค้นหา ปัจจุบันนี้มีอุปกรณ์จำพวกพวงกุญแจอัจฉริยะวางจำหน่ายหลายรุ่นหลายแบบ ซึ่งก็มีคุณภาพและราคาแตกต่างกันไป ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาท

    SPONSORED

Chipolo เป็นพวงกุญแจอัจฉริยะจากประเทศสโลวีเนีย เชื่อมต่อสัญญาณด้วย Bluetooth มีสีสันสดใส ขนาดเล็กกะทัดรัดเท่าเหรียญ สามารถห้อยหรือติดกับกับสิ่งของสำคัญต่างๆ เช่นกุญแจ หรือกระเป๋าสตางค์ เพื่อช่วยค้นหาตำแหน่งและแจ้งเตือน ป้องกันการสูญหาย เมื่อเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนแล้วสามารถใช้สมาร์ทโฟนหา Chipolo หรือในทางกลับกัน สามารถใช้ Chipolo ค้นหาสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Chipolo สั่งการถ่ายภาพเซลฟีได้อีกด้วย และในครั้งนี้ ทีมงาน Techmoblog ก็ได้นำ Chipolo พวงกุญแจอัจฉริยะแบบ Bluetooth มารีวิวให้ชมกัน การใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ฟีเจอร์ต่างๆ จะน่าสนใจแค่ไหน เราไปชมกันเลยครับ

สเปค Chipolo

ระยะตรวจจับ : 60 เมตร
แบตเตอรี่ : ถ่านนาฬิกา CR2025 สามารถเปลี่ยนได้
อายุแบตเตอรี่ : เฉลี่ย 6 เดือน
ความดังของเสียงเตือน : 90 dB
ระบบที่รองรับ : Android, iOS, Windows Phone

 

รีวิว Chipolo : แพ็คเกจและดีไซน์ภายนอก

ในครั้งนี้ทางทีมงานได้รับ Chipolo มา 3 สี คือสีม่วง สีเหลือง และสีเขียว ซึ่งจริงๆ แล้วยังมีอีก 6 สี นั่นคือสีชมพู สีแดง สีส้ม สีฟ้า สีดำ และสีขาว

ด้านหน้ากล่อง แสดงสีของ Chipolo ไว้อย่างชัดเจน

ด้านหลังกล่อง มีการบอกคุณสมบัติคร่าวๆ ของอุปกรณ์เอาไว้

ด้านในกล่องจะมีกล่องสีขาวอีกกล่องหนึ่ง ดึงแผ่นพลาสติกใสด้านบนเพื่อนำกล่องด้านในนี้ออกมา

ด้านหลังกล่อง มีรอยปรุสำหรับเปิดแสดงไว้อย่างชัดเจน

เมื่อเปิดกล่องออก จะพบตัว Chipolo ห่วงสำหรับติดพวงกุญแจ และถ่านสำรอง 1 ก้อน เก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ

อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมด ประกอบด้วยคู่มือการใช้งาน ถ่านสำรอง ห่วงพวงกุญแจ และตัว Chipolo

หน้าตาชัดๆ ของ Chipolo ลักษณะเป็นเหรียญกลมและแบน ให้ความรู้สึกคล้ายๆ เหรียญโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT แต่ขนาดใหญ่กว่า และมีรูสำหรับร้อยพวงกุญแจ

 

รีวิว Chipolo : การใช้งานเบื้องต้น
 

ก่อนอื่นเราจำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของ Chipolo เสียก่อน โดยสามารถดาวน์โหลดฟรีได้ทั้ง App Store และ Play Store

เมื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชันครั้งแรก จะมีการแจ้งเตือนให้เปิด Bluetooth และ Location ซึ่งจำเป็นต่อการระบุตำแหน่งและค้นหา Chipolo โดยสามารถกดที่ ENABLE เพื่อเปิดฟังก์ชันดังกล่าวได้เลย

หลังจากนั้น ตัวแอปพลิเคชันจะให้เราสมัครบัญชีส่วนตัวกับ Chipolo ซึ่งจำเป็นในการใช้งานเช่นกัน โดยสามารถเลือกสมัครกับทาง Chipolo ได้โดยตรง หรือสมัครโดยใช้บัญชี Facebook หรือ Google ก็ได้เช่นกัน หากเราเลือกทำการสมัครกับ Chipolo โดยตรง ระบบจะให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัวเล็กน้อย ซึ่งในกรณีนี้ผู้รีวิวจะเลือกการสมัครกับบัญชี Google

เมื่อทำการสมัครบัญชีและได้ทำการ Log in เข้ามาแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องเพิ่ม Chipolo เข้าไปในบัญชีของเรา ซึ่งวิธีการก็ไม่ยาก เพียงแค่กดปุ่ม + ขนาดใหญ่ที่อยู่บนหน้าจอ ดึงแผ่นพลาสติกที่เสียบอยู่กับตัว Chipolo ออก แล้ววางลงไปบนวงกลมที่ปรากฎขึ้นมา จากนั้นรอสักครู่

วางลงไปในลักษณะแบบในรูป

เมื่อแอปพลิเคชันตรวจพบ Chipolo แล้ว เราจะสามารถตั้งชื่อให้มันได้ ซึ่งอาจเป็นชื่อสิ่งของที่เราจะเอา Chipolo ตัวนี้ไปติดไว้ ในที่นี้ผู้รีวิวได้ทดลองตั้งชื่อว่า "กระเป๋าตังค์"

แอปพลิเคชันจะทำการค้นหา Chipolo ของเราโดยอัตโนมัติเมื่ออยู่ในระยะ เราสามารถกดรูประฆังบนหน้าจอเพื่อสั่งให้ Chipolo ร้องเตือนได้ และสามารถดูระยะห่างอย่างคร่าวๆ ได้จากสถานะด้านล่างชื่อ ในที่นี้คือ "Close at hand" หมายความว่าอยู่ใกล้มาก เมื่อออกมาไกลขึ้นก็จะเป็น Very near, Near, Far และ Very far ตามลำดับ อย่างไรก็ตามเสียงเตือนของ Chipolo นั้นค่อนข้างเบาไปหน่อย หากอยู่กลางแจ้งที่มีคนพลุกพล่านอาจจะไม่ได้ยิน

อย่างไรก็ดี ตามสเปคที่ระบุเอาไว้หลังกล่อง Chipolo สามารถทำการตรวจจับได้ในระยะ 60 เมตร แต่จากการทดสอบจริง ตัว Chipolo และแอปพลิเคชันขาดการเชื่อมต่อเมื่อห่างกันประมาณ 25 เมตร และลดลงประมาณ 5 เมตรเมื่อใส่เคสโทรศัพท์ และเมื่อแอปพลิเคชันขาดการเชื่อมต่อกับ Chipolo ตัวแอปพลิเคชันก็จะแจ้งเตือนถึงสถานที่และช่วงเวลาล่าสุดที่ได้เชื่อมต่อกับ Chipolo ทันที และจะแจ้งเตือนอีกครั้งเมื่อตรวจพบ Chipolo

เมื่อมีตัว Chipolo อยู่ใกล้ๆ เราสามารถใช้ฟังก์ชันถ่ายภาพจากในแอปพลิเคชันได้ โดยการกดสัญลักษณ์ จุด 3 จุด บริเวณขวาล่างของหน้าจอ แล้วเลือก Take selfie จับภาพด้วยการเขย่าโทรศัพท์ หรือเขย่าตัว Chipolo

สามารถเพิ่ม Chipolo ได้ผ่านหน้าเมนูในแอปพลิเคชัน ในที่นี้ผู้รีวิวได้ทดลองเพิ่ม Chipolo สีเหลือง สำหรับกุญแจบ้าน

นำมาห้อยกับพวงกุญแจได้ไม่เกะกะ พร้อมสีสันโดดเด่นสะดุดตา

เรายังสามารถค้นหาตัว Chipolo และโทรศัพท์ของเราผ่านทางเว็บไซต์ได้อีกด้วย โดยเข้าไปที่ https://chipolo.net/ แล้ว Sign in ระบบจะแสดงรายการ Chipolo ทั้งหมดของเรา และโทรศัพท์ที่เราใช้หา Chipolo พร้อมระบุตำแหน่งบนแผนที่ Google Map และช่วงเวลาล่าสุดที่พบตัวอุปกรณ์

หน้าตาของการค้นหาบนเว็บไซต์

สามารถค้นหาโทรศัพท์ของเราได้โดยไม่ต้องมี Chipolo ติดกับเครื่อง โดยสามารถสั่งให้โทรศัพท์ส่งเสียงแจ้งเตือน และส่งข้อความไปที่โทรศัพท์ของเราได้ นอกจากนี้ยังดูสถานะสถานะแบตเตอรี่ได้เช่นกัน แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อโทรศัพท์มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่เท่านั้น

สามารถค้นหา Chipolo ของเราได้ด้วย

สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของ Chipolo คือฟังก์ชัน Community Search ที่ทำให้ทุกคนที่ใช้แอปพลิเคชันนี้อยู่จะสามารถช่วยหาตำแหน่งของ Chipolo ให้เราได้ ซึ่งหากเรากด NOTIFY WHEN FOUND เราจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อโทรศัพท์ของใครสักคนสามารถตรวจจับ Chipolo ของเราได้ และจะอัพเดทตำแหน่งล่าสุดให้เราทันที แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนเห็นอุปกรณ์ที่หายไปของเราแล้วเก็บไปซะก่อน เพราะผู้ใช้งานจะสามารถมองเห็นได้แต่ Chipolo ของตัวเองเท่านั้น ไม่สามารถรับรู้ถึงการตรวจจับ Chipolo ใดๆ ที่ไม่ใช่ของตนได้ แต่ฟีเจอร์นี้จะมีข้อจำกัดอยู่ที่จำนวนผู้ใช้ Chipolo ในละแวกนั้น หากมีผู้ใช้น้อย ก็จะไม่มีใครช่วยเราหาได้เลย

สามารถเปิด-ปิดฟังก์ชัน Community Search ได้จากการตั้งค่าบัญชีในแอปพลิเชัน รวมไปถึงอนุญาตให้ระบบมองเห็นและค้นหาโทรศัพท์ของเราได้เช่นกัน

 

 

การเปลี่ยนแบตเตอรี่ Chipolo

Chipolo จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ในการ รับ-ส่ง สัญญาณ ซึ่งเป็นถ่านนาฬิกา CR2025 ตัวอุปกรณ์มีถ่านมาให้อยู่แล้ว และมีถ่านสำรองมาให้อีก 1 ก้อน โดยจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 6 เดือนโดยเฉลี่ย ซึ่งเมื่อถ่านหมดเราก็สามารถเปลี่ยนถ่านเองได้ง่ายๆ ตามวิธีต่อไปนี้ครับ

หากสังเกตขอบของตัว Chipolo จะเห็นรอยประกบและช่องเสียบแผ่นพลาสติกอยู่ ให้เราค่อยๆ ใช้เล็บมือ หรืออุปกรณ์ที่แข็งและบางมาแซะอย่างระมัดระวังตรงรอยประกบเพื่อแยกตัว Chipolo ออกเป็น 2 ส่วน แต่ไม่แนะนำให้ใช้มีดเพราะอาจเกิดความเสียหายกับพลาสติกได้ ในกรณีนี้ผู้รีวิวใช้เล็บแซะออก ซึ่งก็ไม่ยากเท่าไหร่

เมื่อแกะออกมาแล้ว จะเห็นช่องใส่ถ่านและแผงวงจร เพียงแค่นำถ่านก้อนใหม่ใส่เข้าไป แล้วประกบชิ้นส่วนเข้าตามเดิมก็เสร็จเรียบร้อย

 

บทสรุปการใช้งาน

Chipolo เป็นพวงกุญแจอัจฉริยะที่โดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆ ในด้านดีไซน์ ด้วยขนาดที่เล็กและบาง อีกทั้งยังมีขอบโค้งมนเป็นวงกลม ไม่มีเหลี่ยมมุม ทำให้ไม่ไปติดหรือไปเกี่ยวกับวัตถุอื่นๆ และไม่เจ็บเมื่อเผลอไปนั่งทับหรือเวลาพกไว้ในกระเป๋ากางเกง และยังมีสีสันให้เลือกถึง 9 สี ให้ผู้ใช้เลือกจำแนกสิ่งของต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

สำหรับระบบการค้นหาของ Chipolo ก็มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้ส่งเสียงเตือนเพื่อให้ตามหาได้ง่ายขึ้น หรือการเข้าดูตำแหน่งล่าสุดในเว็บไซต์ ที่ช่วยให้เราจำกัดวงในการค้นหาได้ และฟีเจอร์เด็ดอีกอย่างหนึ่งอย่าง Community Search ที่ผู้ใช้แอปพลิเคชัน Chipolo คนอื่นๆ สามารถช่วยค้นหา Chipolo ของเราได้ หากในบริเวณนั้นมีผู้ใช้ Chipolo อยู่จำนวนมาก ก็จะเบาแรงในการตามหาของเราไปได้เยอะทีเดียว

Chipolo ใช้ถ่านนาฬิกา CR2025 ซึ่งในกล่องมีถ่านสำรองมาให้ 1 ก้อน ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อเมื่อถ่านหมด ส่วนวิธีเปลี่ยนถ่านก็ทำได้ไม่ยากนัก เพียงแค่ใช้เล็บหรือบัตรแข็งๆ แซะตัว Chipolo ออกจากกัน เปลี่ยนถ่าน แล้วประกบกลับเข้าไป อย่างไรก็ตามเดือยประกบค่อนข้างเล็กและบอบบาง หากไม่ระวังอาจจะงอหรือหักได้

ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของพวงกุญแจอัจฉริยะ Chipolo คือไม่มีคุณสมบัติกันน้ำ จึงควรระวังหากพกไว้กับตัวแล้วต้องวิ่งตากฝน หรือเผลอทำตกน้ำ นอกจากนี้ระยะการส่งสัญญาณ Bluetooth อาจลดลงหากโทรศัพท์มีเคสครอบอยู่

โดยรวมแล้ว Chipolo เป็นอุปกรณ์ป้องกันของหายที่พกพาสะดวกไม่เกะกะ และมีดีไซน์เรียบง่ายสวยงาม พร้อมฟีเจอร์รองรับการค้นหาหลายอย่าง รวมไปถึงการค้นหาผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของ Chipolo ที่เราสามารถค้นหาได้ทั้งตำแหน่งล่าสุดของ Chipolo และโทรศัพท์ พร้อมกับสั่งให้โทรศัพท์ร้องเตือนหรือส่งข้อความไปที่โทรศัพท์ได้ทันที และยังเบาแรงการค้นหาของเราด้วยฟีเจอร์ Community Search ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ Chipolo คนอื่นๆ ในบริเวณช่วยกันค้นหา Chipolo ให้เราได้อีกด้วย

จุดเด่นของ Chipolo

  • ขนาดกำลังดี ไม่มีเหลี่ยมมุม สามารถพกพาใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้สะดวก
  • สีสันสดใสเห็นได้ชัดเจน และมีให้เลือกมากถึง 9 สี
  • สามารถส่งเสียงร้องเตือนเพื่อช่วยให้ค้นหาได้ง่ายขึ้น
  • สามารถค้นหาโทรศัพท์มือถือได้ผ่านระบบการค้นหาบนหน้าเว็บไซต์ของ Chipolo
  • มีการระบุตำแหน่งล่าสุดที่พบ Chipolo เสมอเมื่อ Chipolo หลุดจากระยะตรวจจับ
  • มีระบบ Community Search ที่ทำให้ผู้ใช้ Chipolo คนอื่นๆ สามารถค้นหา Chipolo ของเราได้ และเมื่อหาเจอแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนมาที่เราทันทีพร้อมระบุตำแหน่ง
  • เมื่อมี Chipolo อยู่ใกล้ๆ สามารถใช้แอปพลิเคชันของ Chipolo ถ่ายรูปได้

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • เดือยประกบด้านในค่อนข้างบอบบาง จำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเวลาเปลี่ยนถ่าน
  • ระยะตรวจจับอาจลดลงหากโทรศัพท์มีเคสครอบอยู่
  • เสียงสัญญาณเตือนค่อนข้างเบา หากอยู่ในที่โล่งหรือที่พลุกพล่านอาจไม่ได้ยิน
  • ไม่มีคุณสมบัติกันน้ำ

สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ Chipolo สามารถหาซื้อได้จากเว็บไซต์รวมสินค้าออนไลน์ชั้นนำ หรือทางตัวแทนจำหน่ายของ Chipolo ในราคาเบื้องต้น 990 บาทครับ

---------------------------------------
บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

Update : 11/08/2016

    Promotion มือถือ แนะนำ

Chipolo

ข่าวอัพเดทล่าสุด