[รีวิว] Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) ครั้งแรกกับแท็บเล็ต Ice Cream Sandwich โทรได้ ในราคาสบายกระเป๋า

ถึงแม้ว่า กระแสของแท็บเล็ตราคาประหยัดในช่วงนี้ จะโดนรัศมีของ Google Nexus 7 กลบเสียหมด เนื่องจากเปิดตัวด้วยราคาที่ถูกมาก และสเปคที่รองรับการใช้งานโดยทั่วๆ ไป แต่เชื่อว่า ยังมีคนจำนวนอีกไม่น้อยที่ยินดีเพิ่มเงิน เพื่อให้ได้สเปคที่ดีกว่านี้ โดยแท็บเล็ตที่จะมารีวิวในวันนี้ คือ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) ครับ ที่ถือว่า เป็นแท็บเล็ตที่เปิดตัวในราคาที่ไม่แพง แต่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วน ที่สำคัญ ยังสามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้ และใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 Ice Cream Sandwich ที่ประมวลผลการทำงานได้ดีกว่า Android 3.2 Honeycomb ครับ

    SPONSORED

สำหรับ Samsung Galaxy Tab 2 นั้น เปิดตัวมาทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน คือขนาดหน้าจอ 7.0 และ 10.1 ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) เหมาะกับการนำมาแนบหูเป็นโทรศัพท์มากกว่า ขนาดเล็กกว่า ราคาถูกกว่าประมาณ 3,000 บาท ในขณะที่ Samsung Galaxy Tab 2 (10.1) ต้องใช้งานโทรศัพท์ผ่านบลูทูธ แต่ก็มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า สะดวกในการใช้งานมากกว่า Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบว่า ชอบหน้าจอขนาดใหญ่หรือเล็กมากกว่ากัน

สเปค Samsung Galaxy Tab 2 (7.0)

- หน้าจอขนาด 7 นิ้ว แบบ PLS TFT LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 600 x 1024 พิกเซล
- ซีพียู Dual-Core (TI OMAP4430) Processor ความเร็ว 1 GHz
- RAM 1GB
- ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 Ice Cream Sandwich
- หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 16GB รองรับหน่วยความจำภายนอกด้วย microSD สูงสุด 32GB
- สามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้
- รองรับคลื่นความถี่ GSM Quad Band (850/900/1800/1900 MHz)
- รองรับคลื่นความถี่ WCDMA/HSDPA Quad Band (850/900/1900/2100 MHz) ซึ่ง Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) จะมีแยกจำหน่ายรุ่นที่รองรับ 3G เครือข่าย 850 MHz กับ 900 MHz นะครับ ส่วน Samsung Galaxy Tab 2 (10.1) รองรับ 3G ทุกเครือข่าย
- กล้องด้านหน้า ความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล
- กล้องด้านหลัง ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล
- รองรับ GPS, Wi-Fi 802.11 b/g/n
- น้ำหนัก 345 กรัม
- แบตเตอรี่ Li-Polymer 4000 mAh
- ราคา 12,900 บาท

การออกแบบ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0)

สำหรับการออกแบบ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) นั้น คล้ายกับ Samsung Galaxy Tab 7.0 Plus โดยเฉพาะด้านหน้าของตัวเครื่องที่คล้ายกันมาก ซึ่งจุดที่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง 2 รุ่นนี้ได้ คงจะเป็นด้านหลังตัวเครื่อง ที่ Samsung Galaxy Tab 7.0 Plus จะมีไฟแฟลชมาให้ ในขณะที่ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) ไม่มีไฟแฟลชมาให้

มาดูส่วนประกอบของ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) ในแต่ละจุดครับ

หน้าจอขนาด 7 นิ้ว แบบ PLS TFT LCD Capacitive Touchscreen ความละเอียด 600 x 1024 พิกเซล ควบคุมการทำงานด้วยปุ่มบนหน้าจอทั้งหมด ซึ่งมีทั้งหมด 4 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่ม Back, ปุ่ม Home, ปุ่ม Multitasking และปุ่ม capture หน้าจอ

สำหรับตัวเครื่องสีดำ ด้านหลังจะเป็นสีเทา ผิวเรียบ ไม่มีลวดลายใดๆ ส่วนตัวเครื่องสีขาว จะเป็นสีขาวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พื้นผิวเงาเล็กน้อย

ด้านบน ประกอบด้วยหูฟังสำหรับสนทนา, กล้องด้านหน้า ความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์ ซึ่ง Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) นี้ สามารถยกแนบหูเพื่อใช้เป็นโทรศัพท์ได้เลย แต่การใช้อุปกรณ์เสริม ประเภทหูฟังแบบ Bluetooth จะให้ความสะดวกในการใช้งานมากกว่า

ด้านล่าง ประกอบด้วยลำโพงขนาดเล็ก 2 ข้าง, 30-pin connector และไมโครโฟน

ด้านขวา เป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดขนาดมาตรฐาน และช่องสำหรับ microSD card ที่สามารถเพิ่มได้สูงสุด 32GB

ด้านบน เป็นช่องสำหรับหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และไมโครโฟนตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวนรอบข้าง

ด้านขวา เป็นปุ่มเปิด-ปิด-ล็อคเครื่อง และปุ่มปรับเสียง

พลิกไปด้านหลัง จะพบกับกล้องดิจิตอล ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล แต่ไม่มีไฟแฟลชมาให้

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง ได้แก่ สาย USB สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และแป้นชาร์ตแบตเตอรี่ ซึ่งการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์นั้น สามารถใช้งานได้ทั้งการชาร์ต และถ่ายโอนข้อมูลได้ในตัว

ส่วนอันนี้เป็นที่ชาร์ตแบบเสียบไฟครับ ใช้คู่กันกับสาย USB ด้านบน

ทดสอบจับเครื่องในแนวนอน

ทดสอบจับเครื่องในแนวตั้ง และเห็นว่า พอดีกับฝ่ามือทั้ง 2 แบบครับ

ฟีเจอร์การใช้งานที่น่าสนใจ บน Samsung Galaxy Tab 2 (7.0)

Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.0 Ice Cream Sandwich ที่สามารถสังเกตได้ตั้งแต่แรกสัมผัสว่า ทำงานได้ไหลลื่นกว่า Android 3.2 Honeycomb มากเลยทีเดียว ซึ่งเราสามารถเพิ่ม ลด หรือขยายขนาด Widgets ได้ตามใจชอบ ส่วนหน้า Homescreen นั้น รองรับสูงสุดที่ 7 หน้าครับ

ฟังก์ชั่นที่น่าสนใจบน Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) ก็คือ Mini App หรือความสามารถในการเปิดหลายๆ หน้าต่างในหน้าจอเดียว ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้จากลูกศรด้านล่างบนหน้าจอ

สำหรับแอพพลิเคชั่นที่บรรจุมาให้ในตัวเครื่องนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแอพพลิเคชั่นแบบ pre-installed apps ที่ไม่สามารถหาได้ทั่วไปบนแท็บเล็ตยี่ห้ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Polaris Office, S Suggest, Reader Hubs, S Planner, ChatON, Game Hub และอื่นๆ ส่วนแท็บ Widgets นั้น คือ Widgets โดยรวม ที่เราสามารถเลือกให้ไปแสดงหน้า Homescreen ได้ตามใจชอบ

Interface ของการใช้งานโทรศัพท์ ถือว่า ออกแบบได้เรียบง่าย ใช้งานได้ไม่ยาก ในส่วนของสมุดโทรศัพท์นั้น สามารถซิงค์เข้ากับ Gmail หรือ Social network ที่ใช้งานได้อีกด้วย

สะดวกสบายกับการจดโน๊ต ด้วยแอพพลิเคชั่น Memo ที่มีคีย์บอร์ดภาษาไทยมาให้ในตัว (ต้องเข้าไปเซ็ทค่าภาษาใน Settings ก่อน) ซึ่งคีย์บอร์ดของซัมซุงที่ให้มา จะเป็นลักษณะพิมพ์วน แต่ถ้าหากใช้แล้วไม่ถูกใจ สามารถดาวน์โหลดคีย์บอร์ดเพิ่มเติมได้จาก Play Store ครับ

สำหรับเบราเซอร์บน Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) ถือว่า ตอบสนองกับการใช้งานได้เป็นอย่างดี Pinch-to-zoom ได้ เพิ่มแท็บ เพื่อเปิดเว็บไซต์อื่นได้ตามใจชอบ

 

นอกจากนี้ เบราเซอร์ยังรองรับการแสดงผลภาพแบบ Flash Player อีกด้วยครับ ทดสอบด้วยการเปิดเว็บไซต์ Yayoi เทียบกับ Safari บน ไอโฟน 4S (iPhone 4S) จะเห็นว่า iOS ไม่แสดงผล Flash Player ได้ ในขณะที่ Android 4.0 Ice Cream Sandwich สามารถเล่นเว็บ Flash ได้อย่างสบายๆ

เพิ่มความสะดวกสบายในการแก้ไขไฟล์เอกสาร และสร้างไฟล์ใหม่ ทั้ง Word, Excel และ Powerpoint ด้วย Polaris Office ที่มีให้พร้อมใช้งานในตัวเครื่อง

ระบบการค้นหาเส้นทาง ด้วย Navigation โดยอ้างอิงแผนที่จาก Google Maps ที่ให้ความถูกต้อง และแม่นยำ

Reader Hubs บรรจุข่าว นิตยสาร และหนังสือพิมพ์ ซึ่งสามารถสมัครและสั่งซื้อมาอ่านได้ ไม่มีแบบอ่านฟรีครับ ยกเว้นในส่วนของข่าว จะมีให้ทดลองอ่านฟรี 7 วัน สามารถดาวน์โหลดมาใช้กันได้ แต่ถ้าหากพูดถึงความสบายในการอ่าน ขนาดหน้าจอ 10.1 นิ้ว จะเหมาะสมกว่า ณ จุดนี้

ในส่วนของการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนั้น สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งบน Play Store และ Samsung Apps ซึ่งมีทั้งแอพพลิเคชั่นฟรี และเสียเงิน

ส่วน S Suggest จะเป็นการแนะนำแอพพลิเคชั่นต่างๆ แบ่งเป็นหมวดหมู่ พร้อมคะแนน ซึ่งการดาวน์โหลดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นผ่าน S Suggest จะถูกเชื่อมโยงมาทาง Play Store

นอกจาก Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) จะชูจุดเด่นในเรื่องของการใช้งานเป็นโทรศัพทเป็นหลักแล้ว ในด้านบันเทิงถือว่า ครอบคลุมการใช้งานไม่แพ้กันครับ ด้านการเล่นวิดีโอ จะใช้แอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Video Player ที่รองรับไฟล์วิดีโอสูงสุดแบบ Full HD 1080p ในส่วนของระบบเสีียงนั้น จะมีเมนูที่มีชื่อว่า SoundAlive สามารถปรับได้ 4 โหมดด้วยกันคือ แบบปกติ Voice ภาพยนตร์ และระบบเสียงแบบ 5.1 เรียกได้ว่า ชอบแบบไหน ก็เลือกใช้งานแบบนั้น ซึ่งลำโพงด้านท้ายเครื่องนั้น ถือว่า ให้เสียงดัง และคมชัดเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังสามารถส่งคลิปวิดีโอที่ดูผ่าน Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) ไปยังอุปกรณ์ที่รองรับการ DLNA ผ่าน All Share โดยการคลิ๊กที่ไอคอนรูปทีวี ด้านบนขวา

ในส่วนของการฟังเพลงบน Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) จะแบ่งหมวดหมู่ออกเป็น ชื่อเพลง, ชื่ออัลบั้ม, Playlists, ชื่อศิลปิน และอื่นๆ ซึ่งสามารถตั้งค่าได้ว่า จะให้แสดงในส่วนใดได้บ้าง

ถ้าพูดถึงการยกแท็บเล็ตขึ้นมาถ่ายรูป ดูจะเป็นเรื่องปกติไปแล้วในปัจจุบันครับ ซึ่งอินเทอร์เฟสกล้องถ่ายรูปบน Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) นั้น มีเมนูการใช้งานให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การตั้งเวลาถ่ายรูป เลือกโหมดถ่ายภาพได้ 3 แบบ คือ ถ่ายช็อตเดียว ถ่ายช็อตยิ้ม หรือถ่ายภาพแบบพาโนราม่า โหมดการชดเชยแสง รวมไปถึงเอฟเฟกซ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพก็มีมาให้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น Negative, Black & White และ Sepia

มาดูภาพถ่ายที่ได้จาก Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) ครับ (คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพขนาดใหญ่ขึ้น)

 

สลับจากโหมดการถ่ายภาพนิ่ง มาเป็นการถ่ายภาพเคลื่อนไหวกันบ้าง โดยการเปลี่ยนโหมดที่มุมขวาบน ซึ่งมีเมนูการใช้งานที่ไม่แตกต่างจากโหมดถ่ายภาพนิ่งครับ

ต่อมาเป็นคะแนนทดสอบของ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) กันบ้างครับ โดยทดสอบค่า Benchmark ทั้งหมด 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ Quadrant Standard ทดสอบประสิทธิภาพของ CPU, Memory, I/O, 2D graphics และ 3D graphics, AnTuTu Benchmark ทดสอบประสิทธิภาพตัวเครื่อง ทั้ง CPU, Memery, 2D graphics, 3D graphics และ SD card และสุดท้าย Neocore ทดสอบ 3D ได้ผลดังนี้

Quadrant Standard (ซ้าย) ได้ 2118 คะแนน ส่วน AnTuTu Benchmark ได้ 4160 คะแนน

Neocore ได้ 56.6FPS

ส่วนการรองรับ Multitouch นั้น ทำให้ทั้งหมด 10 จุดครับ

สรุปบทความ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0)

อย่างที่กล่าวไปในตอนแรกครับว่า Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) รวมทั้ง Samsung Galaxy Tab 2 (10.1) ไม่ได้เน้นที่ตัวเครื่องต้องสเปคแรงๆ แต่เน้นที่การใช้งานโดยทั่วไปเสียมากกว่า ทั้งในเรื่องของการเข้าเว็บไซต์ แก้ไขเอกสารด้วย Polaris Office ดูหนัง ฟังเพลง อ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์ออนไลน์ เล่นเกม ถ่ายรูปลง Facebook หรือใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้ง Wi-Fi และ 3G และที่สำคัญ สามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถตอบโจทย์ Lifestyle ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างครบถ้วนเลยทีเดียว

หลังจากที่ได้ทำการทดสอบ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) มาระยะหนึ่ง พบกับความประทับใจในหลายๆ ด้าน จึงขอสรุปเป็นจุดเด่น และจุดด้อยตามความรู้สึกส่วนตัว ดังนี้ครับ

จุดเด่นของ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0)

1) ซีพียูระดับ Dual-core Processor ความเร็ว 1GHz สามารถประมวลผลได้รวดเร็ว ทันใจ ถ้าหากใครเคยสัมผัส Samsung Galaxy Tab 7 นิ้วรุ่นแรกมาก่อน ลองมาพิสูจน์ดูครับ จะเห็นว่า แตกต่างกันมากเลยทีเดียว
2) ตัวเครื่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.0.4 Ice Cream Sandwich และ TouchWiz UX UI ทำให้การทำงานไหลลื่นมากกว่า Android 3.2 Honeycomb
3) สามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน รองรับทั้งเครือข่าย Wi-Fi และ 3G รวมถึงสามารถยกเครื่องมาแนบหูได้
4) หน้าจอขนาด 7 นิ้ว ทำให้พกพาได้สะดวกกว่าแท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ และมีน้ำหนักเบาเพียง 345 กรัม
5) มีแอพพลิเคชั่นที่รองรับการใช้งานทุกรูปแบบ ทั้งการใช้งานด้านเอกสาร (Polaris Office) ความบันเทิง (Video Player, Reader Hub) ท่องเว็บ, ถ่ายรูป และโทรศัพท์
6) สามารถชมคลิปวิดีโอได้สูงสุดแบบ Full HD 1080p พร้อมแอพพลิเคชั่นตัดต่อในตัว
7) แบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh รองรับการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน (แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานแต่ละคนด้วยนะครับ)
8) สามารถเพิ่มหน่วยจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 32GB
9) รองรับ Multitouch ได้ 10 จุด

จุดด้อยของ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0)

1) กล้องด้านหลัง ไม่มีแฟลชมาให้ และเป็นระบบโฟกัสภาพแบบ Fixed focus ไม่ใช่ Auto focus ซึ่งจะมีผลเสียต่อการถ่ายภาพในระยะใกล้ ทำให้ได้ภาพที่เบลอ สังเกตได้จากภาพถ่ายทดสอบในด้านบนครับ รูปที่มีการจ่อเข้าไปถ่ายใกล้ๆ จะเบลอ ซึ่งไม่น่าจะถูกใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายรูปมากนัก ถึงแม้ว่าจะได้มาในราคาที่ถูกลงก็ตาม
2) หลังจากที่นำไปทดสอบถ่ายภาพในที่มีแสงจ้า พบว่า หน้าจอมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากมีแสงตกกระทบกับหน้าจอมากเกินไป ทั้งๆ ที่เปิดความสว่างของหน้าจอสุดแล้ว
3) มีการแยกรุ่นจำหน่าย ระหว่างรุ่นที่รองรับ 3G เครือข่าย 850 MHz กับ 900 MHz ถ้าหากผู้ซื้อไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาให้ดีเสียก่อน ประกอบกับคนขายไม่แนะนำ อาจจะทำให้ซื้อมาผิดรุ่นได้

สำหรับใครที่ใช้ Samsung Galaxy Tab 7.0 Plus อยู่แล้ว ถามว่า จำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) หรือไม่ ตามความเห็นส่วนตัวคือ ไม่จำเป็นครับ เนื่องจาก Samsung Galaxy Tab 7.0 Plus มีสเปคที่ดีกว่ามากอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้อัพเดทระบบปฏิบัติการ Android 4.0 Ice Cream Sandwich ก็ตาม แต่เชื่อว่า หลังจากที่ Samsung Galaxy Tab 7.0 Plus ได้รับอัพเดทแล้ว การใช้งานและการประมวลผลจะดีกว่า Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) อย่างแน่นอน

ถ้าหากถามว่า ระหว่าง Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) กับ Samsung Galaxy Tab 7.0 Plus ควรจะเลือกรุ่นไหนดี คำตอบก็ง่ายๆ ครับคือ ถ้าเน้นราคา ให้เลือก Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) แต่ถ้าเน้นสเปค Samsung Galaxy Tab 7.0 Plus ส่วนผู้ที่ใช้ Samsung Galaxy Tab 7 รุ่นแรก แล้วมองๆ Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) อยู่ ขอแนะนำว่าให้เปลี่ยนครับ เนื่องจากอยู่ในระดับราคาที่ไม่แพงมาก แต่ครอบคลุมการทำงานได้เทียบเท่า (หรือมากกว่า) Samsung Galaxy Tab 7 รุ่นแรกด้วยซ้ำไป

ปิดท้ายบทความรีวิว Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) ด้วยคลิปวิดีโอทดสอบการใช้งานครับ

 

 

 

---------------------------------------
บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

 

 

 

Update : 09/07/2012

Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) รีวิว Samsung Galaxy Tab 2 (7.0) samsung galaxy tab 2 7.0 samsung galaxy tab 2 7.0 review ราคา samsung galaxy tab 2 7.0 สเปค samsung galaxy tab 2 (7.0)


8k Like 100 Share
8 กรกฎาคม 2559