สรุปราคาและโปรโมชั่น iPhone X จาก 3 ค่าย เริ่มต้นถูกสุดที่ 30,500 บาท พร้อมเปรียบเทียบราคา iPhone X ซื้อจากที่ไหนคุ้มสุด อ่านที่เดียวจบ!

หลังจากที่ Apple ได้ประกาศ ราคา iPhone X ในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เริ่มต้นที่ 40,500 บาท สำหรับขนาดความจุ 64 GB และ 46,500 บาท สำหรับรุ่นขนาดความจุ 256 GB ล่าสุด 3 ผู้ให้บริการเครือข่ายรายหลักในไทย ซึ่งได้แก่ dtac, AIS และ TrueMove H ได้เปิดพรีออเดอร์ iPhone X ในไทยแล้ว พร้อมกับปล่อยราคาและโปรโมชั่นออกมาแล้วเช่นกัน ซึ่งทีมงาน techmoblog ได้ทำการรวบรวมข้อมูลพร้อมกับสรุปโปรเปรียบเทียบ 3 ค่ายมาให้แล้ว มาดูกันดีกว่าว่า ราคาและแพ็กเกจ iPhone X เทียบ 3 ค่าย แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

    SPONSORED

เปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่น iPhone X เทียบ 3 ค่าย dtac vs AIS vs TrueMove H

คลิกที่ภาพเพื่อขยายขนาดเต็ม

*ราคาข้างต้นยังไม่รวม VAT
*ราคาข้างต้นยังไม่รวมส่วนลดย้ายค่ายเบอร์เดิม

 

ราคา iPhone X จาก Apple Store

  • iPhone X ขนาด 64 GB ราคา 40,500 บาท
  • iPhone X ขนาด 256 GB ราคา 46,500 บาท

 

 

ราคา iPhone X จาก dtac

  • ราคาเครื่องเปล่า (ไม่ติดสัญญา)
    • iPhone X (64 GB) ราคา 41,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) ราคา 47,000 บาท
  • แพ็กเกจเริ่มต้น 1,099 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท
    • iPhone X (64 GB) เหลือ 34,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) เหลือ 40,000 บาท
  • แพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,000 บาท
    • iPhone X (64 GB) เหลือ 35,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) เหลือ 41,000 บาท
  • แพ็กเกจเริ่มต้น 599 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท
    • iPhone X (64 GB) เหลือ 37,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) เหลือ 43,000 บาท
  • แพ็กเกจเริ่มต้น 599 บาท (ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า)
    • iPhone X (64 GB) เหลือ 39,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) เหลือ 45,000 บาท
  • ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม รับส่วนลดเพิ่ม 1,500 บาท เหลือเริ่มต้นถูกที่สุดที่ 32,500 บาท
  • สำหรับลูกค้า BLUE MEMBER ปัจจุบันรับฟรี ตั๋วชมภาพยนตร์ SF Cinema จำนวน 5 ใบ มูลค่ารวม 1,100 บาท
  • สำหรับลูกค้า UP iPhone ที่ซื้อเครื่อง iPhone 7 เดือน ต.ค. และ พ.ย. 59 สามารถรับสิทธิ์ซื้อเครื่องเปล่าได้ตามเงื่อนไข UP Campaign ที่กำหนด กรณีไม่นำเครื่องมาแลกซื้อ สามารถทำการจองซื้อ iPhone X ได้ตามขั้นตอนปกติ หรือกรณีนำเครื่องมาแลกซื้อ สามารถตรวจสาขาที่ร่วมรายการได้ที่นี่ คลิก

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.dtac.co.th

 

ราคา iPhone X จาก AIS

  • ราคาเครื่องเปล่า (ไม่ติดสัญญา)
    • iPhone X (64 GB) ราคา 41,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) ราคา 47,000 บาท
  • แพ็กเกจเริ่มต้น 1,099 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท
    • iPhone X (64 GB) เหลือ 34,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) เหลือ 40,000 บาท
  • แพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,000 บาท
    • iPhone X (64 GB) เหลือ 35,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) เหลือ 41,000 บาท
  • แพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท
    • iPhone X (64 GB) เหลือ 37,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) เหลือ 43,000 บาท
  • รับสิทธิ์ Serenade Emerald เมื่อสมัครแพ็กเกจ 4G Hot Deal Non-Stop 899 บาท
  • รับสิทธิ์ Serenade Gold เมื่อสมัครแพ็กเกจ 4G Hot Deal Non-Stop 1,099 บาท
  • ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม รับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาท เหลือเริ่มต้นที่ 33,000 บาท
  • รับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.ais.co.th

 

ราคา iPhone X จาก TrueMove H

  • ราคาเครื่องเปล่า (ไม่ติดสัญญา)
    • iPhone X (64 GB) ราคา 41,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) ราคา 47,000 บาท
  • แพ็กเกจเริ่มต้น 1,299-1,899 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 5,000 บาท
    • iPhone X (64 GB) เหลือ 32,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) เหลือ 38,000 บาท
  • แพ็กเกจเริ่มต้น 1,099 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท
    • iPhone X (64 GB) เหลือ 34,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) เหลือ 40,000 บาท
  • แพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,000 บาท
    • iPhone X (64 GB) เหลือ 35,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) เหลือ 41,000 บาท
  • แพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท
    • iPhone X (64 GB) เหลือ 37,000 บาท
    • iPhone X (256 GB) เหลือ 43,000 บาท
  • ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม รับส่วนลดเพิ่ม 1,500 บาท เหลือเริ่มต้นถูกที่สุดที่ 30,500 บาท
  • รับฟรีบัตรทรูแบล็คการ์ด เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจ 4G+ FUN Unlimited 1,899 บาทเท่านั้น
  • รับส่วนลดมูลค่า 100 บาท เมื่อทานอาหารครบ 500 บาทขึ้นไป ที่ร้านพอล สาขาสยามพารากอน เพียงโชว์ใบเสร็จที่ซื้อ iPhone X จาก True Shop ถึง 31 ธันวาคมนี้

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.truemoveh.co.th

 

สรุปสเปก, คุณสมบัติ และวันวางจำหน่าย iPhone X

เปิดตัวอย่างเป็นทางการตามคาดแล้ว สำหรับ iPhone รุ่นประจำปี 2017 ที่ในปีนี้ เปิดตัวทั้งหมด 3 รุ่นตามคาด ซึ่งได้แก่ iPhone 8, iPhone 8 Plus และรุ่นพิเศษอย่าง iPhone X (ไอโฟนเท็น) 

Steve Jobs Theater

สำหรับงานเปิดตัว iPhone 8 และ iPhone X ในปีนี้ จัดขึ้นที่ Steve Jobs Theater ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่บน Apple Park ที่เพิ่งสร้างเสร็จแบบสด ๆ ร้อน ๆ พร้อมเปิดใช้งานสำหรับงานเปิดตัว iPhone ครั้งนี้โดยเฉพาะ มาดูกันดีกว่า iPhone X รุ่นฉลองครบรอบ 10 ปีนี้ จะมาพร้อมกับสเปกและคุณสมบัติล้ำ ๆ อะไรกันบ้าง กับบทสรุปฟีเจอร์เด่นบน iPhone X โดยทีมงาน techmoblog ครับ

 

สเปก iPhone X
  • ขนาดตัวเครื่อง 143.6 x 70.9 x 7.7 มม. หนัก 174 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 5.8 นิ้ว แบบ OLED Multi-Touch Display และ Super Retina Display ความละเอียด 2436 x 1125 พิกเซล (458 ppi)
  • จอภาพแบบ HDR และอัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000:1
  • หน้าจอแสดงผลเคลือบสารกันรอยนิ้วมือ
  • ชิปเซ็ต Apple A11 Bionic แบบ 6-Core Processor (64-bit) พร้อมระบบ Neural Engine และ Apple M11 หน่วยประมวลผลร่วมสำหรับประมวลผลด้านการเคลื่อนไหว
  • หน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 64 GB หรือ 256 GB
  • กล้องด้านหน้าแบบ TrueDept ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F/2.2 และโหมดการถ่ายภาพแบบ Portrait กับ Portrait Lighting
  • กล้องคู่ด้านหลัง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ประกอบด้วยเลนส์มุมกว้าง รูรับแสง F/1.8 และเลนส์ Telephoto รูรับแสง F/2.4, ระบบกันสั่นคู่ (Dual Optical Image Stabillization), ไฟแฟลชแบบ Quad-LED True Tone Flash และซูมดิจิตอลได้สูงสุด 10 เท่า
  • ฟีเจอร์ Face ID ระบบสแกนใบหน้าสำหรับปลดล็อกหน้าจอ ด้วยการเปิดใช้งานกล้อง TrueDepth
  • ฟีเจอร์ 3D Touch (ไม่มี Touch ID)
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67
  • รองรับระบบการชาร์จแบบไร้สาย และระบบชาร์จเร็ว
  • รองรับ LTE และ Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า iPhone 7 ถึง 2 ชั่วโมง
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 11
  • มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Space Gray และ Silver
  • ราคาเปิดตัวในสหรัฐฯ อยู่ที่ $999 สำหรับรุ่นความจุ 64 GB และ $1,149 สำหรับรุ่นความจุ 256 GB (ยังไม่ประกาศราคาเปิดตัวในไทย)

 

iPhone X มาพร้อมกับดีไซน์แบบกระจก ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

สำหรับดีไซน์ของ iPhone X นั้น เรียกได้ว่า แทบไม่แตกต่างจากข่าวลือที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ โดยตัวเครื่องมาพร้อมกับกระจกสุดแกร่ง ทั้งด้านหน้าและด้านหลังตัวเครื่อง และขอบตัวเครื่องแบบ Stainless Steel เกรดเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องมือศัลยกรรม โดยตัวเครื่องด้านหน้า มาพร้อมกับดีไซน์แบบจอชิดขอบ ตัดปุ่ม Home ออก ทำให้สามารถแสดงผลได้อย่างเต็มหน้าจอ

 

iPhone X มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว แบบ Super Retina และเป็น iPhone รุ่นแรกที่ใช้หน้าจอแบบ OLED

ในส่วนของจอภาพนั้น iPhone X มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว แบบ Super Retina Display และเทคโนโลยีหน้าจอแบบ OLED ที่นอกจากจะมีสีสันสวยงามและให้สีสันที่แม่นยำแล้ว ยังแสดงสีดำได้ดำสนิท มีความสว่างสูง มีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 1,000,000 ต่อ 1 และรองรับขอบเขตสีแบบกว้างพร้อมด้วยการจัดการสีสันทั้งระบบที่ดีที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน  นอกจากนี้ จอภาพ HDR ยังรองรับ Dolby Vision และ HDR10 พร้อมการแสดงผลแบบ True Tone ที่เพิ่มเข้ามายังช่วยปรับไวท์บาลานซ์บนหน้าจอให้ตรงกับแสงรอบๆ อยู่ตลอดเวลา 

 

Face ID ระบบการยืนยันตัวตนแบบใหม่ ปลอดภัยมากขึ้น

เนื่องจากปุ่ม Home แบบ Physical เดิมถูกตัดออกไป ทำให้ iPhone X ไม่รองรับระบบ Touch ID หรือการสแกนลายนิ้วมือแล้ว แต่ได้เพิ่มฟีเจอร์การยืนยันตัวตนแบบใหม่ที่ปลอดภัยมากกว่าเดิม นั่นก็คือ Face ID หรือระบบการสแกนใบหน้า ด้วยระบบกล้องแบบใหม่ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า TrueDepth ซึ่งประกอบด้วย ตัวฉายจุดแสง, กล้องอินฟราเรด และอิลลูมิเนเตอร์มุมกว้าง สำหรับสร้างโครงสร้างของใบหน้า และจดจำใบหน้าได้อย่างแม่นยำ

โดย Face ID จะฉายจุดแสง IR ที่ตาเปล่ามองไม่เห็นกว่า 30,000 จุด จากนั้นภาพ IR และรูปแบบจุดจะถูกส่งต่อไปยังเครือข่ายนิวรอลเพื่อสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของใบหน้า และส่งข้อมูลนั้นไปยัง Secure Enclave เพื่อยืนยันใบหน้าที่ตรงกัน อีกทั้งยังใช้การเรียนรู้ของระบบ (Machine Learning) เพื่อปรับการทำงานให้สอดคล้องกับรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาอีกด้วย

นอกจากนี้ ข้อมูลใบหน้าทั้งหมดที่บันทึกไว้ยังได้รับการจัดเก็บไว้ใน Secure Enclave ที่มีความปลอดภัยสูง และการประมวลผลทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นบนอุปกรณ์ ไม่ใช่ในระบบคลาวด์ ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

โดย Face ID จะทำการปลดล็อก iPhone X ก็ต่อเมื่อเจ้าของเครื่องมองไปที่ตัวเครื่องเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีความปลอดภัยสูง ไม่สามารถหลอกด้วยการใช้รูปถ่ายหรือหน้ากากได้

 

iPhone X มาพร้อมกับกล้องหน้าแบบ TrueDepth หัวใจสำคัญของ Face ID และโหมด Portrait

สำหรับกล้องหน้าบน iPhone X มาพร้อมกับความละเอียด 7 ล้านพิกเซล แต่ได้เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า TrueDepth ซึ่งถือว่า เป็นหัวใจสำคัญของ Face ID โดยมีคุณสมบัติในการบันทึกภาพด้วยขอบเขตสีกว้าง, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวอัตโนมัติ และการควบคุมค่าแสงที่แม่นยำ นอกจากนี้ iPhone X ยังมาพร้อมกับโหมดถ่ายภาพแบบ Portrait ที่กล้องด้านหน้าแล้ว สามารถถ่ายภาพแบบระยะชัดลึกได้ (ปกติโหมด Portrait บน iPhone 7 Plus ใช้ได้เฉพาะกล้องด้านหลัง)

นอกเหนือจากโหมด Portrait แล้ว ยังมาพร้อมกับโหมด Portrait Lighting หรือโหมดจัดแสงภาพถ่ายบุคคล โดยสามารถเลือกเอฟเฟกต์ในการจัดแสงได้แตกต่างกันถึง 5 แบบ ซึ่งโหมดนี้ยังเป็นแบบ beta สำหรับทดลองใช้งานอยู่

 

Animoji อิโมจิเคลื่อนไหวได้ ใช้งานผ่านแอปฯ iMessage บน iPhone X

สำหรับกล้องหน้า TrueDepth บน iPhone X นั้น นอกจากจะใช้งานร่วมกับ Face ID แล้ว ยังเพิ่มสีสันให้กับอิโมจิด้วย Animoji ด้วยการทำงานร่วมกับชิปเซ็ต Apple A11 Bionic เพื่อบันทึกและวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่แตกต่างกันกว่า 50 รูปแบบ แล้วจำลองการแสดงออกทางใบหน้าเหล่านั้นบน Animoji ที่เคลื่อนไหวได้ 12 แบบ เช่น แพนด้า, ยูนิคอร์น และหุ่นยนต์ โดยสามารถบันทึกและส่งข้อความ Animoji ผ่านทางแอปฯ iMessage ที่ติดตั้งมาให้แล้วบน iPhone X โดยใช้เสียงของตนเอง และยังสามารถยิ้ม, ขมวดคิ้ว และอื่น ๆ อีกมากมาย

 

iPhone X มาพร้อมกล้องคู่ด้านหลังแนวตั้ง 12MP และระบบ Dual OIS

นอกเหนือจากการอัปเกรดกล้องด้านหน้าแล้ว iPhone X ยังมาพร้อมกับกล้องคู่ด้านหลัง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แบบเดียวกับ iPhone 8 Plus แต่ดีไซน์แตกต่างด้วยกล้องคู่แบบแนวตั้ง พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่ (Dual Optical Image Stabillization) โดยกล้องมุมกว้างมีรูรับแสงขนาด F/1.8 ส่วนกล้องเทเลโฟโต้มีรูรับแสงกว้างขึ้นเป็น F/2.4

นอกจากนี้ กล้องคู่ด้านหลังบน iPhone X ยังมาพร้อมกับฟิลเตอร์สีแบบใหม่, พิกเซลที่เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น และโปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพที่ดีกว่าเดิม ซึ่ง Apple ออกแบบขึ้เอง ทำให้สามารถบันทึกภาพด้วยขอบเขตสีกว้า และออโต้โฟกัสในสภาพแสงน้อยได้เร็วขึ้น รวมไปถึงถ่ายภาพแบบ HDR ได้สวยขึ้นด้กว่าเดิมอีกด้วย

ด้านไฟแฟลช เป็นแบบ Quad-LED True Tone ทั้งหมด 4 ดวง พร้อมคุณสมบัติ Slow Sync ทำให้ภาพมีความสว่างสม่ำเสมอยิ่งขึ้นทั้งในฉากหลังและฉากหน้า นอกจากนี้ ยังปรับแต่งให้รองรับเทคโนโลยี AR ซึ่งมีเซ็นเซอร์ Gyroscope และอุปกรณ์สำหรับตรวจจับการเคลื่อนไหว อีกทั้งยังรองรับการบันทึกวีดีโอความละเอียด 4K สูงสุด 60fps และวีดีโอแบบ Slow Motion แบบ 1080p สูงสุด 240fps

นอกจากนี้ ยังมีโหมด Portrait Lighting หรือโหมดจัดแสงภาพถ่ายบุคคล โดยสามารถเลือกเอฟเฟกต์ในการจัดแสงได้แตกต่างกันถึง 5 แบบเช่นเดียวกับกล้องด้านหน้า

 

iPhone X ไม่มีปุ่ม Home แล้วใช้งานอย่างไร ?

ปกติแล้ว การย้อนกลับมายังหน้า Home บน iPhone จะทำได้ด้วยการกดปุ่ม Home 1 ครั้ง แต่เนื่องจาก iPhone X ตัดปุ่ม Home ออกไป ทำให้การใช้งานแบบเดิม ๆ เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ดังนี้

ปัดขึ้นครั้งเดียวจากด้านล่าง เพื่อกลับไปยังหน้า Home

Multitask ให้ปัดขึ้น (เหมือนการกลับไปหน้า Home) แต่หยุดไว้สักครู่จะกว่าจะขึ้นหน้า Multitask มา

Control Center ปัดลงจากมุมบนขวา

Siri กดปุ่ม Power ค้างไว้

Apple Pay ให้ Double Click ที่ปุ่ม Power เพื่อเปิดใช้งาน

 

iPhone X มาพร้อมกับชิปเซ็ต Apple A11 Bionic แบบ 6-Core เร็วกว่า A10 Fusion ถึง 70%

ในด้านการประมวลผลนั้น iPhone X มาพร้อมกับชิปเซ็ต Apple A11 Bionic ซึ่งเป็นชิปเซ็ตตัวเดียวกับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus โดยเป็นแบบ 6-Core Processor ซึ่งประกอบด้วย 2-Core สำหรับการประมวลผลขั้นสูง ที่เร็วขึ้น 25% และ 4-Core สำหรับการประมวลผลแบบประหยัดพลังงาน ซึ่งเร็วกว่าชิปเซ็ต Apple A10 Fusion บน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ถึง 70%

นอกเหนือจากการประมวลผลที่รวดเร็วแล้ว ชิป Apple A11 Bionic ยังประหยัดพลังงาน และสามารถทำงานทั้ง 6-Core ไปได้พร้อม ๆ กัน ทำให้สามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ อีกทั้งแบตเตอรี่ยังใช้งานได้นานกว่า iPhone 7 ถึง 2 ชั่วโมง ด้าน GPU ออกแบบโดย Apple ซึ่งเป็นแบบ 3-Core ประมวลผลได้เร็วขึ้น 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

นอกจากนี้ ชิปเซ็ต Apple A11 Bionic ยังมาพร้อมกับ Neural Engine หรือระบบคิดแบบนิวรอล ซึ่งเป็นแบบ Dual-Core สามารถประมวลผลได้เร็วสุดยอดถึง 6 แสนล้านรายการต่อวินาที เหมาะสำหรับการประมวลผลแบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับอัลกอริทึมของ Machine Learning ทำให้สามารถใช้งาน Face ID รวมถึง Animoji และคุณสมบัติอื่น ๆ ได้

 

iPhone X รองรับการชาร์จแบบไร้สาย และระบบชาร์จเร็วแล้ว

ด้วยดีไซน์ด้านหลังแบบกระจก ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ iPhone X รองรับการชาร์จแบบไร้สายได้ โดยสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของ Qi ซึ่งรวมถึงแผ่นรองชาร์จไร้สายแบบใหม่สองรุ่นจาก Belkin และ mophie

 

เผยโฉม AirPower อุปกรณ์เสริมสำหรับการชาร์จแบบไร้สาย รองรับอุปกรณ์ได้พร้อมกัน 3 ชิ้น

AirPower คืออุปกรณ์เสริมด้านการชาร์จแบบไร้สายสำหรับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นก็คือ รองรับการชาร์จอุปกรณ์ได้พร้อมกันถึง 3 ชิ้น นอกเหนือจาก iPhone ทั้ง 3 รุ่นแล้ว ยังรวมถึง Apple Watch Series 3 และกล่องชาร์จ AirPods แบบไร้สายใหม่ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในปี 2018

 

iPhone X เคาะราคาเริ่มต้นในไทยที่ 40,500 บาท จำหน่าย 24 พ.ย.นี้

หลังจากที่ Apple ประกาศราคา iPhone X ในไทยไปเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 60 ที่ผ่านมา ล่าสุด (7 พ.ย. 60) ได้มีการประกาศรายชื่อประเทศที่จะวางจำหน่าย iPhone X ในรอบถัดไปแล้ว ข่าวดีก็คือ มีรายชื่อประเทศไทยแล้วเช่นกัน ซึ่ง iPhone X เตรียมวางจำหน่ายในไทย ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 นี้ 

สรุปราคา iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X ในไทย เป็นดังนี้

  • iPhone 8 64 GB ราคา 28,500 บาท
  • iPhone 8 256 GB ราคา 34,500 บาท
  • iPhone 8 Plus 64 GB ราคา 32,500 บาท
  • iPhone 8 Plus 256 GB ราคา 38,500 บาท
  • iPhone X 64 GB ราคา 40,500 บาท
  • iPhone X 256 GB ราคา 46,500 บาท

 

 

---------------------------------------
เรียบเรียงโดย
: techmoblog.com

    Promotion มือถือ แนะนำ

Update : 17/11/2017

Apple iPhone X IT