หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

iPhone 6S (ไอโฟน 6S) อัปเดตสเปก ราคา ล่าสุด [2-ส.ค.60] : รวมโปรโมชั่นลดราคา iPhone 6S จาก 3 ค่าย dtac, AIS และ TrueMove H ถูกที่สุด เริ่มต้นเพียง 11,500 บาท

นอกเหนือจาก iPhone 7 และ iPhone 7 Plus แล้ว อีกรุ่นที่ได้รับความสนใจและมีโปรโมชั่นออกมาอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือ iPhone 6S (ไอโฟน 6S) นั่นเอง ซึ่งแอปเปิล ได้ปรับราคาลงและเพิ่มขนาดความจุเริ่มต้นเป็น 32 GB โดยราคาเครื่องเปล่า iPhone 6S อยู่ที่ 22,500 บาท ส่วน iPhone 6S Plus อยู่ที่ 26,500 บาท ด้านผู้ให้บริการเครือข่ายในไทยอย่าง dtac, AIS และ TrueMove H ก็มีโปรโมชั่น iPhone 6S เช่นกัน มาดูกันดีกว่าว่า ราคา iPhone 6S จาก 3 ค่ายล่าสุด (2 สิงหาคม 2560) เป็นเท่าไหร่กันบ้าง

dtac เริ่มต้นที่ 12,900 บาท

  • iPhone 6S (32 GB) ราคาเครื่องเปล่า 22,500 บาท l iPhone 6S Plus (32 GB) ราคาเครื่องเปล่า 26,500 บาท
  • iPhone 6S (32 GB) เหลือ 14,400 บาท เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 899 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 400 บาทนาน 10 เดือน)
  • iPhone 6S (32 GB) เหลือ 16,900 บาท เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 599 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 300 บาทนาน 10 เดือน)
  • iPhone 6S Plus (32 GB) เหลือ 15,000 บาท เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 899 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 400 บาทนาน 10 เดือน)
  • iPhone 6S Plus (32 GB) เหลือ 17,500 บาท เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 599 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 300 บาทนาน 10 เดือน)
  • ย้ายค่ายเบอร์เดิม ลดอีก 1,500 บาท เหลือเพียง 12,900 บาท (iPhone 6S)
  • ลูกค้าเติมเงินและรายเดือน รับสิทธิ์ซื้อ iPhone 6S (128 GB) หรือ iPhone 6S Plus (32 GB) ในราคา 22,190 บาท (ไม่ติดสัญญา)
  • ระยะสัญญา 12 เดือน

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.dtac.co.th

 

AIS เริ่มต้นที่ 12,000 บาท

  • iPhone 6S (32 GB) ราคาเครื่องเปล่า 22,500 บาท l iPhone 6S Plus (32 GB) ราคาเครื่องเปล่า 26,500 บาท
  • iPhone 6S (32 GB) เหลือ 16,500 บาท  เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 599 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 300 บาท นาน 10 เดือน)
  • iPhone 6S (32 GB) เหลือ 14,000 บาท  เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 899 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 5,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 500 บาท นาน 10 เดือน)
  • iPhone 6S (32 GB) เหลือ 12,000 บาท  เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 1,099 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 600 บาท นาน 10 เดือน)
  • iPhone 6S Plus (32 GB) เหลือ 17,500 บาท  เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 599 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 300 บาท นาน 10 เดือน)
  • iPhone 6S Plus (32 GB) เหลือ 15,000 บาท  เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 899 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 5,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 500 บาท นาน 10 เดือน)
  • iPhone 6S Plus (32 GB) เหลือ 13,000 บาท  เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 1,099 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 6,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 600 บาท นาน 10 เดือน)
  • ระยะสัญญา 12 เดือน

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.ais.co.th

 

TrueMove H เริ่มต้นที่ 11,500 บาท

  • iPhone 6S (32 GB) ราคาเครื่องเปล่า 22,500 บาท l iPhone 6S Plus (32 GB) ราคาเครื่องเปล่า 26,500 บาท
  • iPhone 6S (32 GB) เหลือ 17,000 บาท เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 599 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 200 บาท นาน 10 เดือน)
  • iPhone 6S (32 GB) เหลือ 14,500 บาท เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 899 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 400 บาท นาน 10 เดือน)
  • iPhone 6S (32 GB) เหลือ 12,500 บาท เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นที่ 1,099 บาท/เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 5,000 บาท (รับคืนเป็นส่วนลดค่าแพ็กเกจ 500 บาท นาน 10 เดือน)
  • ย้ายค่ายเบอร์เดิม ลดอีก 1,000 บาท เหลือเริ่มต้นที่ 11,500 บาท (แพ็กเกจ 1,099 บาท)
  • ระยะสัญญา 12 เดือน

รายละเอียดเพิ่มเติม : truemoveh.truecorp.co.th

 

iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ปรับราคาลงสูงสุด 8,000 บาท! พร้อมรุ่นความจุใหม่ 32GB เคาะราคาเริ่มต้นเพียง 22,500 บาทเท่านั้น!

หลังจากที่เปิดตัวไปอย่างเรียบร้อยสำหรับเรือธงประจำปี 2017 จาก Apple ที่มาภายใต้ชื่อ iPhone 7 ซึ่งได้รับการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพและเสริมฟีเจอร์ใหม่หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านกล้องถ่ายภาพ iSight ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมระบบกันสั่นแบบ OIS และกล้องคู่แบบ Dual-Camera บนตัวเครื่องกันน้ำ และ AirPods หูฟังไร้สายแบบใหม่ อย่างไรก็ดีเมื่อเรือธงรุ่นใหม่ปรากฏตัวแล้ว ก็ถึงเวลาที่เรือธงรุ่นเก่าที่จะถูกปรับราคาลง ซึ่งในคราวนี้เป็นคิวของ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ที่ลดราคาลงสูงสุดถึง 8,000 บาท 

โดยในเว็บไซต์ Apple Online Store ได้ทำการปรับลดราคา iPhone 6s จากเดิมที่มีราคาเดิมอยู่ที่ 26,500 บาทสำหรับรุ่นความจุ 16GB ล่าสุดได้ทำการตัดรุ่นความจุ 16GB และ 64GB ออกไป พร้อมอัปเกรดความจุเริ่มต้นให้เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัวด้วยความจุใหม่ขนาด 32GB เริ่มต้นที่ราคา 22,500 บาท รวมทั้งทำการปรับราคารุ่นความจุ 128GB จากเดิมที่มีราคาอยู่ที่ 34,500 บาท ลดลงเหลือเพียง 26,500 บาทเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าราคาของ iPhone 6s ความจุสูงสุดมีราคาถูกลงจากเดิมถึง 8,000 บาทเลยทีเดียว ขณะที่รุ่น iPhone 6s Plus ก็ได้ทำการปรับราคาลงพร้อมยกเลิกความจุ 16GB และ 64GB เช่นเดียวกัน สำหรับรายละเอียดราคาล่าสุดของ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus มีดังต่อไปนี้

สรุปรายละเอียดราคา iPhone 6s 

  • iPhone 6s รุ่น 16GB ราคา 26,500 บาท ยกเลิกการวางจำหน่าย
  • iPhone 6s 32GB (รุ่นความจุใหม่) ราคา 22,500 บาท
  • iPhone 6s รุ่น 64GB ราคา 30,500 บาท ยกเลิกการวางจำหน่าย
  • iPhone 6s 128GB ราคา 26,500 บาท
     

สรุปรายละเอียดราคา iPhone 6s Plus 

  • iPhone 6s Plus รุ่น 16 GB ราคา 30,9000 ยกเลิกการวางจำหน่าย
  • iPhone 6s Plus 32GB (รุ่นความจุใหม่) ราคา 26,500 บาท
  • iPhone 6s Plus รุ่น 64GB ราคา 34,500 ยกเลิกการวางจำหน่าย
  • iPhone 6s Plus 128GB ราคา 30,500  บาท

นอกเหนือจาก iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ที่ได้ทำการปรับราคาลงแล้ว iPhone SE ที่ทำการเปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีนี้ก็ถูกปรับลดราคาลงเช่นเดียวกัน สำหรับรุ่นความจุ 64GB จากเดิมราคา 20,800 บาท ลดเหลือเพียง 18,800 บาทเท่านั้น พร้อมทั้งถอด iPhone 6 เรือธงที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2014 ออกจาก Apple Online Store เป็นที่เรียบร้อย - ที่มา Apple

 

รีวิว iPhone 6S

ในวันพรุ่งนี้ (30 ตุลาคม 2558) ก็จะได้ฤกษ์วางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ iPhone 6S และ iPhone 6S Plus ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ซึ่งในวันนี้ ถือว่า เป็นฤกษ์งามยามดีที่ ทีมงาน techmoblog จะมารีวิว iPhone 6S มาให้ชมกัน กับสีชมพู Rose Gold ที่ถือว่า เป็นสีใหม่แกะกล่องของ iPhone 6S กับ iPhone 6S Plus เลยก็ว่าได้ ส่วนท่านที่ใช้ iPhone 6 อยู่ และเกิดอาการลังเลว่า ควรจะเปลี่ยนเป็น iPhone 6S หรือไม่ คุ้มหรือเปล่าที่จะเปลี่ยน วันนี้ มีคำตอบให้ทราบกันอย่างแน่นอนครับ

สำหรับกล่องแพ็กเกจของ iPhone 6S นั้น มีการสกรีนรูปปลาทอง ซึ่งแตกต่างจาก iPhone 6 ที่มาพร้อมกับกล่องแพ็กเกจสีขาวล้วน ไม่มีลวดลายใดๆ โดย iPhone 6S มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว แบบ Retina HD IPS LCD (LED-Backlit) Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล (326 ppi) ซึ่งถือว่า ไม่แตกต่างไปจาก iPhone 6

ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ต่างๆ และลำโพงสำหรับสนทนา

ด้านล่างของหน้าจอแสดงผล เป็นปุ่ม Home ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์ Touch ID ที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว โดย Touch ID บน iPhone 6S นั้น มีการปรับปรุงใหม่ ซึ่งสามารถสแกนได้เร็วขึ้น และแม่นยำกว่าเดิม โดยวงแหวนนั้น จะเป็นสีเดียวกับตัวเครื่อง นั่นก็คือ สี Rose Gold นั่นเอง

ด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ nanoSIM และปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดตัวเครื่อง หรือล็อกหน้าจอแสดงผล ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มปิดเสียง

ด้านบนของตัวเครื่อง ไม่มีปุ่มควบคุมการทำงานใดๆ ส่วนด้านล่างตัวเครื่อง ประกอบด้วย ช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนหลักสำหรับสนทนา, พอร์ต Lightning และลำโพงเสียง

ส่วนดีไซน์ด้านหลังของ iPhone 6S นี้ ยังคงเหมือนกับ iPhone 6 โดยมีแถบเสาอากาศสีขาว ทั้งด้านบนและด้านล่างตัวเครื่อง ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ True Tone Flash และไมโครโฟนตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวนรอบข้าง นอกจากนี้ ยังรองรับการถ่ายคลิปวีดีโอ ความละเอียดระดับ 4K อีกด้วย

เปรียบเทียบ iPhone 6S vs iPhone 6 ต่างกันตรงไหน ?

ถ้าพูดถึงดีไซน์โดยรวม ระหว่าง iPhone 6 (ซ้าย) กับ iPhone 6S (ขวา) ต้องบอกว่า แทบจะไม่มีส่วนใดแตกต่างกันเลย โดยทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว แบบ Retina HD IPS LCD (LED-Backlit) Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล (326 ppi) ส่วนขนาดตัวเครื่องของ iPhone 6 นั้น อยู่ที่ 138.1 x 67 x 6.9 มิลลิเมตร หนัก 129 กรัม ในขณะที่ iPhone 6S หนากว่าเล็กน้อย อยู่ที่ 138.3 x 67.1 x 7.1 มิลลิเมตร หนัก 143 กรัม

สำหรับตัวเครื่องที่หนาขึ้น และหนักขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเทคโนโลยี Force Touch กับ 3D Touch ที่เพิ่มเข้ามานั่นเอง

ส่วนดีไซน์รอบๆ ตัวเครื่อง จะเห็นว่า ทั้ง 2 รุ่นนี้ แทบจะไม่แตกต่างกันเลย ฉะนั้น สิ่งที่จะแยกความแตกต่างระหว่าง iPhone 6S กับ iPhone 6 ได้ ก็คงจะเป็น สีชมพู Rose Gold เสียมากกว่า แต่เชื่อว่า หลายๆ ท่านที่ซื้อมา สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นการใส่ เคสไอโฟน อยู่ดี

รีวิว iPhone 6S : อินเทอร์เฟส และการใช้งานเบื้องต้น

สำหรับจุดขายของ iPhone 6S ก็คือ เทคโนโลยี Force Touch กับ 3D Touch นั่นเอง ด้วยการกดลงบนไอคอนค้างไว้ด้วยน้ำหนักพอสมควร (ถ้าหากน้ำหนักไม่มากพอ จะเป็นการ uninstall แอปพลิเคชันนั้นๆ) ซึ่ง 3D Touch คล้ายๆ กับ การคลิกขวาบนคอมพิวเตอร์นั่นเอง เป็นเมนูลัดเพื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชันนั้นๆ ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการใช้งานได้เช่นกัน

โดยวิธีนี้ สามารถใช้งานกับแอปพลิเคชันหลักๆ ของแอปเปิล ได้หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Message, กล้องถ่ายรูป, Apple Maps, Safari, Mail และอื่นๆ ซึ่งช่วงแรกๆ ที่ใช้งาน คงต้องบอกว่า ไม่ค่อยชิน เนื่องจากถนัดใช้แบบเดิมเสียมากกว่าครับ

สำหรับอินเทอร์เฟสบน iOS 9 นั้น ไม่แตกต่างจาก iOS 8 มากเท่าที่ควร โดยแอปพลิเคชันที่ดาวน์โหลดจาก App Store จะถูกจัดเรียงบนหน้าจอ แต่ผู้ใช้สามารถสร้างโฟลเดอร์ เพื่อจัดหมวดแต่ละกลุ่มได้

การปัดจากบนลงล่าง จะเข้าสู่ Notification Center ระบบการแจ้งเตือนต่างๆ ส่วนการปัดจากล่างขึ้นบน จะเป็น Control Center เมนูลัดเพื่อตั้งค่าการใช้งาน เช่น เปิด-ปิด Wi-Fi, เปิด-ปิด Airplane Mode, ล็อกการหมุนของหน้าจอ, ปรับความสว่างของหน้าจอ รวมไปถึง การเข้าสู่แอปพลิเคชันอื่นๆ เช่น ไฟฉาย, นาฬิกาปลุก, เครื่องคิดเลข และกล้องถ่ายรูป

หน้าการใช้งานโทรศัพท์ มาพร้อมกับอินเทอร์เฟสเรียบง่าย โดยเมนูด้านล่างประกอบด้วย Favorites, Recents, Contacts, Keypad และ Voicemail

ส่วนกล้องถ่ายรูปนั้น มาพร้อมกับโหมดการถ่ายภาพให้เลือกหลายแบบด้วยกัน ซึ่งได้แก่ Photo เป็นภาพขนาดปกติ, Square ภาพถ่ายขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส, Pano ถ่ายภาพพาโนรามา ส่วนการถ่ายวีดีโอ มีให้เลือก 3 โหมด ได้แก่ Time-Lapse, Slo-Mo และ Video

นอกจากนี้ จุดเด่นของกล้องถ่ายรูปบน iPhone 6S นอกเหนือจากจะปรับความละเอียดของกล้องด้านหน้า เป็น 5 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหลัง 12 ล้านพิกเซลแล้ว ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ที่เรียกว่า Live Photos หรือการทำภาพนิ่งให้กลายเป็นภาพที่เคลื่อนไหว และขยับได้ ด้วยการเก็บเป็นภาพเคลื่อนไหว 1.5 วินาทีก่อนและหลังแตะชัตเตอร์ ซึ่งวิธีการดูภาพแบบ Live Photos ก็คือ กดลงไปที่รูปภาพนั้นตรงๆ ภาพนิ่งๆ ก็จะเคลื่อนไหวได้ครับ

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่า กล้องด้านหน้า จะเพิ่มความละเอียดจาก 1.2 ล้านพิกเซล เป็น 5 ล้านพิกเซลแล้วก็ตาม แต่ iPhone 6S ไม่มีโหมดใบหน้าสวย เหมือนกับ มือถือรุ่นอื่นๆ ฉะนั้น ใครที่ชอบเซลฟี่แบบฟรุ๊งฟริ๊ง คงจะต้องดาวน์โหลดแอปฯ อื่นมาใช้เพิ่มเติม แต่สำหรับใครที่ชอบภาพถ่ายเซลฟี่แบบสมจริง และธรรมชาติ ไม่มีการปรับแต่ง ก็ถือว่า iPhone 6S ทำได้ดีเช่นกัน

นอกจากนี้ iPhone 6S ยังรองรับการถ่ายคลิปวีดีโอ ความละเอียดระดับ 4K (30 fps) อีกด้วย ซึ่งใครที่ชอบการถ่ายคลิปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รุ่นความจุ 16 GB คงจะไม่เหมาะสักเท่าไหร่ เนื่องจาก คลิปขนาด 4K กินพื้นที่ในตัวเครื่องมากพอสมควร

สรุปส่งท้าย

ปกติแล้ว iPhone รุ่นที่ลงท้ายด้วย S นั้น มักจะไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แต่สำหรับ iPhone 6S นี้ น่าจะเป็นรุ่นแรกในบรรดา iPhone ทั้งหมด ที่มีการเปลี่ยนแปลงและอัปเกรดอย่างมากเลยทีเดียว ทั้งชิปเซ็ต Apple A9, ปรับปรุงกล้องด้านหน้า และด้านหลัง, ปรับปรุง Touch ID รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง Force Touch และ 3D Touch ที่ทำให้ iPhone 6S รุ่นนี้ ถือว่า อัดแน่นไปด้วยของดีมากมายเลยทีเดียว

ส่วนท่านที่ลังเลว่า จะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนดี? ทีมงานอยากจะขอแนะนำไว้เล็กน้อย ในกรณีที่ท่านใช้ iPhone รุ่นเก่า อย่างเช่น iPhone 4, iPhone 4S, iPhone 5 หรือแม้แต่ iPhone 5S ก็ตาม น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ควรจะเปลี่ยนแล้วครับ ไม่ใช่แค่เรื่องฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาเท่านั้น แต่หน้าจอก็ใหญ่กว่ารุ่นเดิมๆ อีกด้วย

แต่สำหรับท่านที่ยังถือ iPhone 6 หรือ iPhone 6 Plus อยู่ แน่นอนว่า หลายๆ ท่านคงเกิดการลังเลว่า จะคุ้มหรือไม่ที่จะเปลี่ยนเป็น iPhone 6S ในตอนนี้ ซึ่งตามความเห็นส่วนตัวของทีมงาน ที่เป็นอีกคนหนึ่งที่ใช้ iPhone 6 Plus ครั้งแรกที่เห็น iPhone 6S นั้น มีความรู้สึกว่า อยากเปลี่ยนเช่นกัน แต่เมื่อได้ทดสอบใช้งานไประยะหนึ่ง ก็ค้นพบว่า รุ่นที่ใช้อยู่อย่าง iPhone 6 Plus ก็ยังใช้ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ฟีเจอร์ 3D Touch นั้น ยังไม่คุ้นเคยมากนัก สุดท้ายก็กดเข้าแอปฯ เหมือนเดิม หรือจะเป็นกล้องถ่ายรูป ที่แม้ว่า ในครั้งแรกจะรู้สึกดีใจที่ แอปเปิล อัปเกรดกล้องแล้ว แต่ตัวผมเอง ก็ไม่ได้ใช้งานกล้องมากนัก ก็เลยตัดประเด็นตรงนี้ออกไป และอีก 2 ประเด็นที่สำคัญ ก็คือ ความจุเริ่มต้นของ iPhone 6S นั้น ยังอยู่ที่ 16 GB เหมือนเดิม ถ้าพูดถึงด้านการใช้งานจริงๆ แล้ว 16 GB ไม่ค่อยพอครับ แต่จะซื้อ 64 GB ก็รู้สึกเสียดายเงินเล็กๆ อยากให้ แอปเปิล เปิดตัว iPhone ความจุ 32 GB มามากกว่า นอกจากนี้ ราคาเปิดตัว iPhone 6S สูงกว่าเดิม พูดตรงๆ ก็คือ เสียดายเงินครับ :D เลยตัดใจ ใช้ iPhone 6 Plus เหมือนเดิม และรอ iPhone 7 ดีกว่า

หวังว่า รีวิว iPhone 6S นี้ คงจะเป็นประโยชน์ และช่วยให้เพื่อนๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ :)

 

 

สรุปข้อมูล iPhone 6S มาพร้อมหน้าจอแบบ Force Touch ปรับกล้องใหม่ มาพร้อมกล้องหน้า 5 ล้านและกล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล






เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ iPhone 6S (ไอโฟน 6S) ที่เรียกได้ว่า เป็นสมาร์ทโฟนที่คนทั่วโลกรอคอยมากที่สุดรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้ โดยนอกจากภายในงาน จะเปิดตัว iPhone 6S แล้ว ยังได้เปิดตัว iPhone 6S Plus รุ่นหน้าจอใหญ่อีกรุ่นหนึ่งด้วย โดยไร้เงา iPhone 6C ตามคาด โดยถึงแม้ว่า ดีไซน์ของ iPhone 6S นั้น จะยังคงคล้ายกับ iPhone 6 แต่ได้มีการอัปเกรดในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะ กล้องถ่ายรูป ที่เรียกว่า น่าจะถูกอกถูกใจสาวกเลยก็ว่าได้ รวมไปถึง สีใหม่แกะกล่องอย่าง สีชมพู Rose Gold เอาใจสาวๆ โดยเฉพาะอีกด้วย

มาดูกันว่า iPhone 6S นั้น มีฟีเจอร์ใหม่ๆ เด็ดๆ อะไรบ้าง

เทคโนโลยี Force Touch และฟีเจอร์ใหม่ 3D Touch

หลังจากที่ แอปเปิล ได้เปิดตัวเทคโนโลยี Force Touch บน Apple Watch กันไปแล้ว ล่าสุด เทคโนโลยีดังกล่าว ก็ได้ถูกใช้บน iPhone 6S ด้วยเช่นกัน พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่แกะกล่องอย่าง 3D Touch ที่ช่วยทำให้การใช้งานสนุกมากขึ้นกว่าเดิม

โดย 3D Touch มาพร้อมกับ 2 ฟีเจอร์ใหม่ ที่มีชื่อว่า Peek และ Pop ที่ทำให้สามารถดูคอนเทนต์ได้โดยไม่ต้องเปิดขึ้นมาจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น แอปฯ อีเมล การกดเบาๆ (Peek) เป็นการดูตัวอย่างเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าหากออกแรงกดเพิ่ม (Pop) จะเป็นการเปิดอีเมลนั้นๆ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ กับแอปฯ อื่นๆ ได้อีกมากมาย เช่น Safari, Photo รวมไปถึง Apple Maps อีกด้วย

อัปเกรดกล้องด้านหลัง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

นับตั้งแต่ iPhone 4S จนถึง iPhone 6 มาพร้อมกับกล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลมาโดยตลอด แต่บน iPhone 6S นั้น ได้เพิ่มความละเอียดของกล้องด้านหลัง แบบ iSight เป็น 12 ล้านพิกเซลแล้ว พร้อมกับปรับเซ็นเซอร์ใหม่, โปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพใหม่ ที่ช่วยทำให้ได้ภาพถ่ายที่สวยขึ้นกว่าเดิม

และล่าสุด แอปเปิล ได้เผยตัวอย่างภาพถ่าย จากกล้องทั้งด้านหน้า และด้านหลัง จาก iPhone 6S มาให้ชมกันแล้ว มาดูกันว่า การอัปเกรดในครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน

 

 

กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ใช้หน้าจอเป็นไฟแฟลช!

นอกจากจะปรับปรุงกล้องด้านหน้าแล้ว iPhone 6S ยังปรับกล้องด้านหน้า จากความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล บน iPhone 6 เป็น 5 ล้านพิกเซลแล้ว นอกจากนี้ ยังใช้ประโยชน์จากหน้าจอแบบ Retina HD ให้เป็นไฟแฟลชได้อีกด้วย โดยเวลาที่จะถ่ายภาพเซลฟี่ กล้องจะยิงไฟแฟลชนำไปก่อนเพื่อวัดสภาพแสงรอบๆ จากนั้น ไฟแฟลชแบบ True Tone บนจอภาพก็จะจัดแสงให้พอดีกับสภาพแสงรอบๆ เพื่อให้ได้ภาพที่สมจริง และสีผิวที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

รองรับวีดีโอ 4K และ Live Photos ภาพเคลื่อนไหวได้

บน iPhone 6S ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ที่มีชื่อว่า Live Photos ซึ่งปกติแล้ว การถ่ายภาพนิ่งนั้น จะได้ภาพเพียงภาพเดียว แต่ฟีเจอร์ Live Photos จะเก็บภาพแบบเคลื่อนไหวพร้อมเสียง โดยสามารถดูภาพเหล่านี้ได้ ด้วยการกดลงไปที่รูปภาพนั้นๆ อีกทั้งยังสามารถตั้งรูป Live Photos ให้เป็นภาพ Background ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังรองรับการถ่ายคลิปวีดีโอ ความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล หรือระดับ 4K ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งบน iPhone 6S Plus จะมีระบบกันภาพสั่น หรือ OIS ด้วย (ส่วนบน iPhone 6S ไม่มีฟีเจอร์นี้)

ชิปเซ็ต Apple A9 แบบ 64-bit เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้า 70%

iPhone 6S มาพร้อมกับชิปเซ็ต Apple A9 แบบ 64-bit และ Apple M9 หน่วยประมวลผลร่วม ซึ่งปรับปรุงประสิทธิภาพของ CPU ให้เร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Apple A8 ถึง 70% และยกระดับประสิทธิภาพกราฟิกให้ดีขึ้นถึง 90% เมื่อเทียบกับ iPhone 6 เรียกได้ว่า สามารถเล่นเกมกราฟิกหนักๆ ได้อย่างลื่นไหลแน่นอน

ล่าสุด!! (อัปเดต 14 ก.ย. 58) ข้อมูลจาก XCode ยืนยันแล้ว ทั้ง iPhone 6S และ iPhone 6S Plus มาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 2 GB >> อ่านต่อ คลิกที่นี่

ตัวเครื่องไม่งอง่ายแล้ว ด้วยอะลูมิเนียมเกรด 7000

สำหรับบอดี้ของ iPhone 6S นั้น ผลิตจากอะลูมิเนียมเกรด 7000 ซึ่งเป็นเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งถือว่า เป็นรุ่นที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดา iPhone ทั้งหมดที่เปิดตัวมา ส่วนดีไซน์ตัวเครื่อง เป็นแบบ Unibody เช่นเดียวกับ iPhone 6 โดย iPhone 6S มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล ส่วน iPhone 6S Plus มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล

เพิ่มสีใหม่ ชมพู Rose Gold

iPhone 6S มีให้เลือกถึง 4 สีด้วยกัน ได้แก่ สีทอง, สีเงิน, สีเทา Space Gray และสีน้องใหม่ ชมพู Rose Gold เอาใจสาวๆ โดยเฉพาะ

Touch ID ปรับปรุงใหม่ ตรวจจับลายนิ้วมือได้เร็วขึ้น

เช่นเดียวกับ iPhone 6 เมื่อ iPhone 6S มาพร้อมกับ Touch ID เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Home ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ สามารถตรวจจับลายนิ้วมือได้เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้า

รองรับ iOS 9

iPhone 6S มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ iOS 9 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุด ที่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ และแอปพลิเคชันใหม่ๆ มากมาย โดย iOS 9 จะเปิดให้ดาวน์โหลดพร้อมกันในวันที่ 16 กันยายนนี้

 

 

---------------------------------------
บทความโดย : techmoblog.com

Update : 02/08/2017

iPhone 6S ราคา iPhone 6s





Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy