หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[รีวิว] Samsung Galaxy Z Fold3 5G สมาร์ทโฟนจอพับพร้อมกล้องซ่อนใต้จอรุ่นแรกของค่าย กางออกได้จอใหญ่ 7.6 นิ้ว บอดี้ทนน้ำ IPX8 และรองรับ S Pen

สำหรับสมาร์ทโฟนจอพับจาก Samsung นอกจากจะมี Samsung Galaxy Z Flip3 5G ที่ทีมงานรีวิวให้ชมกันไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ ยังมีคู่หูอีกรุ่นที่เปิดตัวพร้อมกัน นั่นก็คือ Samsung Galaxy Z Fold3 5G สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นที่ 3 ในตระกูล Z Fold series

แม้จะเป็นมือถือจอพับเหมือนกับ Samsung Galaxy Z Flip3 5G แต่รูปแบบของการพับแตกต่างกันพอสมควร โดย Samsung Galaxy Z Fold3 5G จะมีลักษณะการพับคล้ายกับการเปิด-ปิดหนังสือ มี 2 หน้าจอ ประกอบด้วย หน้าจอด้านนอก 6.2 นิ้ว และเมื่อกางออกจะกลายเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 7.6 นิ้ว ทำให้ Samsung Galaxy Z Fold3 5G สามารถเป็นได้ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้ในเครื่องเดียว อีกทั้งยังเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED 2X Display ที่รองรับอัตรารีเฟรช 120Hz ทั้ง 2 หน้าจออีกด้วย

    SPONSORED

นอกจากสเปกเครื่องสุดแรงอย่างชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888 พร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 12 GB แล้ว Samsung Galaxy Z Fold3 5G ยังมาพร้อมกับของใหม่หลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือ กล้องหน้าแบบ Under Display Camera หรือกล้องซ่อนใต้จอเป็นรุ่นแรกของค่าย และรุ่นแรก ๆ ของโลก ซึ่งข้อดีของกล้องใต้จอก็คือ สามารถแสดงผลได้อย่างเต็มตาโดยไม่มีรูหรือจอบากมาบดบังสายตาในขณะใช้งาน

ไม่เพียงเท่านั้น Samsung Galaxy Z Fold3 5G ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติด้านการทนน้ำตามมาตรฐาน IPX8 ซึ่งสามารถทนน้ำได้ลึก 1.5 เมตร นานสูงสุด 30 นาที โดยเป็นสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของโลกที่รองรับคุณสมบัติการทนน้ำ ซึ่งจอพับรุ่นเล็กอย่าง Galaxy Z Flip3 5G เองก็รองรับคุณสมบัติดังกล่าวเช่นกัน

แม้ว่าในปีนี้จะไม่มีการเปิดตัว Samsung Galaxy Note series รุ่นใหม่ แต่ Samsung Galaxy Z Fold3 5G ก็นำจุดเด่นของ Note series มาใช้ นั่นก็คือ รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen ซึ่งมีชื่อเรียกว่า S Pen Fold Edition ที่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานบนมือถือจอพับรุ่นนี้โดยเฉพาะ

    SPONSORED

สมาร์ทโฟนจอพับจะตอบโจทย์การใช้งานในด้านใด แตกต่างจากสมาร์ทโฟนจอมาตรฐานอย่างไร วันนี้จะมาไขข้อข้องใจและพิสูจน์การใช้งานให้เห็นกัน กับรีวิว Samsung Galaxy Z Fold3 5G โดยทีมงาน techmoblog.com

 

สเปก Samsung Galaxy Z Fold3 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง
    • โหมดพับ : 67.1 x 158.2 x 16.0 มิลลิเมตร
    • โหมดกาง : 128.1 x 158.2 x 6.4 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 271 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล
    • หน้าจอหลัก : ขนาด 7.6 นิ้ว แบบ Dynamic AMOLED 2X Display (Infinity Flex Display) ความละเอียด 2208 x 1768 พิกเซล, อัตรารีเฟรช 120Hz, อัตราส่วน 22.5:18
    • หน้าจอด้านนอก : ขนาด 6.2 นิ้ว แบบ Dynamic AMOLED 2X Display ความละเอียด 2268 x 832 พิกเซล, อัตรารีเฟรช 120Hz, อัตราส่วน 24.5:9
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 12 GB
  • หน่วยความจำ ROM ขนาด 256 GB หรือ 512 GB (UFS3.1)
  • กล้องเซลฟี่
    • จอด้านนอก : ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล (F/2.2)
    • จอด้านใน : กล้องใต้จอ (Under Display) ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล (F/1.8)
  • กล้องด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย
    • เลนส์ Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F/1.8), Dual Pixel AF, ระบบกันภาพสั่น OIS
    • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F/2.2), มุมมองกว้าง 123 องศา
    • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F/2.4), ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF, ระบบกันภาพสั่น OIS, 2x Optical Zoom, 10x Digital Zoom
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,400 mAh
    • รองรับระบบชาร์จเร็ว 25W
    • รองรับระบบชาร์จเร็วแบบไร้สาย 10W
    • รองรับฟีเจอร์ Reverse Wireless Charging 4.5W
  • ทนน้ำตามมาตรฐาน IPX8 สามารถอยู่ในน้ำลึก 1.5 เมตร ได้นาน 30 นาที
  • รองรับเครือข่าย 5G
  • รองรับ Wi-Fi 6E (802.11 a/b/g/n/ac/ax), Bluetooth 5.2
  • รองรับ Samsung Pay และ NFC
  • รองรับการสแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง
  • รองรับระบบการจดจำใบหน้า (Face Recognition)
  • ลำโพงเสียงคู่แบบสเตอริโอ
  • พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB-C
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 11

 

ดีไซน์และการออกแบบ

สำหรับ Samsung Galaxy Z Fold3 5G ยังคงคอนเซ็ปต์ด้านการดีไซน์เหมือนเดิมตั้งแต่ Galaxy Fold รุ่นแรก กับการเป็นมือถือลูกผสมที่สามารถใช้งานได้ในรูปแบบสมาร์ทโฟน หรือกางออกเป็นแท็บเล็ต ด้วยกลไกการพับที่เหมือนกับการเปิด-ปิดหนังสือ

ตัวเครื่องมีทั้งหมด 2 หน้าจอด้วยกัน หน้าจอด้านนอก มีขนาด 6.2 นิ้ว แบบ Dynamic AMOLED 2X Display ความละเอียด 2268 x 832 พิกเซล บนอัตราส่วนขนาด 24.5:9 ส่วนหน้าจอหลักด้านใน มีขนาดอยู่ที่ 7.6 นิ้ว แบบ Dynamic AMOLED 2X Display (Infinity Flex Display) ความละเอียด 2208 x 1768 พิกเซล บนอัตราส่วนขนาด 22.5:18 ซึ่งรองรับอัตรารีเฟรชที่ 120Hz ทั้ง 2 หน้าจอ อีกทั้งยังมีสีสันสดใสและคมชัดตามสไตล์มือถือ Samsung รุ่นเรือธง

เรื่องของรอยพับ ยังคงสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนอยู่ เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy Z Flip3 5G แต่ถ้าหากใช้งานในมุมมองและองศาที่ถูกต้อง รอยพับจะถูกกลืนเป็นเนื้อเดียวกับหน้าจอ จนเกือบจะลืมไปเลยว่ามีรอยพับอยู่ ซึ่งถ้าหากมุมมองเปลี่ยนไป ก็จะมองเห็นรอยพับอยู่เหมือนเดิม แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งาน

 

ทีเด็ดของ Samsung Galaxy Z Fold3 5G รุ่นนี้ ที่ถือว่าไม่เคยมีมาก่อนบนสมาร์ทโฟนจอพับ นั่นก็คือ กล้องด้านหน้าแบบ Under Display Camera (UDC) หรือกล้องหน้าแบบซ่อนใต้จอ ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อมีการเปิดใช้งานกล้องด้านหน้า แต่เมื่อไม่ได้ใช้งาน ตัวกล้องจะถูกซ่อนไว้ ไม่บดบังสายตาในขณะใช้งาน

สำหรับกล้องด้านหน้าของหน้าจอหลัก จะมีความละเอียดอยู่ที่ 4 ล้านพิกเซล ถือว่ามีความละเอียดไม่สูงนักเนื่องจากยังคงเป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งในอนาคตคงจะมีการพัฒนาให้ดีขึ้น

 

ปุ่มควบคุมการใช้งานแบบสัมผัส จะอยู่บริเวณด้านล่างของหน้าจอฝั่งขวา ซึ่งประกอบด้วย ปุ่ม Recent Apps, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ

 

นอกจากกล้องด้านหน้าแบบซ่อนใต้จอที่หน้าจอหลักแล้ว Samsung Galaxy Z Fold3 5G ยังมีกล้องด้านหน้าอีกตัวที่หน้าจอด้านนอกซึ่งมีความละเอียดมากกว่า อยู่ที่ 10 ล้านพิกเซล อีกทั้งยังจับถือถ่ายรูปได้ถนัดมือกว่าเนื่องจากหน้าจอถูกพับให้มีขนาดที่เล็กลง

 

สำหรับปุ่มควบคุมการทำงานและพอร์ตต่าง ๆ รอบ ๆ ตัวเครื่อง ก็ได้แก่ ปุ่ม Power ที่ฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ปุ่มปรับระดับเสียง, ถาดใส่ซิมการ์ด, ลำโพงเสียง, ไมโครโฟน และพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่ง Samsung Galaxy Z Fold3 5G มีลำโพงเสียงคู่แบบสเตอริโอ และไมโครโฟนมากถึง 4 ตัว ส่วนถาดใส่ซิมการ์ด สามารถใส่ได้ 2 ซิมแบบ nanoSIM และไม่สามารถใส่ microSD Card เพิ่มได้

 

ด้วยรูปทรงที่เป็นสมาร์ทโฟนจอพับ ทำให้ตัวเครื่องต้องมีความแข็งแกร่งและทนทานมากขึ้น ซึ่งด้านหน้าและด้านหลังตัวเครื่องครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass Victus ส่วนกรอบตัวเครื่องและบานพับ ใช้โลหะ Armor Aluminum ที่ทาง Samsung เคลมว่า สามารถทนต่อการพับได้มากกว่า 200,000 ครั้งเลยทีเดียว

 

Samsung Galaxy Z Fold3 5G รุ่นที่นำมารีวิวนี้ เป็นตัวเครื่องสีดำ ผิวสัมผัสด้าน เรียบลื่น ซึ่งติดรอยนิ้วมือได้ยาก โดยกล้องด้านหลัง เป็นกล้อง 3 ตัว (Triple Camera) มาพร้อมเลนส์ครบทุกระยะ ได้แก่ เลนส์ Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F/1.8), เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F/2.2) และเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F/2.4) มีระบบกันภาพสั่นแบบ Dual OIS และรองรับการซูมสูงสุด 10x แบบ Digital Zoom

ความพิเศษของสมาร์ทโฟนจอพับ นอกจากจะสามารถใช้ตัวเครื่องเป็นขาตั้งกล้องได้แล้ว Samsung Galaxy Z Fold3 5G รุ่นนี้ ยังสามารถใช้กล้องด้านหลังถ่ายเซลฟี่ได้ ด้วยการใช้ประโยชน์ของหน้าจอด้านนอกเป็นจอภาพ ทำให้ได้ภาพถ่ายที่ละเอียดขึ้น

 

รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen

อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ถือว่าเป็นของใหม่สำหรับ Samsung Galaxy Z Fold3 5G รุ่นนี้ก็คือ รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen ซึ่งปากกา S Pen ที่รองรับบน Samsung Galaxy Z Fold3 5G ก็คือ S Pen Fold Edition ที่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานบนมือถือจอพับรุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยหัวปากกาจะเป็นแบบสปริงเพื่อช่วยลดแรงกดที่หน้าจอ ทำให้ S Pen รุ่นเดิม ๆ ที่ใช้กับ Galaxy Note หรือ Galaxy Tab ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Samsung Galaxy Z Fold3 5G รุ่นนี้ได้ เพราะอาจเกิดความเสียหายกับหน้าจอ

โดย S Pen Fold Edition รุ่นนี้ไม่ได้เชื่อมต่อด้วย Bluetooth ทำให้ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ แต่จะไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ Air Command ได้

ส่วนปากกา S Pen อีกรุ่นที่รองรับการใช้งานบน Samsung Galaxy Z Fold3 5G ก็คือ S Pen Pro ซึ่งจะเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth รองรับฟีเจอร์ Air Command และปากการุ่นนี้สามารถใช้งานกับ Galaxy S21 Ultra ได้เช่นกัน

แม้จะรองรับปากกา S Pen แต่ตัวเครื่อง Samsung Galaxy Z Fold3 5G จะไม่มีช่องเก็บปากกาเหมือน Galaxy Note series และต้องแยกซื้อเพิ่มอีกด้วย

อย่างไรก็ดี รีวิวนี้จะไม่ได้มีการทดสอบใช้งานปากกา S Pen Fold เนื่องจากยังไม่มีตัวปากกามาให้ทดสอบ

 

เปิดเครื่องทดสอบใช้งาน และฟีเจอร์เด่น

ถึงแม้มือถือจอพับจะไม่ใช่ของใหม่ในวงการสมาร์ทโฟน แต่ก็ยังมีผู้ใช้หลายคนที่ยังไม่เคยลองสัมผัสใช้งาน และยังมองภาพไม่ออกว่า ในด้านการใช้งานจะต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นทั่วไปอย่างไร ซึ่งอย่างแรกก็คือ ดีไซน์จอพับแบบนี้ ทำให้สามารถวางตั้งตัวเครื่องบนโต๊ะได้เลยโดยไม่ต้องอาศัยแท่นวาง และจะมีการแบ่งออกเป็น 2 หน้าจอ ซึ่งฟีเจอร์นี้เรียกว่า Flex Mode

จากภาพข้างต้นจะเห็นว่า เมื่อดูคลิปบนแอปฯ YouTube จอด้านบนจะเป็นการแสดงผลคลิปวิดีโอ ส่วนจอด้านล่าง จะเป็นจอสำหรับควบคุมการใช้งานต่าง ๆ

 

ฟีเจอร์ Multi-Window บน One UI เวอร์ชัน 3.1 นั้น สามารถเปิดแอปพลิเคชันได้พร้อมกันถึง 3 แอปฯ หรือจะเปิดเป็นมุมมองแบบป๊อบอัพเพิ่มอีก 1 แอปฯ รวมเป็น 4 แอปฯ ก็ได้ ซึ่งถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่สะดวกต่อการใช้งานมาก รองรับกับจอแสดงผลขนาดใหญ่ 7.6 นิ้ว และถ้าหากต้องการให้การใช้งานมีความสมบูรณ์มากขึ้น ควรเปิดฟีเจอร์ Multi-Window เสียก่อน ด้วยการเข้าไปที่ การตั้งค่า > คุณสมบัติขั้นสูง > Labs > มัลติวินโดว์สำหรับแอปทั้งหมด

 

โดยฟีเจอร์ Multi-Window รองรับการใช้งานทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน ซึ่งการใช้งานก็ง่าย ๆ แค่เปิดแผง Edge ด้านข้าง แล้วลากแอปฯ ที่ต้องการเปิด นอกจากนี้ ยังสามารถบันทึก Layout ที่ใช้งานบ่อยได้อีกด้วย

 

Layout ของแป้นคีย์บอร์ดในหน้าจอหลัก จะมีการแบ่งออกเป็นด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น

 

สำหรับการรับชมคอนเทนต์วิดีโอที่จอหลักด้านใน แม้จะได้หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น แต่ก็ยังมีข้อสังเกตอยู่บ้าง นั่นก็คือ สัดส่วนของหน้าจออาจจะทำให้บางคอนเทนต์รับชมได้แบบไม่เต็มจอ ซึ่งจะเหลือขอบจอดำให้เห็นอยู่ค่อนข้างมาก ต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไปที่จะรับชมคอนเทนต์เหล่านี้ได้สมบูรณ์แบบกว่า แต่ก็แลกมาด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น อีกทั้งเรื่องการแสดงสีสัน ความลื่นไหล และความละเอียดถือว่าทำได้ดี เช่นเดียวกับลำโพงเสียงที่ให้เสียงดังฟังชัดเช่นกัน

 

สำหรับการเล่นเกมในโหมดจอใหญ่นั้น น่าจะถูกใจสายเกมเมอร์ไม่น้อย ซึ่งเกมยอดนิยมของเกมเมอร์ชาวไทยอย่าง ROV สามารถเล่นได้แบบเต็มหน้าจอ ปุ่มกดต่าง ๆ สามารถเลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งที่ถนัดมือได้ แต่มุมมองในการเล่นจะบีบเข้ามาเล็กน้อย คล้าย ๆ กับกำลังซูมภาพเข้าไป ซึ่งไม่เป็นปัญหาต่อการเล่นแต่อย่างใด

โดยสเปกของ Samsung Galaxy Z Fold3 5G รุ่นนี้ก็คือ ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 888 ตัวท็อป และหน่วยความจำ RAM ขนาด 12 GB ทำให้เล่นเกมได้อย่างลื่นไหล ไม่กระตุก หรือสะดุด สามารถปรับการตั้งค่าเกมได้ที่ระดับสูงสุด เปิดเฟรมเรตสูงได้ อีกทั้งการตอบสนองของหน้าจอก็ทำได้ดีอีกด้วย

สำหรับปัญหาที่เจอกับเกม ROV ในตอนนี้ก็คือ ถ้าหากเปิดเกมจอด้านนอก แล้วกางหน้าจอออกเพื่อเล่นจอหลักด้านใน สเกลภาพจะเพี้ยน ต้องปิดเกมแล้วเปิดใหม่ถึงจะหาย ซึ่งทดสอบกับเกม PUBG ก็เป็นเหมือนกัน แต่เกม Asphalt 9 ไม่เป็น คาดว่าในอนาคตคงจะมีการปรับปรุงในจุดนี้

 

ส่วนหน้าจอด้านนอกของ Samsung Galaxy Z Fold3 5G จะมีขนาดอยู่ที่ 6.2 นิ้ว ความละเอียด 2268 x 832 พิกเซล อัตราส่วน 24.5:9 ซึ่งแตกต่างจากหน้าจอสมาร์ทโฟนทั่วไปที่จะมีอัตราส่วนอยู่ที่ 20:9 หรือ 19:5:9 เปรียบเทียบกับหน้าจอของ Samsung Galaxy S21 ที่มีขนาด 6.2 นิ้วเท่ากัน แต่จอของ Samsung Galaxy Z Fold3 5G จะแคบและยาวกว่า

จริงอยู่ที่ตัวเครื่องแคบลง ทำให้การจับมือและใช้งานด้วยมือเดียวสะดวกขึ้น แต่จากการทดสอบใช้งานพบว่า ยังพบความไม่ชินมืออยู่บ้างโดยเฉพาะเรื่องการพิมพ์ เนื่องจากแป้นพิมพ์มีขนาดที่แคบลง ปุ่มกดเล็กกว่าเดิม

 

หน้าจอด้านนอก รองรับการใช้งานแบบมุมมองหน้าจอแยกเช่นกัน สามารถเปิดได้สูงสุด 2 แอปพลิเคชัน และเปิดแบบหน้าต่างลอยได้อีก 1 แอปฯ รวมเป็น 3 แอปฯ แต่การใช้งานฟีเจอร์นี้ด้วยหน้าจอหลักด้านในจะสะดวกมากกว่า เพราะจอใหญ่กว่า

 

คะแนนทดสอบ Benchmark บน Samsung Galaxy Z Fold3 5G ต้องบอกว่า ทำได้ดีสมกับการเป็นรุ่นเรือธงเลยก็ว่าได้ ซึ่งจากการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำได้ 1,090 คะแนน (Single-Core) และ 3,281 คะแนน (Multi-Core) ส่วนการทดสอบด้วยโปรแกรม AnTuTu ทำได้ 687,228 คะแนน

 

กล้องถ่ายภาพมีมากถึง 5 ตัว

สำหรับกล้องถ่ายรูปบน Samsung Galaxy Z Fold3 5G จะมีทั้งหมด 5 ตัว แบ่งออกเป็น กล้องด้านหลัง 3 ตัว และกล้องด้านหน้า 2 ตัวที่หน้าจอด้านนอกกับหน้าจอหลัก รายละเอียดดังนี้

  • กล้องด้านหน้า
    • จอด้านนอก : ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล (F/2.2)
    • จอด้านใน : กล้องใต้จอ (Under Display) ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล (F/1.8)
  • กล้องด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ประกอบด้วย
    • เลนส์ Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F/1.8), Dual Pixel AF, ระบบกันภาพสั่น OIS
    • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F/2.2), มุมมองกว้าง 123 องศา
    • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F/2.4), ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF, ระบบกันภาพสั่น OIS, 2x Optical Zoom, 10x Digital Zoom

 

สำหรับอินเทอร์เฟสของแอปฯ กล้องจอหลักด้านใน ถูกออกแบบมาสำหรับมือถือจอพับโดยเฉพาะ ซึ่งจะแบ่งหน้าจอออกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนจะแสดงหน้าจอที่กำลังถ่าย ส่วนล่างจะเป็นพรีวิวภาพที่ถ่ายล่าสุด กับเมนูควบคุมการถ่ายภาพ โดยการวางตัวเครื่องลักษณะนี้จะใช้ตัวเครื่องเป็นขาตั้ง ทำให้ถ่ายภาพได้สะดวกขึ้น ลดการสั่นไหว

 

ถ้าหากเป็นการใช้งานแบบกางหน้าจอออก อินเทอร์เฟสจะคล้าย ๆ กันก็คือ ฝั่งซ้ายเป็นพรีวิวภาพ ฝั่งขวาแบ่งเป็นหน้าจอแสดงผลภาพที่กำลังจะถ่าย กับเมนูการถ่ายภาพ แต่สามารถปรับให้แสดงผลแบบเต็มจอได้เช่นกัน

 

ส่วนการถ่ายภาพด้วยหน้าจอด้านนอก อินเทอร์เฟสก็จะเหมือนกับมือถือ Samsung Galaxy S21 series แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาก็คือ สามารถแตะที่ไอคอนเซลฟี่ (มุมบนขวา) เพื่อสลับไปใช้กล้องหลังสำหรับถ่ายเซลฟี่ โดยใช้หน้าจอด้านนอกเป็นจอแสดงผล คล้าย ๆ กับฟีเจอร์ Dual Preview บน Galaxy Z Flip3 5G นั่นเอง

 

กล้องหน้าแบบ Under Display Camera ภาพที่ได้ต่างจากกล้องหน้าปกติอย่างไร ? แน่นอนว่า ภาพจากกล้องหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล ย่อมเก็บรายละเอียดได้ดีกว่ากล้องหน้า ความละเอียด 4 ล้านพิกเซลอยู่แล้ว ซึ่งจากภาพจะเห็นว่า ภาพจากกล้องซ่อนใต้จอ ยังมีความฟุ้งอยู่บ้าง แต่ถ้าหากเน้นถ่ายภาพแบบคมชัด ให้ใช้กล้องหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซลที่หน้าจอด้านนอกจะดีกว่า

สำหรับกล้องด้านหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ถือว่าเป็นเลนส์ชุดเดียวกับที่ใช้บน Galaxy Z Fold2 5G รุ่นที่แล้ว ซึ่งมาพร้อมกับเลนส์ครบทุกระยะ ได้แก่ เลนส์ Wide, เลนส์ Ultra Wide และเลนส์ Telephoto

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลังของ Samsung Galaxy Z Fold3 5G

 

บทสรุปการใช้งาน

ด้วยราคาค่าตัวที่แพงกว่าสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นทั่วไปไม่น้อย ทำให้หลาย ๆ ท่านคงจะเกิดคำถามว่า Samsung Galaxy Z Fold3 5G รุ่นนี้จะตอบโจทย์การใช้งานของเรามากน้อยแค่ไหน ? คุ้มหรือไม่ถ้าหากจะซื้อมาใช้งานสักเครื่อง ?

อันที่จริงคอนเซ็ปต์ของสมาร์ทโฟนจอพับก็คงจะเป็นเรื่องของ หน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป แต่พกพาได้สะดวกมากกว่า คล้ายกับว่าสามารถพกพาทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้ในเครื่องเดียว อีกทั้งยังใช้งานได้จริงทั้ง 2 หน้าจอ รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุดถึง 120Hz ทั้ง 2 จอ แถมสเปกและฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ใส่มานั้น ก็อยู่ในระดับไฮเอนด์และจัดมาให้อย่างเต็มที่ ทั้งชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 888 และหน่วยความจำ RAM ขนาด 12 GB ซึ่งใช้งานได้ลื่นไหล ไม่กระตุก ไม่หน่วง

 

ทั้งนี้ สมาร์ทโฟนจอพับไม่ได้เน้นเรื่องการถ่ายภาพเป็นหลัก ทำให้กล้องหลักด้านหลัง 3 ตัว ยังคงเป็นชุดเดียวกับที่ใช้บน Galaxy Z Fold2 5G รุ่นที่แล้ว ทั้งกล้อง Wide 12 ล้านพิกเซล + Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล + Telephoto 12 ล้านพิกเซล แต่ฟีเจอร์กล้องที่ถือว่า เป็นของใหม่สำหรับสมาร์ทโฟนจอพับในตอนนี้ ก็คงจะเป็น กล้องหน้าซ่อนใต้จอแบบ Under Display Camera เป็นรุ่นแรกของค่าย และเป็นรุ่นแรก ๆ ของโลก ที่มีความละเอียด 4 ล้านพิกเซล ในแง่ของการใช้งานอาจจะดีไม่เท่ากล้องหน้าตัวหลักที่มีความละเอียด 10 ล้านพิกเซล แต่ก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจในวงการสมาร์ทโฟนไม่น้อยเช่นกัน

 

ข้อสังเกตและจุดพิจารณาเพิ่มเติม

แม้ทีมงานจะมีเวลาทดสอบใช้งาน Samsung Galaxy Z Fold3 5G ในเวลาไม่นานนัก แต่ก็พบข้อสังเกตและจุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมเช่นกัน อย่างแรกก็คือ เรื่องของแบตเตอรี่ที่ไม่อึดอย่างที่คิด ซึ่ง Samsung Galaxy Z Fold3 5G มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดความจุ 4,400 mAh ถ้าหากเป็นสมาร์ทโฟนที่มีเพียงหน้าจอเดียว ตัวเลขความจุขนาดนี้ถือว่าใช้งานได้เต็มวันอย่างแน่นอน แต่เนื่องจากเป็นสมาร์ทโฟนจอพับที่มี 2 หน้าจอ แถมยังรองรับอัตรารีเฟรชสูงสุดถึง 120Hz ซึ่งจากการทดสอบกับหน้าจอหลักขนาด 7.6 นิ้ว พบว่าแบตเตอรี่หมดค่อนข้างไว

แต่ทั้งนี้ Samsung Galaxy Z Fold3 5G รองรับระบบชาร์จเร็วแบบ Super Fast Charge ขนาด 25W มาให้ ซึ่งช่วยทำให้ชาร์จไวได้เร็วขึ้นมาก

ถัดมาก็คือเรื่องของการเล่นเกมบางเกมที่หน้าจอด้านนอก แล้วพอเปิดไปใช้งานหน้าจอด้านใน พบว่าสเกลผิดเพี้ยน จะต้องปิดเกมและเปิดมาขึ้นมาใหม่ คาดว่าในอนาคตจะมีการปรับปรุงในส่วนนี้อย่างแน่นอน

สำหรับปากกา S Pen แม้ว่าจะรองรับการใช้งานบน Samsung Galaxy Z Fold3 5G แล้ว แต่ตัวเครื่องกลับไม่มีช่องเก็บปากกาเหมือนกับ Galaxy Note series และไม่มีแถมมาให้ต้องจ่ายเงินซื้อเพิ่ม เรียกได้ว่า ถ้าอยากใช้ปากกา S Pen กับ Galaxy Z Fold3 5G จะต้องแยกเก็บและแยกซื้อทั้งเคสใส่และตัวปากกาด้วยนั่นเอง

 

ราคา Samsung Galaxy Z Fold3 5G

Samsung Galaxy Z Fold3 5G มีให้เลือกทั้งหมด 3 สีด้วยกัน ได้แก่ Phantom Black, Phantom Green, Phantom Silver เปิดพรีออเดอร์แล้ววันนี้บนเว็บไซต์ samsung.com รับฟรี คูปองเงินสดมูลค่า 6,000 บาท และ Samsung Care+ 1 ปี มูลค่า 7,089 บาท พร้อมรับส่วนลดเพิ่มอีก 2,000 บาทเมื่อใช้สิทธิ์เก่าแลกใหม่ โดยส่วนราคาของ Samsung Galaxy Z Fold3 5G ในไทย เป็นดังนี้

  • RAM 12GB | ROM 256GB ราคา 57,900 บาท
  • RAM 12GB | ROM 512GB ราคา 61,900 บาท

 

 

 

-------------------------------------
บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

Update : 26/08/2021

Samsung Galaxy Z Fold3 5G