หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[รีวิว] Samsung Galaxy A8 l A8+ (2018) มือถือเซลฟี่น้องใหม่ ด้วยกล้องคู่หน้า 16+8 ล้านพิกเซล และ Live Focus ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ พร้อม RAM สูงสุด 6 GB บนดีไซน์แบบไร้กรอบ ไร้ปุ่ม Home เคาะราคาเริ่มต้นที่ 15,990 บาท

หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สำหรับ Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) สมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy A น้องใหม่ ล่าสุดถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ของ Samsung เลยก็ว่าได้ เมื่อทั้ง 2 รุ่นนี้เตรียมวางจำหน่ายในไทยในวันที่ 12 มกราคม 2561 นี้ ในราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 15,990 บาท

สำหรับดีไซน์ภายนอกของทั้ง Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) นั้น ถือว่า พลิกโฉมจากรุ่นเดิมพอสมควร โดยมาพร้อมกับหน้าจอ Infinity Display แบบเดียวกับ Samsung Galaxy S8 ซึ่งดีไซน์โดยรวมก็มีความคล้าย Samsung Galaxy S8 ไม่น้อย โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับหน้าจอแบบ Super AMOLED ความละเอียด 1080 x 2220 พิกเซล บนอัตราส่วนหน้าจอ 18.5:9 ซึ่ง Samsung Galaxy A8 (2018) มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.6 นิ้ว ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) ขนาดหน้าจอใหญ่กว่าอยู่ที่ 6.0 นิ้ว

    SPONSORED

ด้านจุดขายของ Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) ก็คือ กล้องด้านหน้าซึ่งเป็นกล้องคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Live Focus ถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ และรูรับแสงกว้าง F/1.9 ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF และรูรับแสงกว้าง F/1.7

สำหรับการประมวลผลของ Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) มาพร้อมกับชิปเซ็ต Exynos 7885 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.2 GHz และหน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Mali-G71 GPU โดย Samsung Galaxy A8 (2018) มาพร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB และ ROM ขนาด 32 GB ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) มาพร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB และ ROM ขนาด 64 GB ซึ่งทั้ง 2 รุ่นรองรับหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card สูงสุด 256 GB

ด้านคุณสมบัติในด้านอื่น ๆ ของ Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) ได้แก่ รองรับเทคโนโลยี NFC และ MST, รองรับ Samsung Gear VR, กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB-C และรองรับเครือข่าย 4G LTE Cat.11 ส่วนแบตเตอรี่บน Samsung Galaxy A8 (2018) มีขนาดความจุอยู่ที่ 3000 mAh และ Samsung Galaxy A8+ (2018) แบตเตอรี่ขนาดความจุอยู่ที่ 3500 mAh ซึ่งทั้ง 2 รุ่นรองรับระบบชาร์จเร็ว

มาดูรีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) กันดีกว่าว่า ทั้ง 2 รุ่นจะน่าใช้กว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างไรบ้าง

 

รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) : สรุปคะแนนจากทีมทดสอบ

 

สเปก Samsung Galaxy A8 (2018) และ Galaxy A8+ (2018)
  • หน้าจอแบบ Super AMOLED (Infinity Display) ความละเอียด 1080 x 2220 พิกเซล (อัตราส่วน 18:5:9) โดย Samsung Galaxy A8 (2018) ขนาดหน้าจอ 5.6 นิ้ว ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) ขนาดหน้าจอ 6.0 นิ้ว
  • ชิปเซ็ต Exynos 7885 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.2 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Mali-G71 GPU
  • Samsung Galaxy A8 (2018) มาพร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB และ ROM ขนาด 32 GB ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) มาพร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB และ ROM ขนาด 64 GB
  • รองรับหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card สูงสุด 256 GB
  • กล้องคู่ด้านหน้า (Dual-Camera) ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้าง F/1.9 และ Live Focus โหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ
  • กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F/1.7 และระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • รองรับ NFC, MST และ Samsung Pay
  • รองรับ Samsung Gear VR (เป็นรุ่นแรกของซีรี่ส์ A ที่รองรับ)
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB-C
  • รองรับเครือข่าย 4G LTE Cat.11
  • Samsung Galaxy A8 (2018) มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 3500 mAh และรองรับระบบชาร์จเร็วทั้ง 2 รุ่น
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 (Nougat) พร้อมอินเทอร์เฟส Samsung Experience เวอร์ชัน 8.5

 

รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) : ดีไซน์และการออกแบบ

ถึงแม้ว่า Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) จะมาพร้อมกับหน้าจอ Infinity Display แบบเดียวกับ Samsung Galaxy S8 แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันก็ถือว่า ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว เนื่องจาก Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) จะเหลือขอบด้านข้างซ้าย-ขวา และขอบกระจกไม่ได้เป็นขอบโค้ง โดย Samsung Galaxy A8 (2018) ขนาดหน้าจออยู่ที่ 5.6 นิ้ว ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) ขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.0 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2220 พิกเซล บนอัตราส่วนหน้าจอ 18.5:9 เหมือนกันทั้ง 2 รุ่น

สำหรับขนาดตัวเครื่องของ Samsung Galaxy A8 (2018) อยู่ที่ 149.2 x 70.6 x 8.4 มม. หนัก 172 กรัม ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) อยู่ที่ 159.9 x 75.7 x 8.3 มม. หนัก 191 กรัม

ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ไฟ LED แสดงสถานะ, เซ็นเซอร์, ลำโพงสำหรับสนทนา และกล้องคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้าง F/1.9 และโหมด Live Focus ถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ รวมถึงโหมด Beauty Mode ปรับความเนียนของผิวหน้าได้สูงสุด 8 ระดับ

ด้านล่างของหน้าจอแสดงผล เป็นปุ่มควบคุมการทำงานแบบสัมผัส ประกอบด้วย ปุ่ม Recent Apps, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ

ด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดตัวเครื่อง หรือล็อกหน้าจอแสดงผล และลำโพงเสียง ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นปุ่มปรับระดับเสียง และถาดใส่ซิมการ์ดที่ 1 แบบ nanoSIM

ด้านบนของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวนรอบข้าง, ถาดใส่ซิมการ์ดที่ 2 แบบ nanoSIM และ microSD Card ส่วนด้านล่างของตัวเครื่อง ประกอบด้วย พอร์ต USB-C, ไมโครโฟนตัวหลักสำหรับสนทนา และช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร

ด้านหลังของตัวเครื่อง ประกอบด้วย กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้าง F/1.7, ไฟแฟลชแบบ LED และปุ่มสำหรับสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งดีไซน์แบบใหม่นี้คาดว่า จะนำมาใช้กับ Samsung Galaxy S9 ด้วยเช่นกัน

 

ความแตกต่างระหว่าง Samsung Galaxy A8 (2018) และ Galaxy A8+ (2018)

สำหรับความแตกต่างระหว่าง Samsung Galaxy A8 (2018) กับ Samsung Galaxy A8+ (2018) มีอยู่ 5 ส่วนด้วยกัน นั่นก็คือ ขนาดหน้าจอ, RAM, ROM ขนาดแบตเตอรี่ และราคา สรุปได้ดังนี้

  • Samsung Galaxy A8 (2018) หน้าจอขนาด 5.6 นิ้ว ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) หน้าจอขนาด 6 นิ้ว (ความละเอียดเท่ากันที่ 1080 x 2220 พิกเซล)
  • Samsung Galaxy A8 (2018) มาพร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) มาพร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB
  • Samsung Galaxy A8 (2018) มาพร้อมหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 32 GB ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) มาพร้อมหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB
  • Samsung Galaxy A8 (2018) มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ส่วน Samsung Galaxy A8 + (2018) มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 3500 mAh
  • ราคา Samsung Galaxy A8 (2018) อยู่ที่ 15,990 บาท ส่วนราคา Samsung Galaxy A8 + (2018) อยู่ที่ 18,990 บาท

 

รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) : อินเทอร์เฟสและการใช้งานเบื้องต้น

Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 (Nougat) พร้อมอินเทอร์เฟส Samsung Experience เวอร์ชัน 8.5

โดยรุ่นนี้ไม่มี App Drawer หรือปุ่มรวมแอปพลิเคชันทั้งหมดในตัวเครื่อง แต่ผู้ใช้สามารถเรียกดูแอปพลิเคชันทั้งหมดได้ด้วยการปัดนิ้วจากด้านล่างขึ้นบน

Toggle Switch รวมคีย์ลัดสำหรับการใช้งาน ทำให้สามารถตั้งค่าการใช้งานในด้านต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นและสะดวกมากขึ้น ส่วนแถบล่างจะเป็น Notification Center แสดงการแจ้งเตือนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น การติดตั้งแอปพลิเคชัน, อีเมล, ข้อความ และอื่น ๆ

จากปัดจากซ้ายไปขวาในหน้า Home Screen จะเข้าสู่โหมด Bixby Home ซึ่งเป็นฟีเจอร์เดียวกับที่ใช้บนมือถือรุ่นเรือธงอย่าง Samsung Galaxy S8 และ Samsung Galaxy Note8 ซึ่ง Bixby Home จะรวมการแจ้งเตือนต่าง ๆ จากแอปพลิเคชันที่รองรับ เช่น สภาพอากาศ, ข่าวสาร, YouTube รวมถึง Samsung Health โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องเปิดดูทีละแอปฯ นั่นเอง

ในเมนู Recent Apps นั้น นอกจากจะสามารถสลับไปใช้งานแอปพลิเคชันอื่นได้แล้ว ยังมีสัญลักษณ์ของ Multi-Window หรือการเปิดใช้งาน 2 แอปฯ พร้อมกันในหน้าจอเดียว ซึ่งแอปฯ ไหนรองรับฟีเจอร์ Multi-Window บ้างนั้น ให้สังเกตที่ไอคอนมุมบนขวา (ตามภาพ)

Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) รองรับฟีเจอร์ Always On Display แสดงการแจ้งเตือนต่าง ๆ รวมไปถึงเวลาและวันที่แม้ว่าหน้าจอจะดับอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องปลุกตัวเครื่อง อีกทั้งฟังก์ชันดังกล่าว ไม่สิ้นเปลืองพลังงานแบตเตอรี่อีกด้วย

สำหรับระบบป้องกันความปลอดภัยบน Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) มีให้เลือกถึง 5 แบบด้วยกัน ได้แก่ รูปแบบ (Pattern), PIN (ใส่เฉพาะตัวเลข), รหัสผ่าน (ตัวเลขผสมตัวอักษร), สแกนลายนิ้วมือ และการสแกนใบหน้า

ในกรณีที่จะเปิดใช้งานการสแกนใบหน้านั้น จะต้องทำการลงทะเบียนใบหน้าเสียก่อน ซึ่งจะต้องถือโทรศัพท์ให้ห่างจากใบหน้า 20-50 ซม. และวางตำแหน่งใบหน้าให้อยู่ภายในวงกลมที่ปรากฏบนหน้าจอ โดยจากการทดสอบการปลดล็อกด้วยการสแกนใบหน้า ถือว่าทำได้อย่างรวดเร็วมากทีเดียว

Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) ยังมีลูกเล่นอื่นให้ใช้งานอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Smart Stay หรือการพักหน้าจออัจฉริยะ ซึ่งหน้าจอจะไม่ดับถ้าหากผู้ใช้มองหน้าจออยู่, Palm Swipe to Capter หรือการจับภาพอัจฉริยะ ด้วยการใช้ฝ่ามือปัดเพื่อจับภาพหน้าจอ, Easy Mute หรือการปิดเสียง ด้วยการวางมือบนหน้าจอ หรือคว่ำโทรศัพท์ลง

นอกจากนี้ ยังมี Dual Messenger สามารถใช้งานแอปพลิเคชันเดียวได้ 2 ID พร้อมกัน โดยไม่จำเป็นต้องสลับ Account

มาดูแอปพลิเคชันพื้นฐานที่ให้มาในตัวเครื่องกันบ้าง หลัก ๆ ก็คือ แอปฯ จาก Google ไม่ว่าจะเป็น Chrome, Google Maps, Gmail, YouTube, Google Drive และอื่น ๆ เช่นเดียวกับแอปฯ จาก Microsoft ไม่ว่าจะเป็น Word, Excel, PowerPoint, OneDrive และ LinkedIn

ส่วนแอปฯ อย่าง วิทยุ FM, เครื่องคิดเลข, เครื่องบันทึกเสียง ก็มีให้ใช้งานบน Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) เช่นกัน

ลองทดสอบเล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ถือว่า ทั้ง 2 รุ่นตอบโจทย์ด้านการเล่นเกม รวมถึงความบันเทิงต่าง ๆ อย่างเช่น ดูหนัง, ฟังเพลง ได้เป็นอย่างดี ยิ่งรุ่นหน้าจอใหญ่อย่าง Samsung Galaxy A8+ (2018) คงจะถูกอกถูกใจชาวเกมเมอร์ไม่น้อย

มาทดสอบประสิทธิภาพด้านการประมวลผลกันบ้าง โดย Samsung Galaxy A8 (2018) มาพร้อมกับชิปเซ็ต Exynos 7885 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.2 GHz, หน่วยประมวลผลภาพ Mali-G71 GPU, หน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB และหน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 32 GB

ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) มาพร้อมกับชิปเซ็ต Exynos 7885 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.2 GHz และหน่วยประมวลผลภาพ Mali-G71 GPU ส่วนหน่วยความจำ RAM และ ROM มากกว่า Samsung Galaxy A8 (2018) โดยมาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB และหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง (ROM) ขนาด 64 GB

สำหรับผลการทดสอบ Benchmark บน Samsung Galaxy A8 (2018) ด้วยโปรแกรม AnTuTu ทำได้ 83,812 คะแนน ส่วนการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 4 ทำได้ 1,505 คะแนน และ 4,289 คะแนน สำหรับการทดสอบแบบ Single-Core และ Multi-Core ตามลำดับ

ส่วนการทดสอบบน Samsung Galaxy A8+ (2018) ด้วยโปรแกรม AnTuTu ทำได้ 84,501 คะแนน ส่วนการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 4 ทำได้ 1,522 คะแนน และ 4,318 คะแนน สำหรับการทดสอบแบบ Single-Core และ Multi-Core ตามลำดับ

ส่วนมัลติทัช รองรับ 10 จุดทั้ง 2 รุ่น

 

รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) : กล้องถ่ายรูป

อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่า จุดขายของ Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) ก็คือ กล้องด้านหน้า ซึ่งเป็นกล้องคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้าง F/1.9 นอกจากนี้ ยังรองรับฟีเจอร์ Live Focus หรือโหมดการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ ที่สามารถปรับความเบลอของฉากหลังได้ตามความต้องการ ซึ่งโหมดถ่ายภาพ Live Focus นี้ จะสามารถปรับได้เฉพาะความเนียนของผิวเท่านั้น สูงสุด 8 ระดับ ไม่สามารถปรับหน้าเรียวหรือตาโตได้

แต่ถ้าหากเป็นโหมดถ่ายภาพเซลฟี่ปกติ จะสามารถปรับใบหน้าได้ 3 แบบ ได้แก่ สีผิว, หน้าเพรียว และตาโต สูงสุดที่ 8 ระดับ

นอกจากนี้ ยังสามารถใส่ลูกเล่นให้กับภาพถ่าย นั่นก็คือ สติกเกอร์ ซึ่งมีให้เลือกหลายรูปแบบเลยทีเดียว

ส่วนกล้องด้านหลัง เป็นกล้องเดี่ยว ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้าง F/1.7 และไฟแฟลชแบบ LED โดยมีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อัตโนมัติ, โปร, พาโนรามา, Hyperlapse, กลางคืน, อาหาร และสามารถดาวน์โหลดโหมดถ่ายภาพอื่น ๆ เพิ่มเติมได้

สำหรับการตั้งค่ากล้องถ่ายรูปนั้น กล้องด้านหน้าและด้านหลัง รองรับภาพถ่ายขนาดสูงสุดที่ 16 ล้านพิกเซล

สามารถตั้งเวลาถ่ายภาพได้ สูงสุด 10 วินาที ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น รองรับสูงสุดที่ระดับ Full HD ทั้งกล้องด้านหน้าและกล้องด้านหลัง

นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งให้ชัตเตอร์เองด้วยการพูดคำว่า Capture, Shoot, Cheese หรือ Smile

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอัตโนมัติ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอัตโนมัติ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอัตโนมัติ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอัตโนมัติ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอัตโนมัติ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอัตโนมัติ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอัตโนมัติ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอัตโนมัติ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอัตโนมัติ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอาหาร)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอาหาร)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอาหาร)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง (โหมดอาหาร)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า (โหมด Live Focus)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า (โหมด Live Focus)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า (โหมดถ่ายภาพตนเอง)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า (ใส่เอฟเฟกต์สติกเกอร์)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า (ใส่เอฟเฟกต์สติกเกอร์)

 

บทสรุปการใช้งาน

หลังจากที่ทีมงานได้ทดสอบใช้งาน Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ถือว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อย ถ้าหากเปรียบเทียบทั้ง 2 รุ่นในเรื่องของการพกพา และความคล่องมือในการหยิบจับใช้งาน ก็คงจะเป็น Samsung Galaxy A8 (2018) สามารถใช้งานมือเดียวได้อย่างสะดวก แต่ถ้าหากเน้นใช้งานด้านมัลติมีเดีย อย่างเช่น ดูหนัง, ดูคลิปบน YouTube หรือว่าเล่นเกม Samsung Galaxy A8+ (2018) ถือว่าตอบโจทย์มากกว่า เพราะนอกจากหน้าจอจะมีขนาดใหญ่กว่าที่ 6.0 นิ้วแล้ว แบตเตอรี่ยังมีขนาดความจุอยู่ที่ 3500 mAh รองรับการใช้งานได้นานกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาค่าตัวที่สูงกว่าเช่นกัน

ด้านสเปกของทั้ง Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) มาพร้อมกับชิปเซ็ต Exynos 7885 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.2 GHz และหน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Mali-G71 GPU ซึ่ง Samsung Galaxy A8 (2018) มาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB และหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง (ROM) ขนาด 32 GB ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) มาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB และหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง (ROM) ขนาด 64  GB ซึ่งทั้ง 2 รุ่นรองรับหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card สูงสุด 256 GB โดยจุดขายของทั้ง 2 รุ่นนี้ก็คือ กล้องด้านหน้าซึ่งเป็นกล้องคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้าง F/1.9 รองรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย ซึ่งสามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอกับโหมด Live Focus, Wefie ถ่ายภาพมุมกว้าง หรือจะเป็นถ่ายภาพ Selfie แบบปกติ และ Beauty Mode ปรับผิวหน้าได้สูงสุด 8 ระดับ ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED และรูรับแสงกว้าง F/1.7

สำหรับคุณสมบัติอื่น ๆ บน Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) ได้แก่ รองรับ Samsung Pay, รองรับ NFC, Bixby ผู้ช่วยอัจฉริยะ, กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB-C, รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด, รองรับ Samsung Gear VR, รองรับเครือข่าย 4G LTE Cat.11 และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 (Nougat)

โดย Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) ราคาเริ่มต้นที่ 15,990 บาท สำหรับ Samsung Galaxy A8 (2018) และ 18,990 บาท สำหรับ Samsung Galaxy A8+ (2018) มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Gold, Black และ Orchid Gray เริ่มวางจำหน่ายในไทยในวันที่ 12 มกราคม 2561 นี้

 

จุดเด่นของ Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018)

  • ดีไซน์แบบ Unibody บนหน้าจอ Full Display ไร้กรอบ ไร้ปุ่ม Home
  • หน้าจอแบบ Super AMOLED (Infinity Display) ความละเอียด 1080 x 2220 พิกเซล (อัตราส่วน 18:5:9) โดย Samsung Galaxy A8 (2018) ขนาดหน้าจอ 5.6 นิ้ว ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) ขนาดหน้าจอ 6.0 นิ้ว
  • ชิปเซ็ต Exynos 7885 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.2 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Mali-G71 GPU
  • Samsung Galaxy A8 (2018) มาพร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB และ ROM ขนาด 32 GB ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) มาพร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB และ ROM ขนาด 64 GB
  • รองรับหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card สูงสุด 256 GB
  • กล้องคู่ด้านหน้า (Dual-Camera) ความละเอียด 16+8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงกว้าง F/1.9 และ Live Focus โหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ
  • กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F/1.7 และระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
  • รองรับ NFC, MST และ Samsung Pay
  • รองรับ Samsung Gear VR (เป็นรุ่นแรกของซีรี่ส์ A ที่รองรับ)
  • รองรับ Bixby
  • การปลดล็อกหน้าจอสามารถเลือกได้ถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบ (Pattern), PIN (ใส่เฉพาะตัวเลข), รหัสผ่าน (ตัวเลขผสมตัวอักษร), สแกนลายนิ้วมือ และการสแกนใบหน้า
  • ฟีเจอร์ Always On Display แสดงการแจ้งเตือนต่าง ๆ รวมไปถึงเวลาและวันที่แม้ว่าหน้าจอจะดับอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องปลุกตัวเครื่อง
  • ฟีเจอร์ Dual Messenger สามารถใช้งานแอปพลิเคชันเดียวได้ 2 ID พร้อมกัน โดยไม่จำเป็นต้องสลับ Account
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB-C
  • รองรับเครือข่าย 4G LTE Cat.11
  • Samsung Galaxy A8 (2018) มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ส่วน Samsung Galaxy A8+ (2018) มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 3500 mAh และรองรับระบบชาร์จเร็วทั้ง 2 รุ่น
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 (Nougat) พร้อมอินเทอร์เฟส Samsung Experience เวอร์ชัน 8.5

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ด้วยดีไซน์แบบ Unibody ทำให้ไม่สามารถถอดแกะฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้

 

ข้อควรทราบ : เครื่อง Samsung Galaxy A8 (2018) และ Samsung Galaxy A8+ (2018) ในบทความรีวิวนี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบเท่านั้น คุณสมบัติบางอย่างอาจยังไม่สมบูรณ์ 100% และอาจไม่ตรงกับตัวเครื่องที่วางจำหน่ายจริง

 

 

------------------------------------

บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

Update : 19/01/2018

    Promotion มือถือ แนะนำ

IT Samsung Galaxy A8 (2018) รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018)

ข่าวอัพเดทล่าสุด