หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

รีวิว (Review) Canon EOS M10 X Rilakkuma กล้องถ่ายภาพแบบ Mirrorless ที่เซลฟี่ได้ขาวสวยเนียนใส และคมชัดทุกรายละเอียด พร้อมเจาะลึกโหมดโปรบนกล้องรุ่นเล็ก ที่ใช้งานได้ไม่แพ้รุ่นใหญ่! (ตอนที่ 2/2)


 

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ กลับมาพบทีมงาน TechmoBlog กับการรีวิว Gadget สุดเด็ดในช่วงนี้กันอีกครั้งนะครับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราได้รีวิวกล้อง Canon EOS M10 X Rilakkuma ตอนที่ 1/2 ซึ่งเราพาไปชมฟังก์ชันการทำงานเบื้องต้น พร้อมจุดเด่นอย่างโหมด Creative Assist ที่สามารถปรับแต่งโทนสีของภาพได้ภายในตัวกล้อง และโหมด Selfie Portrait ที่สามารถปรับผิวให้ขาวสวยเนียนใสได้ตามต้องการ พร้อมทั้งระบบ Wi-Fi Direct ที่แชร์ภาพจากกล้องลงโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งกระแสความนิยมของกล้อง Canon EOS M10 ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น และสุภาพสตรี ด้วยดีไซน์บอดี้ที่ทันสมัย, คุณภาพไฟล์รูปที่ถือว่าอยู่ในระดับดีมาก และการใช้งานที่สะดวกสบาย ก็ทำให้ Canon EOS M10 กลายเป็นกล้องประจำตัวตัวของใครหลายคนได้อย่างง่ายดาย
 

    SPONSORED


แม้ว่าในบทความรีวิว ตอนที่ 1/2 เราจะนำเสนอในเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานเบื้องต้น พร้อมจุดเด่นอย่างโหมด Creative Assist และ Selfie Portrait ไปแล้ว แต่ตัวกล้อง Canon EOS M10 ยังมีความสามารถซ่อนอยู่ภายในอีกมากมาย เพราะว่า Canon EOS M10 ไม่ได้เหมาะสำหรับผู้เล่นกล้องมือใหม่เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นอุปกรณ์สำคัญให้กับตากล้องมือเก๋าที่เชี่ยวชาญ และชำนาญในการถ่ายภาพด้วยเช่นกัน วันนี้ทีมงาน TechmoBlog จึงจะพาทุกท่านไปเจาะลึกกับโหมดโปรบนกล้อง Canon EOS M10 ว่าจะมีประสิทธิภาพการใช้งานเป็นอย่างไร สามารถปรับแต่งค่าได้เหมือนกล้อง DSLR ในค่ายหรือไม่ รีวิวนี้มีคำตอบแน่นอนครับ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญทุกท่านรับชมรีวิว (Review) Canon EOS M10 X Rilakkuma ตอนที่ 2/2 เจาะลึกโหมดโปรบนกล้องรุ่นเล็ก ที่ใช้งานได้ไม่แพ้รุ่นใหญ่ ไปพร้อมกันได้เลยครับ

 

ฟังก์ชันการทำงานเบื้องต้นของโหมดโปร M, Av, Tv และ P ของกล้อง Canon EOS M10

หากจะกล่าวถึงโหมดโปรก็คงต้องมาดูกันที่โหมด M หรือ Manual ซึ่งเป็นโหมดที่ผู้ใชัจะต้องปรับตั้งค่าทุกอย่างด้วยตนเอง ตัวกล้องจะคำนวณให้เพียงแค่ค่าแสงว่า Under, Over หรือพอดี 


เมื่อเข้ามาสู่โหมด M แล้วก็จะพบกับหน้าจอที่มีเมนูต่างๆ ให้ปรับแต่งมากกว่าโหมดกึ่งอัตโนมัติแบบอื่นๆ โดยการปรับค่าต่างๆ ค่อนข้างสะดวก เพราะสามารถใช้นิ้วสัมผัสไปที่ช่องนั้นๆ พร้อมทั้งหมุนวงแหวนปรับได้ทันที


ถ้าใครเคยชินกับการใช้งานกล้อง DSLR คงจะคุ้นเคยกับหน้าจอเช่นนี้เป็นอย่างดี เพราะหน้าจอนี้คือหน้าจอแสดงการตั้งค่าทุกอย่างของกล้อง ก่อนจะทำการถ่ายภาพ ซึ่งสามารถเปลี่ยนรูปแบบหน้าจอได้ด้วยการกดปุ่ม INFO ที่วงแหวนด้านขวา


แม้ว่าโหมด M จะเป็นโหมดที่ต้องปรับค่าเองเกือบทุกอย่างทั้ง ความเร็วชัตเตอร์, ค่ารูรับแสง, การชดเชยแสง ฯลฯ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังมีให้เลือกเป็นอัตโนมัติคือ ค่าความไวแสง (ISO) ซึ่งถ้าหากผู้ใช้เลือก ISO แบบอัตโนมัติ เมื่อกดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง ตัวกล้องจะประมวลผลแสงว่าเหมาะกับการใช้ ISO ระดับใดจึงจะได้ค่าแสงตามที่เราตั้งไว้ อย่างเช่นในภาพ ทีมงานตั้งค่าการชดเชยแสงไว้ที่ 0 เมื่อกดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง ตัวกล้องประมวลผลให้ใช้ ISO 800 ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมเมื่อเราเลือกใช้ ความเร็วชัตเตอร์ 1/60 และรูรับแสง F/5.0


โหมดที่ตากล้องหลายคนเลือกใช้กันเป็นโหมด Standby ในยามฉุกเฉินที่ไม่มีเวลาให้ปรับค่าด้วยโหมด M ไม่ทันก็คือ โหมด P หรือโหมดออโต้สำหรับโหมดโปรนั่นเอง โดยโหมด P จะปรับค่าความเร็วชัตเตอร์ และรูรับแสงให้ผู้ถ่ายโดยอัตโนมัติ ส่วนการตั้งค่าอื่นๆ ยังคงเปิดให้ผู้ใช้ตั้งค่าได้ตามปกติ ซึ่งสาเหตุที่โหมดนี้เหมาะสำหรับการ Standby เพราะว่า บางครั้งอาจเกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ตากล้องไม่สามารถเซ็ตค่าต่างๆ ให้กล้องได้ทัน เพราะเหตุการณ์จะจบลงเสียก่อน ดังนั้น เมื่อเปิดกล้องขึ้นมา ตัวกล้องจึงจะต้องพร้อมถ่ายทันที การเลือกโหมด P จึงเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างน่าไว้ใจสำหรับการ Standby เพื่อเก็บภาพในทุกๆ เวลา


ส่วนโหมด Av และโหมด Tv นั้น จะเป็นการปรับเฉพาะค่ารูรับแสง และความเร็วชัตเตอร์ตามลำดับ โดยการปรับค่ารูรับแสงเหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องการ Depth of Field หรือ ชัดลึก-ชัดตื้น ส่วนการปรับค่าความเร็วชัตเตอร์เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหว เช่น การแข่งกีฬาที่ต้องถ่ายภาพแบบ Stop Motion (หยุดนิ่ง) ซึ่งต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์สูง หรือการถ่ายภาพน้ำตกให้มีลักษณะเป็นสายหมอก ซึ่งต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆ เป็นต้น


สำหรับโหมดโปรทุกโหมดนั้น ผู้ใช้สามารถปรับแต่งค่าอื่นๆ ได้อีกโดยการกดปุ่ม SET ซึ่งจะมีเมนูย่อยขึ้นมาให้ปรับถึง 11 เมนู คือ สัดส่วนของภาพนิ่ง, โหมดวัดแสง, ปรับแสงเหมาะสมอัตโนมัติ, รูปแบบภาพ (Picture Style), สมดุลแสงขาว (White Balance), วิธีโฟกัส, การโฟกัส, คุณภาพของภาพ, ขนาดการบันทึกภาพเคลื่อนไหว, โหมดการถ่าย และการตั้งเวลาถ่ายภาพ

 

ภาพถ่ายตัวอย่างจาก Canon EOS M10 ด้วยเลนส์ EF-M 15-45mm 1:3.5-6.3 IS STM

*หมายเหตุ - ภาพถ่ายทั้งหมดเป็นไฟล์ดั้งเดิม หรือไฟล์ที่ปรับแต่งภายในตัวกล้อง ไม่ผ่านการปรับแต่งแสง และสีด้วยโปรแกรมภายนอกใดๆ ทั้งสิ้น
 

 

สรุปการใช้งานเบื้องต้นในโหมดโปรของ Canon EOS M10

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับการเจาะลึกโหมดโปรบนกล้อง Canon EOS M10 ซึ่งจากการใช้งานเบื้องต้นแล้วรู้สึกว่ากล้อง Canon EOS M10 สามารถตอบโจทย์ผู้ที่เป็นมือใหม่กำลังอยากเล่นกล้อง หรืออยากฝึกถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี เพราะด้วยขนาดของบอดี้ และน้ำหนักที่เบาสบาย ทำให้พกพาติดตัวไปได้โดยง่าย ต่างกับกล้องโปรอย่าง DSLR ที่มีขนาดใหญ่ และน้ำหนักมาก อาจจะไม่สะดวกนักสำหรับการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ส่วนโหมดการถ่ายภาพของ Canon EOS M10 ก็ต้องบอกว่า Canon จัดมาให้อย่างครบเครื่องจริงๆ ซึ่งแต่ละโหมดนั้นจะมีลักษณะการทำงานคล้ายกับกล้อง DSLR ในค่ายเกือบทุกอย่าง รวมถึงคุณภาพของไฟล์ที่ได้ก็สามารถนำไปใช้งานจริงได้ทันที หรือจะเป็นการถ่ายภาพลงโซเชียลก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องผ่านสมาร์ทโฟนอีกด้วย

หากจะนับว่า Canon EOS M10 เป็นกล้องสำหรับผู้ใช้ระดับเริ่มต้น ไปจนถึงผู้ใช้ที่มีความเชี่ยวชาญก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะประสิทธิภาพในการถ่ายภาพของกล้องตัวนี้ครอบคลุมทุกความต้องการจริงๆ อีกทั้งยังมีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสำหรับช่างกล้องสายโซเชียลด้วย นั่นก็คือ Wi-Fi Direct ที่สามารถอัปโหลดรูปลงโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook ได้ทันที หรือจะส่งรูปเข้าสมาร์ทโฟนก็ทำได้เช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันบางอย่างก็อาจนำไปเทียบกับกล้องใหญ่ DSLR ไม่ได้เสียทีเดียว เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้กล้อง Mirrorless และ DSLR นั้นแตกต่างกัน แต่ถ้ามองว่า Canon EOS M10 สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ระดับทั่วไปได้หรือไม่ คำตอบก็คือ ได้อย่างแน่นอน
 


สำหรับ Canon EOS M10 กล้อง Mirrorless ยอดฮิตในขณะนี้มีเวอร์ชันใหม่ออกวางจำหน่าย คือ Canon EOS M10 X Rilakkuma Box Set ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่มาพร้อมกล้อง และตุ๊กตา Rilakkuma รุ่น Limited Edition ลิขสิทธิ์แท้จาก San-X ประเทศญี่ปุ่น และทาง Canon ยังจัดแคมเปญหนึ่งอย่างเพื่อให้สอดรับกับแพ็กเกจ Rilakkuma ของ Canon EOS M10 ที่เป็นกล้องพกพาง่าย ถ่ายสะดวก พร้อมตุ๊กตาหมีสุดน่ารัก โดยแคมเปญดังกล่าว คือ Toytravel (Nui-Dori) ที่เป็นศิลปะการถ่ายภาพของเล่น โดยการให้ของเล่นเลียนแบบชีวิตจริงของมนุษย์ ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมสนุกกับแคมเปญดังกล่าวได้ที่ Canon-Asia และรับชมวิดีโอการถ่ายภาพ Rilakkuma ในรูปแบบ Toytravel สุดน่ารักได้ที่ CANON EOS M10 x Rilakkuma™ - เพื่อนซี๊คนโปรดของคุณ

Canon EOS M10 x Rilakkuma รุ่น Limited Edition วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน - 31 ธันวาคม 2559 นี้เท่านั้น (หรือจนกว่าของจะหมด) โดยจะมีแพ็กเกจเลนส์ 3 แบบ 3 ราคา ให้เลือก ดังนี้

- EOS M10 พร้อมเลนส์ 15-45mm ราคา 17,210 บาท 
- EOS M10 พร้อมเลนส์ 15-45mm และ EF-M 22 ราคา 21,200 บาท 
- EOS M10 พร้อมเลนส์ 15-45mm และ EF-M 55-200 ราคา 26,450 บาท

อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพให้สวยหรือไม่สวยนั้น อุปกรณ์เป็นเพียงตัวช่วยเสริมองค์ประกอบต่างๆ แต่ความสวยงามของภาพแต่ละภาพล้วนเกิดจากมุมมองของช่างภาพที่พยายามมานะฝึกฝน จนสามารถเรียนรู้การจัดองค์ประกอบ, อารมณ์ของภาพ, สัดส่วน ฯลฯ หรือสิ่งใดๆ ก็ตามที่ช่างภาพต้องการจะสื่อในภาพๆ เดียว ดังนั้น หากผู้อ่านท่านใดที่อยากเป็นช่างภาพบ้างนั้น ต้องหมั่นถ่ายรูป และฝึกฝนมุมมองของตนเองเป็นประจำ แล้ววันหนึ่งประสบการณ์ทั้งหมดจะทำให้คุณถ่ายภาพสวยๆ ได้อย่างแน่นอน สำหรับวันนี้ทีมงาน TechmoBlog ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ


(ตอนที่ 1/2) รีวิว (Review) Canon EOS M10 X Rilakkuma กล้องถ่ายภาพแบบ Mirrorless ที่เซลฟี่ได้ขาวสวยเนียนใส และคมชัดทุกรายละเอียด!

Update : 28/01/2018

    Promotion มือถือ แนะนำ

Canon EOS M10

ข่าวอัพเดทล่าสุด