หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[รีวิว] Redmi Note 10S สมาร์ทโฟนรุ่นสุดคุ้ม มาพร้อมกล้อง 64MP, จอ AMOLED 6.43 นิ้ว และแบตใหญ่จุใจ 5,000 mAh ชาร์จเร็ว 33W ในราคาไม่ถึงหมื่น

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทาง Xiaomi ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน Redmi Note 10 series มากถึง 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Redmi Note 10, Redmi Note 10S, Redmi Note 10 5G และ Redmi Note 10 Pro ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป โดยรุ่นที่ทางทีมงาน techmoblog.com จะนำมารีวิวกันในวันนี้ก็คือ Redmi Note 10S ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยแล้วในวันนี้ (27 พฤษภาคม 2021) ที่นอกจากจะมาพร้อมกับสเปกแบบจัดเต็มแล้ว ยังมีราคาค่าตัวเริ่มต้นที่หลักพันเท่านั้นอีกด้วย

ด้านดีไซน์ของ Redmi Note 10S นั้น ถือว่าถอดแบบมาจาก Redmi Note 10 เลยก็ว่าได้ ทั้งดีไซน์หน้าจอแบบ DotDisplay เจาะรูตรงกลางสำหรับกล้องด้านหน้า และกล้องด้านหลัง 4 ตัว แต่ความแตกต่างระหว่าง 2 รุ่นนี้ก็คือ ความละเอียดของกล้องด้านหลัง กับชิปประมวลผล ซึ่ง Redmi Note 10S จะมาพร้อมกับกล้องหลัก ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (Redmi Note 10 กล้องหลักมีความละเอียดอยู่ที่ 48 ล้านพิกเซล) และใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio G95 (Redmi Note 10 ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 678) ในขณะที่สเปกอื่น ๆ ไม่ต่างกัน

    SPONSORED

สำหรับสเปกเบื้องต้นของ Redmi Note 10S รุ่นที่นำมารีวิวให้ชมกันในวันนี้ มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 6.43 นิ้ว แบบ AMOLED DotDisplay ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล, หน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB, หน่วยความจำ ROM ขนาด 128 GB, กล้องด้านหน้า ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, กล้องด้านหลัง 4 ตัว ความละเอียด 64+8+2+2 ล้านพิกเซล, แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh รองรับชาร์จเร็ว 33W และทำงานบนระบบปฏิบัติการ MIUI 12.5.5 ที่มีพื้นฐานอยู่บน Android 11

ด้วยสเปกและราคาที่ไม่ถึงหมื่นบาท ทำให้ Redmi Note 10S รุ่นนี้มีความน่าสนใจไม่น้อย ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไรนั้น มาพิสูจน์ไปพร้อม ๆ กันกับ รีวิว Redmi Note 10S โดยทีมงาน techmoblog.com

 

    SPONSORED

สเปก Redmi Note 10S

  • ขนาดตัวเครื่อง 74.5 x 160.46 x 8.29 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 178.8 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.43 นิ้ว แบบ AMOLED DotDisplay ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล
    • อัตราส่วน 20:9
    • 409 ppi
    • Contrast Ratio: 4,500,000:1
    • Color Gamut: DCI-P3
    • หน้าจอลดแสงสีฟ้า
  • ชิปประมวลผล MediaTek Helio G95 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.05 GHz
  • ชิปประมวลผลภาพกราฟิก ARM Mali-G76 MC4
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB หรือ 8 GB แบบ LPDDR4X
  • หน่วยความจำ ROM ขนาด 64 GB หรือ 128 GB แบบ UFS 2.2
  • กล้องด้านหน้า ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (F/2.45)
  • กล้องด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย
    • เลนส์ Wide ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (F/1.79), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.97", ขนาดพิกเซล 0.7μm
    • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F/2.2), มุมมองกว้าง 118 องศา
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4)
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4)
    • โหมดถ่ายภาพ Night Mode, AI Beautify, AI Portrait Mode
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง
  • รองรับ AI Face Unlock สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อก
  • รองรับคุณสมบัติในการกันละอองน้ำและฝุ่นระดับ IP53
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
  • รองรับ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz, 4G LTE และ Bluetooth 5.0
  • ลำโพงเสียงคู่ และรองรับช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh รองรับระบบชาร์จเร็วขนาด 33W
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ MIUI 12.5.5 ที่มีพื้นฐานอยู่บน Android 11

 

ดีไซน์ และการออกแบบ

สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในชุดจำหน่ายมาตรฐาน ประกอบด้วย ตัวเครื่อง Redmi Note 10S, Adapter สำหรับชาร์จแบตเตอรี่, สาย USB-C, เคสซิลิโคนใส, เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด และคู่มือการใช้งาน

 

Redmi Note 10S มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 6.43 นิ้ว แบบ AMOLED DotDisplay ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล บนอัตราส่วน 20:9 โดยเป็นหน้าจอลดแสงสีฟ้า และมีอัตรารีเฟรชที่ 60Hz ซึ่งสเปกส่วนนี้ ไม่ต่างจาก Redmi Note 10

 

ด้านบนตัวเครื่องเป็นกล้องด้านหน้า ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (F/2.45) เหนือกล้องเป็นลำโพงสนทนา ส่วนด้านล่างตัวเครื่อง เป็นปุ่มควบคุมการทำงานแบบ On-Screen ประกอบด้วย ปุ่ม Recent Apps, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ แต่สามารถเปลี่ยนเป็นการควบคุมแบบปัดได้ในหน้าการตั้งค่า

 

ด้านขวาตัวเครื่อง เป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power เปิด-ปิดตัวเครื่อง ที่ฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ด้านใน ซึ่งจากการทดสอบพบว่า สามารถสแกนปลดล็อกตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว

 

ถาดใส่ซิมการ์ดอยู่ที่ด้านซ้ายตัวเครื่อง ซึ่งเป็นถาดแบบ Triple Slot สามารถใส่ซิมการ์ดที่ 1, ซิมการ์ดที่ 2 และ microSD Card ได้พร้อมกัน

 

ด้านบนตัวเครื่องเป็นลำโพงเสียง ซึ่ง Redmi Note 10S รุ่นนี้ มีลำโพงเสียง 2 ตัวอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่องกับด้านล่างตัวเครื่อง ทำงานแบบแยกเสียงซ้าย-ขวา

ถัดมาเป็นพอร์ตอินฟราเรด ซึ่งจะทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน Mi Remote ที่มีอยู่ในตัวเครื่อง สำหรับควบคุมการสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจากระยะไกล อีกทั้งยังรองรับการใช้งานร่วมกับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ มากมาย ส่วนช่องที่อยู่ใกล้ ๆ กันนั้นคือ ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

 

ด้านล่างตัวเครื่อง เป็นลำโพงเสียงตัวที่สอง, พอร์ต USB-C, ไมโครโฟนหลักสำหรับสนทนา และช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

 

สำหรับ Redmi Note 10S รุ่นที่นำมารีวิวนี้ เป็นตัวเครื่องสีเทา Onyx Gray ซึ่งผิวสัมผัสฝาหลังมีลักษณะมันเงา แต่มีลูกเล่นในเรื่องของการเล่นสีแบบมิติตามมุมมองสะท้อนของแสง

ส่วนกล้องด้านหลังของ Redmi Note 10S เป็นกล้อง 4 ตัว (Quad Camera) ซึ่งประกอบด้วย

  • เลนส์ Wide ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (F/1.79), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.97", ขนาดพิกเซล 0.7μm
  • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F/2.2), มุมมองกว้าง 118 องศา
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4)
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4)

 

อินเทอร์เฟส และการใช้งานเบื้องต้น

Redmi Note 10S รุ่นที่นำมารีวิวนี้ มาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB, หน่วยความจำ ROM ขนาด 128 GB และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย MIUI 12.5.5

 

อินเทอร์เฟส MIUI 12.5.5 ถูกออกแบบให้มีความเรียบง่าย ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ซึ่งการปัดขึ้น จะเป็นหน้ารวมแอปพลิเคชันทั้งหมดที่มีในตัวเครื่อง สามารถเลือกดูตามหมวดหมู่ได้ที่เมนูด้านบน

 

สามารถเลือกเปลี่ยนภาพพื้นหลัง และ Widget ได้ตามสไตล์การใช้งาน รวมถึงตั้งค่าการใช้งานอื่นจากเมนูลัดได้

 

การปัดจากขอบจอด้านบนลงมา จะเป็นส่วนของการแจ้งเตือนทั้งหมด (Notification Center) และเมนูลัดสำหรับการเปิด-ปิดใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น Wi-Fi, ไฟฉาย, โหมดเงียบ, จับภาพหน้าจอ, Bluetooth, ปรับความสว่างหน้าจอ และอื่น ๆ

 

ปุ่ม Recent Apps จะแสดงแอปพลิเคชันที่เคยเปิดใช้งานมาแล้วทั้งหมด สามารถกดเลือกสลับแอปฯ ได้เลย นอกจากนี้ เมนูด้านบนยังมีทางลัดเข้าใช้งานฟังก์ชันตัวทำความสะอาด, สแกนความปลอดภัย, ทำความสะอาดเชิงลึก และจัดการแอปฯ

 

หน้าต่างลอย จะเป็นการย่อหน้าต่างแอปพลิเคชันให้มีขนาดที่เล็กลง และสามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่งได้อย่างอิสระ

 

รองรับฟีเจอร์ Always On Display ซึ่งจะมีการแสดงข้อมูลเวลา และเอฟเฟกต์การแจ้งเตือนเมื่อหน้าจออยู่ในโหมด Standby

 

รองรับโหมดมืด ด้วยการเปลี่ยนธีมให้เป็นสีทึบขึ้น ทำให้รู้สึกสบายตามากขึ้นเมื่อต้องใช้งานในที่แสงน้อย

 

โหมดการอ่าน จะเป็นการลดแสงสีน้ำเงินและเปลี่ยนหน้าจอให้เป็นสีโทนอุ่น ซึ่งมีให้เลือก 2 โหมดคือ คลาสสิค และ กระดาษ

 

สำหรับปุ่มควบคุมการทำงาน จะมีให้เลือก 2 แบบ คือ ปุ่มกดแบบเสมือน และใช้ท่าทางในการควบคุม

 

ในด้านความปลอดภัยและการปลดล็อกตัวเครื่อง Redmi Note 10S รองรับทั้งการสแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง (ปุ่ม Power) และ AI Face Unlock สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อก

 

มีโหมดประหยัดแบตเตอรี่ และโหมดประหยัดแบตเตอรี่ขั้นสูง ซึ่งการเปิดโหมดเหล่านี้ จะเป็นการปิดการใช้งานฟีเจอร์บางอย่างเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม

 

รองรับแอปโคลน ทำให้สามารถใช้งาน 2 บัญชีได้พร้อมกันโดยไม่จำเป็นต้องสลับบัญชีไปมา

 

สำหรับเมนูคุณสมบัติพิเศษ จะประกอบด้วย Game Turbo, กล่องเครื่องมือวิดีโอ, หน้าต่างลอย, พื้นที่ทับซ้อน และโหมดง่าย

 

Game Turbo เป็นฟีเจอร์ที่ทำหน้าที่จัดการทรัพยากรภายในตัวเครื่อง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเล่นเกมนั่นเอง โดยผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้จากมุมซ้ายบน ซึ่งมีเมนูลัดมากมายให้ใช้งาน เช่น เคลียร์ RAM, ถ่ายภาพ Screenshot, บันทึกวิดีโอการเล่น, สลับการใช้งาน Wi-Fi และอื่น ๆ ที่สามารถตั้งค่าได้จากส่วนนี้โดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา รวมถึงสามารถเปิดแอปฯ อื่นขึ้นมาเป็นหน้าต่างลอยได้

 

Redmi Note 10S รุ่นที่นำมาทดสอบนี้ มาพร้อมกับชิปประมวลผล MediaTek Helio G95 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.05 GHz, ชิปประมวลผลภาพกราฟิก ARM Mali-G76 MC4, หน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB และหน่วยความจำ ROM ขนาด 128 GB ซึ่งตอบโจทย์การเล่นเกมได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

และจากการทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile, Genshin Impact และ Mobile Legends พบว่า ตอบสนองการเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล สามารถเปิดโหมดที่มีเฟรมเรดสูงได้ แต่ทั้งนี้ ตัวเครื่องจะมีการสะสมความร้อนบ้างเมื่อใช้งานไประยะหนึ่ง โดยรวมแล้วถือว่า เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ตอบสนองการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี คุ้มค่ากับราคาค่าตัว

 

ทดสอบประสิทธิภาพด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนทดสอบได้ 502 คะแนน (Single-Core) และ 1,679 คะแนน (Multi-Core) ส่วนโปรแกรม PCMark ในชุดทดสอบ Work 3.0 Performance ได้ 8,307 คะแนน

 

ส่วนระบบ GPS พบว่าจับสัญญาณดาวเทียมได้ทั้งหมด 52 ดวง ทั้งนี้ คุณภาพของสัญญาณดาวเทียม GPS ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพอากาศด้วยเช่นกัน

 

กล้องถ่ายรูป

กล้องด้านหลังของ Redmi Note 10S มีทั้งหมด 4 ตัว ได้แก่ เลนส์ Wide, เลนส์ Ultra Wide, เลนส์ Macro และเลนส์ Depth ซึ่งความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 64 ล้านพิกเซล โดยมีโหมดถ่ายรูปให้เลือกมากมาย สามารถเลือกระยะถ่ายภาพได้ 3 ระยะ ได้แก่ 0.6x (Ultra Wide), 1x (Wide) และ 2x (Zoom) ซึ่งสามารถเลือกระยะซูมแบบ Digital ได้สูงสุด 10x

นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกขนาดของภาพถ่าย (1:1, 3:4, 9:6, Full), ตั้งเวลาถ่าย (3S, 5S, 10S), แสดงตาราง, ปรับเบลอ หรือเปลี่ยนเป็นโหมดถ่ายภาพมาโครได้เช่นกัน

 

โหมดโปร สามารถเลือกปรับ White Balance, ระยะโฟกัส, รูรับแสง, ISO, ชดเชยแสง (EV) และเลือกเลนส์ถ่ายได้ 3 แบบ (Macro, Ultra Wide, Wide)

 

นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่ากล้องได้อีกมากมาย เช่น ใส่ลายน้ำ, เปิดแก้ไขความผิดเพี้ยนของภาพมุมกว้าง, จัดเก็บข้อมูลตำแหน่งพิกัด, เปิด-ปิดเสียงชัตเตอร์ และอื่น ๆ

 

สำหรับกล้องด้านหน้า มีความละเอียดอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล (F/2.45) พร้อมฟีเจอร์ AI Beautify ปรับใบหน้าได้ 3 แบบ ได้แก่ ผิวเนียน, หน้าเรียว และตาโต ได้สูงสุด 100 ระดับ รวมถึงเลือกฟิลเตอร์ให้กับภาพถ่ายได้หลายรูปแบบ

 

โหมด AI Portrait Mode สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอ สามารถปรับความเบลอของฉากหลังได้ (F/1.0 - F/16), ปรับความเนียนของผิว และเลือกใส่ฟิลเตอร์ได้ตามใจชอบ

 

โดยโหมด AI Portrait Mode สามารถเลือกแก้ไขความเบลอของฉากหลังได้ในภายหลัง และใส่เอฟเฟกต์แบบสตูดิโอได้หลายรูปแบบ (เวที, ภาพยนตร์, รุ้ง, มู่ลี่, คลื่น, ใบไม้)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมดรูปถ่าย

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมดรูปถ่าย

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า โหมด AI Portrait ปรับความเบลอฉากหลังที่ F/1.0

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมด Macro

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง โหมด Macro

 

บทสรุปการใช้งาน

สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีราคาต่ำกว่าหมื่น ปฏิเสธไม่ได้ว่า Redmi Note 10S ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าซื้ออีกรุ่นหนึ่ง ชูจุดเด่นในเรื่องของกล้องหลัก ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ครบทุกระยะเลนส์ ไม่ว่าจะเป็น เลนส์ Wide, เลนส์ Ultra Wide, เลนส์ Macro และเลนส์ Depth พร้อมเทคโนโลยี AI ช่วยประมวลผลทำให้ได้ภาพถ่ายที่มีสีสันสมจริง และโหมดถ่ายภาพให้เลือกใช้มากมาย ซึ่งกล้องด้านหลังของ Redmi Note 10S อัปเกรดจากรุ่น Redmi Note 10 ที่มีความละเอียดอยู่ที่ 48 ล้านพิกเซล

หน้าจอแสดงผลเป็นหน้าจอแบบ AMOLED DotDisplay ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล บนอัตราส่วน 20:9 มีฟีเจอร์ตัดแสงสีฟ้าและถนอมสายตาเมื่อใช้งานในที่แสงน้อย อีกทั้งยังรองรับฟีเจอร์ Always On Display แสดงข้อมูลเวลา และเอฟเฟกต์การแจ้งเตือนเมื่อหน้าจออยู่ในโหมด Standby

ด้านดีไซน์ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่จับถนัดมือ รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power ด้านข้างตัวเครื่อง ปลดล็อกตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว ส่วนผิวสัมผัสด้านหลังตัวเครื่องมีความมันเงา ค่อนข้างลื่น ทำให้ติดรอยนิ้วมือได้ง่าย ซึ่งการใส่เคสจะช่วยแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้

สำหรับการประมวลผล Redmi Note 10S รุ่นนี้ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Helio G95 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.05 GHz, ชิปประมวลผลภาพกราฟิก ARM Mali-G76 MC4, หน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB และหน่วยความจำ ROM ขนาด 128 GB รองรับ microSD Card อีกทั้งยังรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด พร้อมแบตเตอรี่ขนาดความจุมากถึง 5,000 mAh รองรับระบบชาร์จเร็วขนาด 33W ชาร์จเต็ม 100% ได้รวดเร็วทันใจ อีกทั้งยังมี Adapter แถมมาให้ในชุดจำหน่ายมาตรฐานแล้ว ไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่ม

และจากรีวิวข้างต้น คงสรุปได้ว่า Redmi Note 10S เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นคุ้มค่า ตอบโจทย์การทำงานได้หลากหลาย ซึ่ง Redmi Note 10S รุ่นที่วางจำหน่ายในไทยนั้น เป็นรุ่นความจุ 8 GB + 128 GB ราคา 7,499 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Onyx Gray, Pebble White และ Ocean Blue วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคมเป็นต้นไป ที่ Mi Store ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์

 

จุดเด่นของ Redmi Note 10S

  • รองรับคุณสมบัติในการกันละอองน้ำและฝุ่นระดับ IP53
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.43 นิ้ว แบบ AMOLED DotDisplay ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล บนอัตราส่วน 20:9 และหน้าจอลดแสงสีฟ้า
  • ชิปประมวลผล MediaTek Helio G95 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.05 GHz
  • ชิปประมวลผลภาพกราฟิก ARM Mali-G76 MC4
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 6 GB หรือ 8 GB แบบ LPDDR4X
  • หน่วยความจำ ROM ขนาด 64 GB หรือ 128 GB แบบ UFS 2.2
  • กล้องด้านหน้า ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (F/2.45)
  • กล้องด้านหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วย
    • เลนส์ Wide ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (F/1.79), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.97", ขนาดพิกเซล 0.7μm
    • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F/2.2), มุมมองกว้าง 118 องศา
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4)
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (F/2.4)
    • โหมดถ่ายภาพ Night Mode, AI Beautify, AI Portrait Mode
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง
  • รองรับ AI Face Unlock สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อก
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
  • รองรับ Wi-Fi 2.4GHz/5GHz, 4G LTE และ Bluetooth 5.0
  • ลำโพงเสียงคู่ และรองรับช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh รองรับระบบชาร์จเร็วขนาด 33W
  • รองรับฟีเจอร์ Always On Display
  • รองรับโหมดมืด ด้วยการเปลี่ยนธีมให้เป็นสีทึบขึ้น ทำให้รู้สึกสบายตามากขึ้นเมื่อต้องใช้งานในที่แสงน้อย
  • รองรับฟีเจอร์ Game Turbo สำหรับจัดการทรัพยากรภายในตัวเครื่อง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเล่นเกม
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ MIUI 12.5.5 ที่มีพื้นฐานอยู่บน Android 11

 

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังแถมมาให้ในชุดจำหน่ายมาตรฐาน
  • ไม่รองรับเครือข่าย 5G
  • ไม่มีเลนส์ Telephoto

 

ข้อควรทราบ : เครื่อง Redmi Note 10S ในบทความรีวิวนี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบเท่านั้น คุณสมบัติบางอย่างอาจยังไม่สมบูรณ์ 100% และอาจไม่ตรงกับตัวเครื่องที่วางจำหน่ายจริง

 

 

------------------------------------

บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

Update : 27/05/2021

Redmi Note 10S