หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[รีวิว] OPPO Yoyo สมาร์ทโฟน 2 ซิมการ์ด ในราคาย่อมเยา พร้อมฟีเจอร์ใหม่ Hotknot ถ่ายโอนข้อมูลได้ง่ายๆ เพียงนำหน้าจอมาสัมผัสกัน

ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า หลายค่ายดัง ต่างเปิดตัว สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง ออกมาแข่งขันกันอย่างมากมาย ทั้ง Samsung Galaxy S5, HTC One M8 หรือล่าสุดกับ LG G3 ซึ่งทั้ง 3 รุ่นนี้ มาพร้อมกับสเปคแบบจัดเต็ม แต่ก็แลกมาด้วย ราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้ สมาร์ทโฟนระดับกลาง และระดับล่าง เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีกำลังซื้อไม่มากนัก ซึ่งทาง OPPO เอง ถือว่า เป็นอีกแบรนด์หนึ่ง ที่มี สมาร์ทโฟน ให้เลือกหลายระดับราคา เรียกได้ว่า มีเงินไม่ถึงหมื่น ก็สามารถเป็นเจ้าของ สมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานทุกรูปแบบเช่นกัน โดยสมาร์ทโฟนจาก ออปโป้ ที่ทางทีมงาน techmoblog จะมาแนะนำกันในวันนี้ ก็คือ OPPO Yoyo สมาร์ทโฟนระดับกลาง ราคาย่อมเยา เพียง 6,990 บาท ซึ่งวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปแล้ว ในงาน Thailand Mobile Expo 2014 Hi-End เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มาดูกันครับว่า นอกจากความสามารถในการรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแล้ว OPPO Yoyo รุ่นนี้ จะมีความน่าสนใจอะไรอีกบ้าง กับบทความ รีวิว OPPO Yoyo โดยทีมงาน techmoblog ครับ

สเปค OPPO Yoyo

    SPONSORED

- จอแสดงผลกว้าง 4.7 นิ้ว แบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 960 x 540 พิกเซล (240 ppi)
- หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Cortex-A7 Processor (MT6582 chipset) ความเร็ว 1.3 GHz
- หน่วยประมวลผลภาพ Mali-400MP GPU
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 1 GB
- หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 4 GB รองรับ microSD card สูงสุด 32 GB
- รันระบบปฏิบัติการ Color OS ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บน Android 4.2.2 (Jelly Bean)
- กล้องด้านหน้า ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้องด้านหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
- แบตเตอรี่ขนาด 1900 mAh

>> สเปค OPPO Yoyo อย่างละเอียด คลิกที่นี่

รีวิว OPPO Yoyo : ดีไซน์ และการออกแบบ

OPPO Yoyo มาพร้อมหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว แบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 960 x 540 พิกเซล (240 ppi) ซึ่งถือว่า เป็นขนาดกลางๆ ครับ ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป

ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ลำโพงสำหรับสนทนา, Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้, Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน และกล้องด้านหน้า ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ด้านล่างของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ปุ่มควบคุมการทำงานแบบสัมผัส 3 ปุ่มหลัก ได้แก่ ปุ่มเมนู, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ (Back)

ด้านขวาของตัวเครื่อง เป็น ปุ่มปรับระดับเสียง ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อคหน้าจอแสดงผล

ด้านบนของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านล่างของตัวเครื่อง ประกอบด้วย รูไมโครโฟน, พอร์ต microUSB 2.0 และช่องสำหรับแกะฝาหลังตัวเครื่อง

สำหรับฝาหลังตัวเครื่อง จะเป็นพลาสติกสีขาว ผิวเรียบ ประกอบด้วย กล้องด้านหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED ส่วนด้านล่าง เป็นลำโพงเสียงครับ

OPPO Yoyo รุ่นนี้ สามารถแกะฝาหลัง เพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ และรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดภายในเครื่องเดียว โดยซิมการ์ดที่ 1 จะเป็นซิมการ์ดแบบ miniSIM ส่วนซิมการ์ดที่ 2 จะเป็น microSIM และแบตเตอรี่มีความจุอยู่ที่ 1900 mAh

รีวิว OPPO Yoyo : อินเทอร์เฟส และการใช้งานเบื้องต้น

OPPO Yoyo มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชัน 1.2 ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 (Jelly Bean) ฉะนั้น การใช้งานจะคล้ายกับ มือถือแอนดรอยด์ รุ่นอื่นๆ เพียงแต่ปรับแต่งอินเทอร์เฟสให้เป็นสไตล์ของ OPPO โดยการปัดไปด้านซ้ายหรือขวา เป็นการปลดล็อคตัวเครื่อง ส่วนการกดปุ่ม Power ค้างไว้ จะปรากฏเมนูลัดขึ้นมา ประกอบด้วย ปิดเครื่อง, รีสตาร์ท, ปิดเสียง, เปิดระบบสั่น หรือเปิด Airplane Mode

ในส่วนของหน้า Homescreen นั้น ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการใช้งานได้ตามใจชอบ ทั้งวอลเปเปอร์, ธีม หรือเลือกแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบ่อยมาสร้างเป็น shortcut โดยรองรับทั้งหมด 9 หน้าด้วยกัน

และเมื่อเลื่อนไปทางด้านขวาจนสุด จะพบกับ โหมดถ่ายภาพด่วน หรือ Photo Space โดยสามารถเข้าสู่โหมดกล้องเพื่อถ่ายภาพได้ทันที ซึ่งภาพที่แสดงนั้น จะเป็นแบบไทม์ไลน์ เรียงตามวัน และเวลาที่ถ่ายภาพ นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าสู่ แอพพลิเคชั่นกล้อง, คลังภาพ (Gallery), หน้าแอพพลิเคชั่นรวม รวมถึงการเข้าสู่โหมดการถ่ายคลิปวีดีโอ และบันทึกเสียง ได้จากส่วนนี้เช่นกัน โดย Photo Space ไม่สามารถลบออกจากหน้า Homescreen ได้

Notification center หรือแถบการแจ้งเตือน สามารถเลือกตั้งค่า เมนูลัด ที่ใช้งานบ่อย ได้จากส่วนของ การตั้งค่า นอกจากนี้ ยังสามารถปรับความสว่างของหน้าจอ และเข้าสู่ แอพพลิเคชั่น การตั้งค่า (Settings) ได้จากส่วนนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

การกดปุ่ม Home 2 ครั้ง เป็นการเข้าสู่เมนู Task manager เพื่อสลับใช้งานเป็นแอพพลิเคชั่นอื่น (Multitasking) หรือปิดแอพพลิเคชั่นที่ไม่ใช้งาน เพื่อเป็นการเพิ่มหน่วยความจำ RAM ให้กับตัวเครื่อง

ส่วนการกดปุ่มเมนู 1 ครั้ง จะเข้าสู่เมนูการปรับแต่งการใช้งานต่างๆ ทั้ง Widget, วอลเปเปอร์, เอฟเฟกต์ และธีม

มากันที่หน้า แอพพลิเคชั่นรวม บน OPPO Yoyo กันบ้างครับ ซึ่งจากภาพจะเห็นได้ว่า ประกอบด้วย แอพพลิเคชั่นพื้นฐานครบครันเลยทีเดียว รวมไปถึงบริการต่างๆ จากกูเกิล แต่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลด แอพพลิเคชั่นอื่น เพิ่มเติมได้จาก Play Store

โหมดการใช้งานโทรศัพท์ สามารถเลือกได้ว่า จะโทรออกด้วยซิมการ์ดที่ 1 หรือ 2 นอกจากนี้ ยังสามารถบล็อกเบอร์โทรศัพท์ได้จากส่วนนี้ด้วยเช่นกัน

และเพื่อป้องกันความสับสนของการใช้งานแต่ละซิมการ์ด ผู้ใช้สามารถเข้าไป จัดการซิมการ์ด ได้ที่ Settings โดยสามารถแก้ไขชื่อซิมการ์ดให้จดจำได้ง่าย หรือตั้งค่าการเชื่อมต่อเครือข่าย 3G ของแต่ละซิมการ์ดได้อีกด้วย

ในส่วนของข้อความนั้น แต่ละข้อความจะมีข้อมูลระบุว่า ส่งเข้าซิมการ์ดที่ 1 หรือ 2 และการตอบกลับ สามารถระบุซิมการ์ดได้เช่นกันครับ

แอพพลิเคชั่น นาฬิกา รองรับการใช้งานได้ 4 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ เป็นนาฬิกาปลุก, ดูเวลาโลก, นับถอยหลัง หรือเป็นนาฬิกาจับเวลาในตัว

Notes แอพพลิเคชั่นสำหรับบันทึกแบบย่อ รองรับการพิมพ์ภาษาไทยเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ยังสามารถแทรกภาพถ่าย หรือวาดรูปลงไปได้ด้วยเช่นกัน

เครื่องเล่นเพลงบน OPPO Yoyo ถือว่า มีการออกแบบที่ไม่เหมือนใครครับ โดยจะมีลักษณะเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียง ถ้าต้องการเล่นเพลง ก็ลากเข็มไปไว้บนแผ่นเสียง ส่วนการลากเข็มออกจากแผ่นเสียง ก็คือการปิดเพลง

สำหรับ เบราว์เซอร์ บน OPPO Yoyo นั้น เป็น Google Chrome ครับ ซึ่งรองรับการใช้งานทั้งแนวตั้ง และแนวนอน และรองรับการแสดงผลภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบ แต่ถ้าหาก Chrome ยังไม่ใช่ เบราว์เซอร์ ถูกใจ สามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้จาก Play Store

คลิปวีดีโอไหนเด็ด หรือกำลังได้รับความนิยม เปิด YouTube ชมกันได้เลย โดย OPPO Yoyo นั้น มาพร้อมกับหน้าจอกว้างถึง 4.7 นิ้ว รับประกันได้เลยว่า สามารถชมคลิปได้อย่างเต็มตาแน่นอน

OPPO Yoyo นั้นมาพร้อมกับระบบ GPS และ A-GPS ในตัว สามารถใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นประเภท นำทาง ได้ทันที รวมถึงแอพพลิเคชั่นยอดนิยมอย่าง Google Maps ก็สามารถใช้งานบน OPPO Yoyo ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนเครื่องคิดเลข และเครื่องบันทึกเสียง ก็มีให้ใช้งานบน OPPO Yoyo ด้วยเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเพิ่ม

รวมไปถึง วิทยุ FM ด้วย ซึ่งผู้ใช้จำเป็นต้องเสียบหูฟังเสียก่อน จึงจะเริ่มใช้งานได้

แต่ถ้าหากแอพพลิเคชั่นที่ให้มาในตัวเครื่อง ยังไม่เพียงพอต่อการใช้งาน สามารถดาวน์โหลดเพิ่มกันได้ที่ Play Store ครับ

ทดสอบการเล่นเกมกันบ้างครับ โดย OPPO Yoyo มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Cortex-A7 Processor (MT6582 chipset) ความเร็ว 1.3 GHz และหน่วยความจำ RAM ขนาด 1 GB สามารถเล่นเกมได้อย่างสบายๆ ไม่กระตุก และหน้าจอขนาดใหญ่ ทำให้มีพื้นที่ในการสัมผัสเพิ่มมากขึ้น

ปิดท้ายที่การทดสอบ Benchmark บน OPPO Yoyo โดยผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Quadrant วัดความเร็วในการทำงานของ CPU และกราฟฟิค อยู่ที่ 6922 คะแนน ส่วน AnTuTu ทดสอบ CPU, 2D & 3D graphics, SD card และ Database อยู่ที่ 17631 คะแนน

และระบบมัลติทัช รองรับที่ 3 จุดครับ

รีวิว OPPO Yoyo : แอพพลิเคชั่นแนะนำจาก ออปโป้

เช่นเดียวกับ มือถือออปโป้ รุ่นอื่นๆ OPPO Yoyo มาพร้อมกับฟีเจอร์ Multi Finger Gesture หรือการใช้ท่าทางและการเคลื่อนไหว โดยสามารถกำหนดท่าทางได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

• พลิกเพื่อปิดเสียง
• รับสายผ่านเซ็นเซอร์
• โหมด Answer Calls เมื่อมีสายเรียกเข้า ให้โบกมือผ่านหน้าจอ เพื่อทำการรับสายด้วยการเปิด speaker phone
• ยกโทรศัพท์เข้าใกล้หู เพื่อเปลี่ยนเป็นโหมดหูฟัง
• จีบหลายนิ้วเข้าหากันเพื่อเปิดกล้อง
• ป้องกันการสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ
• เลื่อน 3 นิ้วขึ้นลง เพื่อทำการจับภาพหน้าจอ (capture)
• เมื่อใช้งานในส่วนของ Photo, eBook หรือเบราว์เซอร์ สามารถใช้การเคลื่อนไหวแบบ Air Gesture เพื่อทำการเปลี่ยนหน้าได้
• สามารถใช้การเคลื่อนไหวแบบ Air Gesture เพื่อเปลี่ยนหน้าจอ เมื่ออยู่ในหน้า Homescreen

โดยการกำหนดท่าทางและการเคลื่อนไหวเหล่านี้ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเปิดการใช้งานทั้งหมดก็ได้ แต่ให้เลือกฟีเจอร์ที่คิดว่า น่าจะสะดวกต่อการใช้งานจะดีกว่าครับ

Gesture panel หรือการเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ด้วยท่าทาง เช่น เปิดใช้งานกล้องดิจิตอล ให้วาดเป็นรูปตัว O หรือเปิดใช้งานไฟฉาย ให้วาดเป็นรูปตัว V ซึ่งสามารถทำได้แม้ว่าหน้าจอจะดับอยู่

ตัวจัดการไฟล์ เป็นการจัดระเบียบให้กับตัวเครื่อง เนื่องจาก OPPO Yoyo มีหน่วยความจำภายในตัวเครื่องแค่ 4 GB และสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD card ได้สูงสุดแค่ 32 GB ฉะนั้น ผู้ใช้จำเป็นต้องบริหารพื้นที่ เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน

แบ็คอัพ แอพพลิเคชั่นสำหรับแบ็คอัพข้อมูลทั้งหมดบนสมาร์ทโฟน

ตรวจสอบเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการที่ใช้ว่าอัพเดทแล้วหรือไม่ ได้ที่ อัพเดทระบบ

ไม่อยากรับสายแปลกๆ, เบอร์ขายประกัน, ข้อความขยะ หรือตั้งแบล็คลิส เข้าไปที่แอพพลิเคชั่น บล็อค

นอกจากธีมที่มีให้เลือกในตัวเครื่องแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเลือก ธีมแบบออนไลน์ และเปลี่ยนลูกเล่นการปลดล็อค หรือวอลเปเปอร์ ได้ด้วยเช่นกัน

O-Cloud เป็นแอพพลิเคชั่นสำรองข้อมูล (backup) บนกลุ่มเมฆ (cloud) โดยสามารถสำรองข้อมูลได้ทั้ง รายชื่อผู้ติดต่อ และ SMS ซึ่งถือว่า มีความปลอดภัยสูง

แอพพลิเคชั่น จัดการแบตเตอรี่ จะเป็นการบอกสถานะของแบตเตอรี่ว่า เหลือกี่เปอร์เซ็นต์ สามารถใช้งานได้นานกี่ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีโหมด ประหยัดแบตเตอรี่ และโหมดแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่ตำกว่า 40%

แอพพลิเคชั่น ข้อมูลการใช้งาน เป็นการกำหนด data การใช้งานอินเทอร์เน็ตในแต่ละเดือน ซึ่งผู้ใช้สามารถกำหนดได้ว่า สามารถใช้งานได้ทั้งหมด กี่ MB / GB ต่อเดือน พร้อมกับการแจ้งเตือน เมื่อมีการใช้งานเฉลี่ยต่อวันมากเกินไป นอกจากนี้ ยังสามารถดูข้อมูลการใช้งาน Wi-Fi ได้อีกด้วย

OPPO Yoyo ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ ที่มีชื่อว่า Hotknot ทางเลือกใหม่ของการถ่ายโอนข้อมูล เพียงแค่นำหน้าจอมาสัมผัสกัน ก็สามารถโอนข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ, เพลง, วีดีโอ และอื่นๆ ไปยังสมาร์ทโฟนอีกเครื่องได้อย่างง่ายดาย

รีวิว OPPO Yoyo : ทดสอบกล้องด้านหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

มาทดสอบด้านการถ่ายรูปบน OPPO Yoyo กันบ้างครับ โดย OPPO Yoyo มาพร้อมกล้องด้านหน้า ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED นอกจากนี้ ยังมีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โหมดปกติ, HDR, Panorama, Beauty หรือโหมดหน้าสวย, ScanPaste, Audio โหมดถ่ายรูปพร้อมเสียง สามารถบันทึกเสียงได้นาน 10 วินาที และ GIF Animation ฟังก์ชันถ่ายภาพนิ่งต่อเนื่อง 10 ภาพ แล้วนำมาเรียงต่อกันเป็นภาพเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งค่าในโหมดอื่นๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็น สมดุลสีขาว (White Balance), เลือกความละเอียดภาพถ่าย, โหมดวีดีโอ, แตะหน้าจอเพื่อถ่ายภาพ, ตั้งเวลาถ่ายภาพ, Voice Beauty สั่งถ่ายภาพด้วยเสียง ส่วนไฟแฟลช ตั้งค่าได้ 4 แบบด้วยกัน ได้แก่ เปิด, ปิด, อัตโนมัติ และเติมแสง

มาดูตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องบน OPPO Yoyo กันครับ (คลิกที่ภาพเพื่อขยายขนาดเต็ม แบบไม่ผ่านการตกแต่งใดๆ)

บทสรุปการใช้งาน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับบทความ รีวิว OPPO Yoyo สมาร์ทโฟนระดับกลาง ในราคาย่อมเยา เพียง 6,990 บาท ที่อัดแน่นด้วยคุณสมบัติอย่างมากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาดใหญ่ 4.7 นิ้ว, หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor และกล้องดิจิตอลตัวหลักด้านหลังตัวเครื่อง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันการถ่ายรูปมากมาย รวมไปถึงโหมด Beauty เอาใจสาวๆ อีกด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น OPPO Yoyo ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ ที่มีชื่อว่า Hotknot ทางเลือกใหม่ของการถ่ายโอนข้อมูล เพียงแค่นำหน้าจอมาสัมผัสกัน ก็สามารถโอนข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ, เพลง, วีดีโอ และอื่นๆ ไปยังสมาร์ทโฟนอีกเครื่องได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Multi Finger Gesture หรือการใช้ท่าทางและการเคลื่อนไหว สามารถกำหนดท่าทางการใช้งานได้หลากหลาย สะดวกไปอีกแบบ เรียกได้ว่า OPPO Yoyo รุ่นนี้ ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานทั่วไป, การเล่นเกม, ฟังเพลง และสังคมออนไลน์ต่างๆ ในราคาเพียง 6,990 บาทเท่านั้น สามารถสัมผัส และทดลองใช้งานกันได้ ที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านครับ

จุดเด่นของ OPPO Yoyo

• จอแสดงผลกว้าง 4.7 นิ้ว แบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 960 x 540 พิกเซล (240 ppi)
• หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Cortex-A7 Processor (MT6582 chipset) ความเร็ว 1.3 GHz
• หน่วยความจำ RAM ขนาด 1 GB
• รองรับหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD card สูงสุด 32 GB
• กล้องด้านหน้า ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
• กล้องด้านหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED
• รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดภายในเครื่องเดียว
• ฟีเจอร์ Hotknot ทางเลือกใหม่ของการถ่ายโอนข้อมูล เพียงแค่นำหน้าจอมาสัมผัสกัน ก็สามารถโอนข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ, เพลง, วีดีโอ และอื่นๆ ไปยังสมาร์ทโฟนอีกเครื่องได้อย่างง่ายดาย
• ฟีเจอร์ Multi Finger Gesture หรือการใช้ท่าทางและการเคลื่อนไหว สามารถกำหนดท่าทางการใช้งานได้หลากหลาย
• GIF Animation ฟังก์ชันถ่ายภาพนิ่งต่อเนื่อง 10 ภาพ แล้วนำมาเรียงต่อกันเป็นภาพเคลื่อนไหว
• โหมดการถ่ายภาพแบบ Audio Photo ฟังก์ชันการถ่ายรูปพร้อมเสียง บันทึกได้นาน 10 วินาที
• รองรับวิทยุ FM ในตัว
• รองรับเครือข่าย 3G ทุกคลื่นความถี่ (850/900/2100 MHz)

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

• ฝาหลังทำมาจากพลาสติก ที่เคลือบสีขาวไว้อีกชั้น แต่ถ้าหากมีการขีดข่วนที่รุนแรง จะทำให้สีหลุดลอกได้
• หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง มีเพียง 4 GB เท่านั้น ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน จำเป็นต้องอาศัยหน่วยความจำเสริมภายนอก

ข้อควรทราบ: “เครื่อง OPPO Yoyo ที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทาง ออปโป้ เท่านั้น ยังไม่ใช่เครื่องที่วางจำหน่ายจริงแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นตัวเครื่อง หรือฟังก์ชันการทำงานบางอย่างอาจจะยังไม่สมบูรณ์ 100% เหมือนกับเครื่องที่วางจำหน่ายจริง”

 

 

---------------------------------------
บทความรีวิวโดย: techmoblog.com

Update : 26/03/2015

    Promotion มือถือ แนะนำ

OPPO Yoyo

ข่าวอัพเดทล่าสุด