หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

พาทัวร์งาน Future Now จาก Microsoft โชว์วิสัยทัศน์ด้านปัญญาประดิษฐ์และทิศทางการขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค AI แบบเต็มตัว ภายใต้แนวคิด AI for Thais

เป็นอีกหนึ่งงานสัมมนาครั้งใหญ่ที่น่าสนใจส่งท้ายปี 2018 นี้เลยว่าได้ สำหรับงาน Future Now ครั้งแรกในประเทศไทยจากยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ภายใต้คอนเซ็ปต์ AI for Thais กับการแสดงวิสัยทัศน์ด้านบทบาทของ AI ในสังคมไทย ซึ่งงานสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงแรม The Athenee Hotel ถนนวิทยุ เมื่อวันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2018 ที่ผ่านมา

(จากซ้ายไปขวา) ดร. พญ. พิจิกา วัชราภิชาต, คุณเพิ่มพงศ์ เอี้ยวบันดาลสุข และ คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์

สำหรับงานสัมมนา Future Now ในครั้งนี้ นอกจากจะมีผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรต่าง ๆ นำโดย คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาเล่าถึงประสบการณ์เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้ต่อยอดกับธุรกิจและองค์กรแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก ดร. พญ. พิจิกา วัชราภิชาต หรือคุณหมอ AI ซึ่งเป็นนักวิจัยคนไทยเพียงคนเดียวจากสถาบัน Microsoft Research Cambridge ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มาให้ความรู้และการนำ AI ไปประยุกต์ใช้กับระบบการแพทย์ด้วยเช่นกัน

โดยงานนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีด้าน AI นั้น ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านไอทีเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านเราที่ได้ชื่อว่า เป็นประเทศแห่งเกษตรกรรม ก็ได้มีการนำเทคโนโลยี AI มาผสมผสานกับการทำงานในปัจจุบัน ที่นอกจากจะช่วยลดเวลา, ลดค่าใช้จ่าย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยี AI ไม่ได้เข้ามาเพื่อแย่งงานของมนุษย์ แม้จะมาแทนที่การทำงานแบบเดิม ๆ แต่จะเป็นการสร้างงานรูปแบบใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นนั่นเอง

ส่วนเทคโนโลยี AI จะมีบทบาทสำคัญอย่างไรบ้างในสังคมไทย ทีมงานจะมาสรุปใจความสำคัญให้ได้รับชมกัน มาดูกันเลยดีกว่า

 

เทคโนโลยี AI กับภาคการเกษตร

คุณเพิ่มพงศ์ เอี้ยวบันดาลสุข กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งบริษัท บลูโอเชี่ยน เทคโนโลยี จำกัด

เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ในงานที่มีผู้ให้ความสนใจไม่น้อย กับการจัดแสดงโซลูชั่นของบริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติไทย อย่าง บริษัท บลูโอเชี่ยน เทคโนโลยี จำกัด ที่ได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้กับภาคการเกษตร กับการนำ VRSIM มาผสมกับเทคโนโลยี VR และ Machine Learning แล้วนำไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับฝึกสอนผู้ควบคุมเครื่องจักรทางการเกษตรมือใหม่

โดยสาเหตุที่ทาง บลูโอเชี่ยน เทคโนโลยี เลือกใช้กับการเก็บเกี่ยวอ้อยเป็นอย่างแรก เป็นเพราะว่ากว่าที่พนักงานขับรถตัดอ้อยจะทำงานได้อย่างเชี่ยวชาญ จะต้องกินเวลานานถึง 3 ปีเต็ม และจะต้องเกิดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุดเนื่องจากอ้อยใช้เวลาในการเติบโตนานเกือบ 1 ปี ซึ่งเครื่องมือที่ทาง บลูโอเชี่ยน เทคโนโลยี ได้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยนั้น เป็นการจำลองสถานการณ์ให้พนักงานขับรถมือใหม่ได้ฝึกฝนและเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่เหมือนจริง และสามารถฝึกฝนได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องรอถึงฤดูเก็บเกี่ยว ถือว่า เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่นำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์และสามารถใช้งานได้จริงในปัจจุบัน

 

เทคโนโลยี AI กับด้านการแพทย์

สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี AI ไปใช้กับด้านการแพทย์นั้น ถือว่ามีมานานพอสมควรแล้ว โดยในงานนี้ได้ ดร. พญ. พิจิกา วัชราภิชาต หรือ คุณหมอ AI ซึ่งเป็นนักวิจัยคนไทยเพียงคนเดียวของสถาบัน Microsoft Research Cambridge ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มาช่วยขยายความให้เห็นความสำคัญของ AI กับการแพทย์ โดยได้ยกตัวอย่างให้เห็นถึงประโยชน์ของ AI และ Machine Learning ที่สามารถเปลี่ยนแปลงแนวทางการรักษาโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • การค้นหารหัสพันธุกรรมของมนุษย์ ที่ช่วยทำให้คนไข้ทราบโรคภัยไข้เจ็บที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในอนาคต เช่น โรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน โดยใช้รหัสพันธุกรรมเป็นตัวบ่งชี้ เพื่อให้คนไข้คนดังกล่าวสามารถรับมือป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่าง ๆ นั้นได้
  • การคิดค้นยารักษาโรค โดยไม่จำเป็นต้องใช้สัตว์ทดลอง
  • สามารถใช้ AI ในการสแกนสมองของผู้ป่วยเพื่อค้นหาตำแหน่งของมะเร็งสมอง ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการทำงานของแพทย์ ที่ปกติต้องใช้เวลาในการดูภาพสแกนนานถึง 1 ชั่วโมง แต่ AI และ Machine Learning สามารถทำได้ในเวลาแค่ไม่กี่นาที

นอกจากนี้ ดร. พญ. พิจิกา หรือคุณหมอมายด์ ยังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับ AI ด้วยว่า แม้ AI จะสามารถทำงานในหลาย ๆ ด้านได้แม่นยำกว่ามนุษย์ แต่ AI ไม่มีถูกสร้างมาเพื่อแทนที่ผู้เชี่ยวชาญ หรือเข้ามาแย่งงานมนุษย์ แต่ถูกสร้างมาเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม

นอกเหนือจาก 2 โปรเจ็คใหญ่ ๆ ข้างต้นแล้ว ในไทยยังได้มีการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจอีกหลายประเภทเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบ ChatBot กับการถามตอบอัตโนมัติ, การพัฒนา Drone ผสาน AI สำหรับใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ, Web Analytics กับการวิเคราะห์เว็บไซต์และเก็บข้อมูลเชิงสถิติของผู้เข้าใช้งาน รวมถึงโปรเจ็คล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานนี้กับ AI for Road Safety ด้วยการนำ AI มาวิเคราะห์ภาพวิดีโอและข้อมูลแบบ Real-time เพื่อป้องกันผู้ขับรถหลับใน และตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถของคนขับ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบขนส่งภายในองค์กร โดยเป็นโปรเจ็คที่ทาง Microsoft ได้ร่วมกับ PTT Global Chemical (PTTGC) และบริษัท Frontis

เรียกได้ว่า งาน Future Now จาก Microsoft ภายใต้คอนเซ็ปต์ AI for Thais นั้น เป็นอีกหนึ่งงานที่ทาง Microsoft ได้แสดงถึงศักยภาพความเป็นผู้นำระดับโลกในด้านแพลตฟอร์ม AI ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยทั้งในระดับโครงสร้างพื้นฐาน, เครื่องมือพัฒนาแอปพลิเคชัน หรือแม้แต่ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่พร้อมใช้งานได้จริง ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างในข้างต้น ที่เทคโนโลยีด้าน AI ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในหลาย ๆ ธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ

นอกจากนี้งานดังกล่าวยังแสดงให้เห็นอีกด้วยว่า การมาของเทคโนโลยี AI นั้น แม้จะทำงานได้อย่างแม่นยำ แต่ไม่ได้ตัดโอกาสในการทำงานของมนุษย์ และไม่ได้เข้ามาแทนที่ผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ แต่มาเพื่อส่งเสริมให้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้สามารถทำงานกับข้อมูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่าเดิม และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นนั่นเอง

 

 

-------------------------------------
นำเสนอบทความโดย : techmoblog.com

Update : 17/01/2019

Business Microsoft Future Now AI for Thais





Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy