หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

มหาจักรดีเวลอปเมนท์ ขนลำโพงไร้สาย JBL และ Harman Kardon เปิดตัวยิ่งใหญ่ส่งท้ายปลายปี พร้อม มินิรีวิว JBL Charge 2+ ลำโพงบลูทูธสุดแนว ชาร์จสมาร์ทโฟน และกันน้ำได้

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา ทีมงานเว็บไซต์ techmoblog ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงาน SURRENDER YOUR LIFE TO SOUND เปิดตัว ลำโพง JBL และ harman/kardon รุ่นใหม่ โดยงานนี้ถูกจัดขึ้นโดย บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย นั่นเอง ซึ่งใครที่ชื่นชอบเสียงเพลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แน่นอนว่า คงจะต้องรู้จัก 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ ผู้นำในวงการ Innovation ด้านเสียง อย่าง JBL และ harman/kardon กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ซึ่งงานเปิดตัวในครั้งนี้ ไม่ได้ขนมาเพียงแค่รุ่นเดียว แต่มีมากกว่า 10 รุ่น ที่เรียกได้ว่า เป็นการเปิดประสบการณ์ด้านการฟังเพลงในรูปแบบใหม่ๆ ที่ฉีกแนวไปจากของเดิม

โดยผลิตภัณฑ์ของ JBL ที่มาเปิดตัวในวันนี้นั้น ก็ได้แก่ Clip+, Flip 3, Xtreme, Pulse 2, Charge 2+ ซึ่งแต่ละรุ่น จะมีความโดดเด่นในเรื่อง สีสันสดใส และมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน และที่สำคัญ ยังเป็นลำโพงที่สามารถกันน้ำได้ ในขณะที่ฝั่งของ harman/kardon จะเน้นดีไซน์ที่ทันสมัย สวย และดูหรูหรา เสียมากกว่า โดยแต่ละรุ่นที่นำมาเปิดตัวในวันนี้ รับรองได้ว่า ถูกใจหลายๆ ท่านอย่างแน่นอน

    SPONSORED

JBL Clip+

สำหรับ JBL Clip+ นั้น เป็นลำโพง Bluetooth ที่มีขนาดกะทัดรัด พกพาได้อย่างสะดวก มีคุณสมบัติในการกันน้ำ, สามารถใช้เป็น Speakerphone รับสายโทรศัพท์ได้ ที่ด้านบนของตัวเครื่อง มีลักษณะเหมือนคลิป ทำให้สามารถหนีบไปกับกระเป๋า หรือหูกางเกงได้อีกด้วย

โดย JBL Clip+ มีให้เลือกทั้งหมด 8 สีด้วยกัน ได้แก่ น้ำเงิน, ดำ, เทา, ส้ม, ชมพู, แดง, เขียว และเหลือง ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,190 บาท

คุณสมบัติของ JBL Clip+

  • Bluetooth เวอร์ชัน 3.0
  • รองรับ A2DP V1.2, AVRCP V1.4, HFP V1.6, HSP V1.2
  • Frequency response : 160Hz – 20kHz
  • อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวน (Signal-to-noise ratio) : >80dB
  • ชนิดของแบตเตอรี่ : Lithium-ion Polymer (3.7V, 600 mAh)
  • ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ : 2 ชั่วโมง @ 0.5A
  • รองรับการเล่นเพลงได้สูงสุด 5 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับเสียง และคอนเทนต์ของเพลง)
  • ขนาด (H x W x D) : 107 x 88 x 42 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 150 กรัม

JBL Charge 2+

JBL Charge 2+ ลำโพงแบบ Bluetooth ดีไซน์รูปทรงกระบอกน้ำ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนได้ ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือ สามารถใช้เป็น Powerbank สำหรับชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ซึ่งตัวเครื่อง มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 6000 mAh อีกทั้งเมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแล้ว ยังสามารถรับสายได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังกันน้ำอีกด้วยครับ ซึ่งการกันน้ำของ JBL Charge 2+ ไม่ได้หมายความว่า ให้นำอุปกรณ์ลงไปแช่น้ำนะครับ แต่หมายถึง การกันน้ำกระเซ็นใส่ หรือฝนตก เป็นต้น

โดย JBL Charge 2+ มีให้เลือกถึง 8 สีด้วยกัน ได้แก่ แดง, ดำ, น้ำเงิน, เทา, เขียว, เหลือง, ส้ม และชมพู ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 6,590 บาท

คุณสมบัติของ JBL Charge 2+

  • Bluetooth เวอร์ชัน 3.0
  • รองรับ A2DP V1.3, AVRCP V1.5, HFP V1.6, HSP V1.2
  • Transducer : 2 x 45 mm.
  • Output power : 15W
  • Frequency response : 75Hz – 20kHz
  • อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวน (Signal-to-noise ratio) : >80dB
  • Power supply: 5VDC USB output : 5V 2.1A (maximum)
  • ชนิดของแบตเตอรี่ : Lithium-ion Polymer (3.7V, 6000 mAh)
  • ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ : 4 ชั่วโมง @ 1.8A
  • รองรับการเล่นเพลงได้สูงสุด 12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับเสียง และคอนเทนต์ของเพลง)
  • Bluetooth transmitter power : 0-4 dBm
  • Bluetooth® transmitter frequency range : 2.402 – 2.480 GHz
  • Bluetooth® transmitter modulation : GFSK, π/4 DQPSK, 8DPSK
  • ขนาด (H x W x D) : 79 x 185.2 x 79 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 600 กรัม

JBL XTREME

JBL XTREME ลำโพง Bluetooth พลังเสียงแบบสเตอริโอ มี Active Transducers 4 ตัว และ ระบบ Bass Radiators 2 ตัว ภายในบรรจุแบตเตอรี่ขนาด 10000 mAh รองรับการใช้งานได้นานถึง 15 ชั่วโมง อีกทั้ง ยังสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนขณะใช้งานได้ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังถูกออกแบบ ด้วยผ้าชนิดพิเศษ ที่สามารถกันละอองน้ำได้ อีกทั้ง ยังมีระบบ Noise and Echo Cancelling Speakerphone ที่ทำหน้าที่ตัดเสียงรบกวนจากการรับโทรศัพท์ผ่านลำโพง พร้อมฟังก์ชัน JBL Connect ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับลำโพง JBL ในรุ่นเดียวกันหรือรุ่นอื่นๆ ที่มีฟังก์ชั่น JBL Connect เพื่อส่งผ่านเสียงเพลงให้กับลำโพงอีกตัวได้

โดย JBL XTREME มีให้เลือกถึง 3 สี ด้แก่ แดง, ดำ และน้ำเงิน ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 11,900 บาท

คุณสมบัติของ JBL XTREME

  • Bluetooth เวอร์ชัน 4.1
  • รองรับ A2DP V1.3, AVRCP V1.5, HFP V1.6, HSP V1.2
  • อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวน (Signal-to-noise ratio) : >80dB
  • ชนิดของแบตเตอรี่ : Lithium-ion Polymer (10000 mAh)
  • ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ : 3.5 ชั่วโมง
  • รองรับการเล่นเพลงได้สูงสุด 15 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับเสียง และคอนเทนต์ของเพลง)
  • ขนาด (H x W x D) : 126 x 283 x 122 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 2,112 กรัม

JBL Pulse 2

รุ่นสานต่อของ Pulse กับ JBL Pulse 2 ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้ นั่นก็คือ ตัวเครื่องมาพร้อมกับไฟ LED หลากสีรอบตัว ที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลาย หรือเปลี่ยนตามจังหวะของเพลง นอกจากนี้ ยังสามารถกันน้ำได้อีกด้วย

คุณสมบัติของ JBL Pulse 2

  • Bluetooth เวอร์ชัน 4.1
  • รองรับ A2DP V1.3, AVRCP V1.5, HFP V1.6, HSP V1.2
  • Transducer : 2 x 45mm
  • Power supply : 5VDC, 2.3A
  • Output power : 2 x 8W
  • Frequency response : 85Hz – 20kHz
  • อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวน (Signal-to-noise ratio) : >80dB
  • ชนิดของแบตเตอรี่ : Lithium-ion Polymer (3.7V, 6000 mAh)
  • ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ : 5 ชั่วโมง @ 5V, 2.3A
  • รองรับการเล่นเพลงได้สูงสุด 10 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับเสียง และคอนเทนต์ของเพลง
  • Bluetooth transmitter power : 0 – 4dBm
  • Bluetooth transmitter frequency range : 2.402 – 2.480GHz
  • Bluetooth transmitter modulation: GFSK, π/4-DQPSK, 8DPSK
  • ขนาด (H x W x D) : 84.2 x 194.4 x 84.2 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 775 กรัม

JBL Trip

JBL Trip เป็นลำโพง Bluetooth แบบพกพา เหมาะกับการใช้งานในรถยนต์ด้วยการหนีบไว้ที่กระจกกลางนั่นเอง ซึ่งรุ่นนี้ นอกจากจะใช้เป็นลำโพงได้แล้ว เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน สามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ รับสายได้ ทำให้ปลอดภัยต่อการขับขี่ อีกทั้ง ยังรองรับ Siri กับ Google Now อีกด้วย

คุณสมบัติของ JBL Trip

  • Bluetooth เวอร์ชัน 3.0
  • รองรับ A2DP V1.3, AVRCP V1.5, HFP V1.6, HSP V1.2
  • Transducer : 1 x 40mm
  • Frequency response : 160Hz to 20KHz
  • อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวน (Signal-to-noise ratio) : >80dB
  • ชนิดของแบตเตอรี่ : Lithium-ion Polymer (3.8V, 1200 mAh)
  • รองรับการเล่นเพลงได้สูงสุด 8 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับเสียง และคอนเทนต์ของเพลง
  • ขนาด (H x W x D) : 134 x 64 x 34 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 230 กรัม

JBL Flip 3

สำหรับ JBL Flip 3 นั้น ดีไซน์จะคล้ายๆ กับ JBL Charge 2+ แต่มีขนาดที่เล็กกว่า สามารถเชื่อมต่อกับ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ได้พร้อมกัน 3 รุ่น นอกจากนี้ ยังแข็งแรงทนทานอีกด้วย ซึ่งในงานได้ทำการทดสอบ ด้วยการปัด JBL Flip 3 ที่ความสูงระดับหน้าอก ก็ไม่เกิดความเสียหายใดๆ นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังกันน้ำ เช่นเดียวกับ JBL Charge 2+ ครับ

โดย JBL Flip 3 มีให้เลือกถึง 8 สีด้วยกัน ได้แก่ เขียว, ดำ, น้ำเงิน, เทา, ส้ม, ชมพู, แดง และเหลือง ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 4,390 บาท

คุณสมบัติของ JBL Flip 3

  • Bluetooth เวอร์ชัน 4.1
  • รองรับ A2DP V1.3, AVRCP V1.5, HFP V1.6, HSP V1.2
  • Transducer : 2 x 40mm
  • Output power : 2 x 8W
  • Frequency response : 85Hz – 20kHz
  • อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวน (Signal-to-noise ratio) : >80dB
  • ชนิดของแบตเตอรี่ : Lithium-ion Polymer (3.7V, 3000 mAh)
  • รองรับการเล่นเพลงได้สูงสุด 10 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับเสียง และคอนเทนต์ของเพลง
  • ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ : 3.5 ชั่วโมง @ 5V1A
  • ขนาด (H x W x D) : 64 x 169 x 64 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 450 กรัม

JBL GO

JBL GO ลำโพงระบบ All-in-one สามารถสตรีมเพลงจากสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตได้ด้วยการเชื่อมต่อกับ Bluetooth อีกทั้งยังมีระบบ Noise Cancelling สำหรับตัดเสียงรบกวนในขณะสนทนาโทรศัพท์โดยไม่ต้องปิดลำโพง ส่วนแบตเตอรี่ รองรับการใช้งานได้ 5 ชั่วโมง

โดย JBL GO มีให้เลือกถึง 8 สีด้วยกัน ได้แก่ เขียว, ดำ, น้ำเงิน, เทา, ส้ม, ชมพู, แดง และเหลือง ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,290 บาท

คุณสมบัติของ JBL GO

  • Bluetooth เวอร์ชัน 4.1
  • รองรับ A2DP V1.2, AVRCP V1.4, HFP V1.6, HSP V1.2
  • Transducer : 1 x 40mm
  • Output power : 3.0W
  • Frequency response : 180Hz – 20kHz
  • อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวน (Signal-to-noise ratio) : >80dB
  • ชนิดของแบตเตอรี่ : Lithium-ion Polymer (3.7V, 600 mAh)
  • รองรับการเล่นเพลงได้สูงสุด 5 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับเสียง และคอนเทนต์ของเพลง
  • ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ : 1.5 ชั่วโมง
  • ขนาด (H x W x D) : 68.3 x 82.7 x 30.8 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 130 กรัม

JBL Reflect Response

สำหรับ JBL Reflect Response นี้ เป็นหูฟังแบบไร้สายตัวแรกของโลก ที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ควบคุมการเคลื่อนไหว โดยสามารถออกกำลังกายไปได้พร้อมๆ กับการเปลี่ยนเพลง หรือรับสายโทรศัพท์ นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติในการกันเหงื่อ และรองรับการใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

โดย JBL Reflect Response มีให้เลือกถึง 4 สีด้วยกัน ได้แก่ แดง, น้ำเงิน, เขียว และดำ

คุณสมบัติของ JBL Reflect Response

  • Premium 8.6mm dynamic drivers
  • Frequency response : 10kHz – 22kHz
  • Bluetooth wireless
  • Gesture and touch control

นอกจากนี้ ยังมีอีกหูฟังหลายรุ่นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น JBL Reflect Endure, JBL Reflect MINI BT, JBL Reflect MINI, JBL Reflect AWARE และอื่นๆ อีกมากมาย

 

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ JBL ที่มาเปิดตัวในงานแล้ว ยังมีแบรนด์ harman/kardon ด้วยเช่นกัน ซึ่งแบรนด์นี้ เน้นดีไซน์ที่ทันสมัย ดูพรีเมียม และหรูหรา มาดูกันดีกว่าว่า harman/kardon ขนผลิตภัณฑ์อะไรมาเปิดตัวกันบ้าง

harman/kardon Adapt

harman/kardon Onyx Studio II

harman/kardon Esquire Mini

harman/kardon Esquire II

harman/kardon Omni 10

harman/kardon Omni 20

ภาพบรรยากาศภายในงาน

 

รีวิว JBL Charge 2+

สำหรับลำโพง JBL Charge 2+ นั้น เป็นรุ่นสานต่อจาก JBL Charge 2 นั่นเอง แต่ฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ นั่นก็คือ คุณสมบัติในการกันน้ำ สังเกตได้จากตัวแพ็กเกจที่มีลวดลายของน้ำอยู่โดยรอบ แม้ว่าจะโดนฝน หรือละอองน้ำ ก็ไม่เป็นปัญหาต่อการใช้งานแต่อย่างใด

โดยขนาดของ JBL Charge 2+ นั้น อยู่ที่ 185.2 x 79 x 79 มิลลิเมตร และหนัก 600 กรัม ซึ่งถือว่า มีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก สามารถพกพาได้ ดีไซน์โดยรวมนั้น แทบไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Charge 2

ด้านบนของตัวเครื่อง จะเป็นปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย ปุ่ม Power เปิด-ปิดเครื่อง, ปุ่มเชื่อมต่อ Bluetooth, ปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่ม Social Mode และปุ่ม Hand Free Speakerphone กดรับสายหรือวางสายโทรศัพท์ โดยปุ่ม Social Mode นั้น สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth ได้พร้อมกัน 3 เครื่องในเวลาเดียวกัน

สำหรับพอร์ตการเชื่อมต่อ ประกอบด้วย พอร์ต USB สำหรับชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์อื่น เช่น สมาร์ทโฟน, ช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และพอร์ต microUSB สำหรับชาร์จไฟเข้าเครื่อง ซึ่งแบตเตอรี่มีขนาดความจุอยู่ที่ 6000 mAh สามารถชาร์จสมาร์ทโฟนได้อย่างสบายๆ

ส่วนด้านข้างตัวเครื่องทั้ง 2 ด้าน จะเป็นช่องสำหรับขับเสียงเบส

นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกหลายสีอีกด้วย

สำหรับการเชื่อมต่อ JBL Charge 2+ กับสมาร์ทโฟน ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการกดปุ่ม Power เพื่อเปิดเครื่อง และกดที่ปุ่ม Bluetooth 1 ครั้ง จากนั้น ให้เข้าสู่เมนูการเชื่อมต่อ Bluetooth บนสมาร์ทโฟน เพียงแค่นี้ก็เรียบร้อย

ทดสอบคุณสมบัติด้านการกันน้ำเสียหน่อย โดยลำโพง JBL Charge 2+ มีคุณสมบัติในการกันน้ำตามมาตรฐาน IP5X ซึ่งสามารถกันละอองฝน หรือน้ำฝนได้ ในกรณีที่นำไปใช้งานกลางแจ้ง แต่ไม่สามารถนำไปแช่น้ำได้

ด้านการใช้งานนั้น ถือว่า ลำโพง JBL Charge 2+ รุ่นนี้ น่าจะถูกใจผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงเลยก็ว่าได้ ทั้งดีไซน์ที่สามารถพกพาได้ง่าย ใช้งานง่าย ซึ่งใครที่ชอบฟังเพลงเน้นเสียงเบสหนักๆ น่าจะถูกใจเป็นพิเศษ ส่วนความดังของลำโพง ถือว่า อยู่ในระดับที่ใช้ได้ครับ อีกทั้งยังรองรับการใช้งานยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ด้วยแบตเตอรี่ขนาดความจุ 6000 mAh นอกจากนี้ ยังไม่ต้องพกพาสายเชื่อมต่อให้เกะกะ เนื่องจากเชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth นั่นเอง

ส่วนราคาจำหน่ายของ JBL Charge 2+ อยู่ที่ 6,590 บาท

คุณสมบัติของ JBL Charge 2+

  • Bluetooth เวอร์ชัน 3.0
  • รองรับ A2DP V1.3, AVRCP V1.5, HFP V1.6, HSP V1.2
  • Transducer : 2 x 45 mm.
  • Output power : 15W
  • Frequency response : 75Hz – 20kHz
  • อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงรบกวน (Signal-to-noise ratio) : >80dB
  • Power supply: 5VDC USB output : 5V 2.1A (maximum)
  • ชนิดของแบตเตอรี่ : Lithium-ion Polymer (3.7V, 6000 mAh)
  • ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ : 4 ชั่วโมง @ 1.8A
  • รองรับการเล่นเพลงได้สูงสุด 12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับเสียง และคอนเทนต์ของเพลง)
  • Bluetooth transmitter power : 0-4 dBm
  • Bluetooth® transmitter frequency range : 2.402 – 2.480 GHz
  • Bluetooth® transmitter modulation : GFSK, π/4 DQPSK, 8DPSK
  • ขนาด (H x W x D) : 79 x 185.2 x 79 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 600 กรัม

 

รีวิว JBL Grip 100

รีวิวลำโพงกันไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ นั่นก็คือ หูฟัง นั่นเอง ซึ่งหูฟังที่นำมารีวิวในวันนี้ ก็คือ JBL Grip 100 หูฟังแบบ In-Ear ที่ถูกออกแบบให้เข้ากับโครงสร้างใบหูของผู้ใช้ทุกคน อีกทั้งยังได้รับการทดสอบแล้วว่า ไม่หลุดร่วงได้ง่าย แม้ใช้งานขณะออกกำลังกาย

โดย JBL Grip 100 ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี กันเหงื่อ ตัวยางผลิตด้วยวัสดุที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ ไม่เจ็บหูเมื่อใช้เป็นระยะเวลานานๆ โดยส่วนที่ยื่นออกมานั้น เมื่อใส่แล้วจะล็อกเข้ากับใบหูแบบพอดี ทำให้ไม่ร่วงหลุดง่าย ซึ่งใครที่ชอบออกกำลังกายไปด้วย ใส่หูฟังไปด้วย รุ่นนี้ ถือว่าเหมาะเลยทีเดียว นอกจากนี้ ตัวข้อต่อระหว่างสายกับตัวหูฟัง ยังทนทาน ไม่ขาดง่าย มีที่เก็บสายให้ ทำให้ไม่เกะกะขณะใช้งาน และที่สำคัญ ราคาไม่แพงอีกด้วย โดยราคาของหูฟัง JBL Grip 100 อยู่ที่ 1,290 บาท

คุณสมบัติของหูฟัง JBL Grip 100

  • Frequency Response: 20Hz – 20kHz
  • Transducer: 2 x 15mm
  • Cord: 3.75 ft

 

Update : 03/12/2015

    Promotion มือถือ แนะนำ

ข่าวอัพเดทล่าสุด