หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[รีวิว] JBL Pulse 4 ลำโพงมีไฟแบบไร้สายรุ่นที่ 4 มาพร้อมระบบเสียงและแสงแบบ 360 องศารอบทิศทาง เบสแน่น บอดี้กันน้ำ IPX7 พร้อมเทคโนโลยี PartyBoost เชื่อมต่อลำโพงหลายตัวได้พร้อมกัน เคาะราคาที่ 8,990 บาท

เดินทางมาถึงรุ่นที่ 4 แล้ว สำหรับ JBL Pulse 4 ลำโพงเสียงไร้สายดีไซน์ทรงกระบอกรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับจุดเด่นที่ถือว่า แตกต่างจากลำโพงแบรนด์อื่น ๆ นั่นก็คือ ไฟ JBL Light Show แบบรอบทิศทาง 360 องศานั่นเอง ซึ่งรุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่มาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปบนรุ่นที่แล้วอย่าง JBL Pulse 3 โดยเฉพาะเรื่องของไฟ LED ที่มาพร้อมกับดีไซน์เต็มจรดขอบ และสามารถเลือกเปลี่ยนสีไฟและเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน JBL Connect

โดย JBL Pulse 4 มาพร้อมกับระบบเสียง JBL Signature Sound ที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของลำโพง JBL ทุกรุ่น และยังคงรองรับคุณสมบัติด้านการกันน้ำตามมาตรฐาน IPX7 สามารถโดนน้ำได้โดยไม่ต้องกังวลว่าตัวเครื่องจะได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดความจุถึง 7,260 mAh รองรับการใช้งานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง จะใช้เวลาในการชาร์จจนเต็มเพียง 3.5 ชั่วโมงเท่านั้น ผ่านทางพอร์ต USB-C

    SPONSORED

อีกหนึ่งฟังก์ชันที่มีบนลำโพงไร้สาย JBL Pulse 4 นั่นก็คือ PartyBoost ที่สามารถนำลำโพง JBL ที่มีฟังก์ชันดังกล่าวมาเชื่อมต่อกันได้หลายตัว เพื่อให้เสียงออกมาดังขึ้น หรือเชื่อมต่อกับ JBL Pulse 4 รุ่นเดียวกัน 2 ตัว เพื่อแยกเสียงซ้าย-ขวาแบบสเตอริโอ

อย่างไรก็ดี JBL Pulse 4 ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานด้านการฟังเพลงอย่างเดียว แม้จะรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน แต่ตัวเครื่องไม่มีไมโครโฟนในตัว ทำให้ใช้งานด้านโทรศัพท์ไม่ได้ รวมถึงสั่งการด้วยเสียงก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน

มาดูกันดีกว่าว่า คุณภาพเสียงที่ได้จาก JBL Pulse 4 ลำโพงเสียงไร้สายมีไฟรุ่นนี้ จะเป็นอย่างไร อัปเกรดดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมแค่ไหน กับรีวิวลำโพง JBL Pulse 4 โดยทีมงาน techmoblog.com

 

สเปกและคุณสมบัติเบื้องต้นของ JBL Pulse 4

  • ขนาดตัวเครื่อง : 20.7 x 9.6 x 9.6 cm.
  • น้ำหนัก : 1.26 กิโลกรัม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth เวอร์ชัน 4.2
  • รองรับ A2DP V1.3, AVRCP V1.6
  • Transducer ขนาด 2.25 นิ้ว
  • Rated Power : 20W RMS
  • Frequency Response : 70Hz – 20kHz
  • Signal-to-Noise Ratio: >80dB
  • แบตเตอรี่แบบ Lithium-Ion Polymer ขนาด 7,260 mAh
    • ใช้เวลาในการชาร์จ 3.5 ชั่วโมง
    • รองรับการเล่นเพลงสูงสุด 12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับความสว่าง, ระดับเสียง และชนิดของเพลง)
  • Bluetooth Transmitter Power : ≤10dBm
  • Bluetooth Transmitter Frequency Range : 2.402 – 2.480GHz
  • 2.4GHz SRD Frequency Range : 2.407 – 2.475GHz
  • Bluetooth Transmitter Modulation: GFSK, π/4-DQPSK, 8DPSK
  • พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB-C
  • คุณสมบัติในการป้องกันน้ำตามมาตรฐาน IPX7
  • สามารถควบคุมแสงไฟและเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน JBL Connect
  • ระบบเสียง JBL Signature Sound
  • รองรับฟีเจอร์​ JBL PartyBoost สามารถจับคู่กับลำโพง JBL รุ่นอื่นที่รองรับฟีเจอร์เดียวกันได้สูงสุดถึง 100 ตัว หรือแยกเสียงแบบสเตอริโอซ้าย-ขวาด้วยการเชื่อมต่อกับ JBL Pulse 4 รุ่นเดียวกัน 2 ตัว

 

รีวิว JBL Pulse 4 : ดีไซน์ และการออกแบบ

สำหรับลำโพง JBL Pulse 4 รุ่นที่นำมารีวิวในวันนี้ เป็นตัวเครื่องสีดำ ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือ ไฟ JBL Light Show ที่อัปเกรดดีไซน์ให้แสดงแสงไฟ LED แบบจรดเต็มขอบ แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง JBL Pulse 3 ที่จะเหลือขอบด้านล่าง โดยมีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 20.7 x 9.6 x 9.6 cm. ใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้า และน้ำหนัก 1.26 กิโลกรัม แม้ว่าดีไซน์ของ JBL Pulse 4 จะถูกออกแบบให้พกพาได้ง่าย แต่ด้วยตัวเครื่องที่ค่อนข้างหนัก ทำให้ไม่ค่อยสะดวกต่อการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่เท่าที่ควร

นอกจากนี้ JBL Pulse 4 ยังรองรับคุณสมบัติด้านการกันน้ำตามมาตรฐาน IPX7 หมดห่วงเรื่องการใช้งานโดยไม่ต้องกังวลว่า ตัวเครื่องจะได้รับความเสียหายจากน้ำ

 

โดยไฟ LED ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเครื่องนั้น สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามจังหวะดนตรี รวมถึงสามารถเปลี่ยนสีสันและเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน JBL Connect ซึ่งสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีทั้งบน iOS และ Android

 

ด้านบนของตัวเครื่อง จะเป็นปุ่มควบคุมการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปุ่มเปิด-ปิดตัวเครื่อง, ปุ่ม Bluetooth สำหรับปล่อยสัญญาณเพื่อเชื่อมต่อตัวลำโพงกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 4.2

 

ปุ่มปรับระดับเสียง (เพิ่มเสียง - ลดเสียง) ส่วนตรงกลางเป็นปุ่มเล่นเพลง-หยุดเพลง หรือกด 2 ครั้งเพื่อเล่นเพลงถัดไป

 

ปุ่มฟีเจอร์​ JBL PartyBoost ที่สามารถเชื่อมต่อลำโพง JBL ที่รองรับฟีเจอร์ PartyBoost ได้สูงสุดถึง 100 ตัว หรือเชื่อมต่อกับ JBL Pulse 4 เพื่อแยกเสียงลำโพงซ้าย-ขวา ซึ่งการเชื่อมต่อก็ถือว่าสะดวกมาก เพราะทำแค่เขย่าลำโพง JBL Pulse 4 ใกล้ ๆ กันเท่านั้น ส่วนอีกปุ่มเป็นปุ่มเปลี่ยนเอฟเฟกต์ของไฟ LED ซึ่งถ้าหากกดค้างจะเป็นการปิดไฟ LED

 

ด้านหลังตัวเครื่อง จะเป็นพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ (ไม่มี Adapter แถมมาให้) ส่วนด้านบนเป็นแถบแสดงสถานะแบตเตอรี่ในขณะที่ทำการชาร์จ

 

สำหรับไดร์เวอร์บน JBL Pulse 4 จะมีกำลังขับอยู่ที่ 20 วัตต์แบบกระจายเสียงรอบทิศทาง ส่วน Bass Radiator จะอยู่ส่วนล่าง ซึ่งจะเห็นว่า ด้านล่างถูกออกแบบให้ผิวไม่เรียบเสมอกัน เพื่อให้เสียงสามารถขับออกมาได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

เนื่องจาก JBL Pulse 4 ถูกออกแบบให้มีการแสดงแสงไฟอยู่ตลอดเวลา ทำให้รุ่นนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุมากถึง 7,260 mAh ซึ่งรองรับการใช้งานสูงสุด 12 ชั่วโมง และใช้เวลาในการชาร์จจนเต็มราว ๆ 3.5 ชั่วโมง

 

สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในชุดจำหน่ายมาตรฐาน ประกอบด้วย ลำโพง JBL Pulse 4, สาย USB-C และคู่มือการใช้งาน โดยจะไม่มี Adapter สำหรับชาร์จไฟมาให้ แต่สามารถใช้ Adapter เดียวกับสมาร์ทโฟนได้

 

รีวิว JBL Pulse 4 : เปิดเครื่องทดสอบใช้งาน

สำหรับจุดขายของ JBL Pulse 4 ไม่ได้โดดเด่นในเรื่องของพลังเสียงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งลูกเล่นของรุ่นนี้ก็คือ สามารถเปลี่ยนสีไฟ LED ได้หลากหลาย โดยสามารถเปลี่ยนได้เองที่ตัวลำโพง หรือผ่านทางแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า JBL Connect สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีทั้งบน Android และ iOS

 

เมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JBL Connect เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการเชื่อมต่อลำโพงกับสมาร์ทโฟน ด้วยการเปิดเครื่องและกดปุ่ม Bluetooth 1 ครั้งเพื่อเริ่มการจับคู่ จากนั้นไปที่สมาร์ทโฟนด้วยการเข้าไปที่ Settings > Bluetooth และเลือก JBL Pulse 4

มาดูกันดีกว่าว่า แอปพลิเคชัน JBL Connect สามารถทำอะไรได้บ้าง

 

หน้าแรกของแอปพลิเคชัน JBL Connect จะระบุถึงรุ่นลำโพงที่ได้ทำการเชื่อมต่อ ซึ่งในทีนี้ก็คือ JBL Pulse 4 ตัวเครื่องสีดำ ด้านล่างเป็นเมนูการใช้งาน ซึ่งประกอบด้วย Light Show, Party และ Stereo

 

Light Show คือเมนูสำหรับปรับแต่งแสงไฟ LED รอบตัวเครื่อง โดยสามารถกดเปลี่ยนรูปแบบของไฟได้ที่ตัวลำโพง หรือเปลี่ยนผ่านแอปพลิเคชัน JBL Connect เลือกปรับได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ Equaliser, Wave, Spiritual, Campfire และ Customized (แบบปรับแต่งเอง เลือกได้ 3 รูปแบบ)

 

สามารถเลือกสีของแสงไฟได้ โดยเลือกจากถาดสีที่ให้มา หรือเปิดโหมดกล้องถ่ายรูป (มุมล่างขวา) แล้วถ่ายภาพสีที่ต้องการจะเปลี่ยนก็ได้

 

ถัดมาเป็นเมนู Party Mode เป็นการเชื่อมต่อลำโพง JBL ที่รองรับฟีเจอร์ PartyBoost ได้สูงสุดถึง 100 ตัว เพื่อเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น โดยเมื่อทำการเชื่อมต่อเสร็จแล้ว เพลงที่เปิดจะถูกเล่นจากทุกลำโพงพร้อมกัน

 

ส่วน Stereo Mode เป็นการแบ่งลำโพงแบบแยกเสียงซ้ายและขวา ซึ่งต้องมีการเชื่อมต่อลำโพง 2 ตัวพร้อมกัน สามารถเลือกได้ด้วยว่า อยากให้ลำโพงตัวไหนเสียงออกซ้ายหรือขวา

 

นอกจากนี้ ยังสามารถอัปเดตเฟิร์มแวร์ผ่านทางแอปพลิเคชัน JBL Connect ได้ด้วยเช่นกัน

 

หลังจากเลือกรูปแบบและสีสันของไฟได้แล้ว มาทดสอบคุณภาพเสียงของ JBL Pulse 4 กันบ้าง โดยซีรี่ส์นี้จะเน้นเรื่องเสียงเบสเป็นหลักอยู่แล้ว ซึ่งเสียงเบส JBL Pulse 4 ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน มวลเบสแน่น มีน้ำหนัก และมีมิติมากขึ้น, เสียงร้องคมชัด สดใส เก็บรายละเอียดได้ดี, เสียงแหลมไม่บาดหู ไม่กลบหรือชัดกว่าเสียงอื่นมากจนเกินไป ส่วนเวทีเสียงมีความโปร่งกว้าง แยกชิ้นเครื่องดนตรีได้อย่างชัดเจน

 

บทสรุปการใช้งาน

การกลับมาของ JBL Pulse 4 ในครั้งนี้ ถือว่ายังคงมีของดีพอตัวเหมือนเช่นเคย ซึ่งจุดเด่นของลำโพง JBL Pulse 4 ที่แตกต่างจากลำโพงรุ่นอื่น ๆ ก็คือ ไฟ JBL Light Show ที่ในครั้งนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้แสดงผลแบบเต็มพื้นที่ตั้งแต่ขอบบนจรดขอบล่างแบบ 360 องศา เช่นเดียวกับระบบเสียง JBL Signature Sound ที่มาแบบรอบตัว 360 องศาเช่นกัน อีกทั้งดีไซน์แบบนี้สามารถใช้งานเป็นของตกแต่งบ้านได้อีกด้วย ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้มีสีสันมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากไฟ JBL Light Show และระบบเสียงแบบรอบทิศทางแล้ว JBL Pulse 4 ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น

  • คุณสมบัติด้านการกันน้ำ ตามมาตรฐาน IPX7 สามารถวางริมสระว่ายน้ำได้โดยไม่ต้องกังวลว่าตัวเครื่องจะได้รับความเสียหายจากน้ำ
  • แบตเตอรี่ขนาดความจุถึง 7,260 mAh รองรับการใช้งานสูงสุด 12 ชั่วโมง
  • รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 4.2 ทั้ง iPhone และมือถือ Android
  • ไฟ JBL Light Show สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบและสีสันได้ ผ่านทางแอปพลิเคชัน JBL Connect (ดาวน์โหลดฟรีทั้งบน Android และ iOS)
  • รองรับฟีเจอร์ PartyBoost ที่สามารถนำลำโพง JBL ที่มีฟังก์ชันดังกล่าวมาเชื่อมต่อกันได้สูงสุดถึง 100 ตัว เพื่อให้เสียงออกมาดังขึ้น หรือเชื่อมต่อกับ JBL Pulse 4 รุ่นเดียวกัน 2 ตัว เพื่อแยกเสียงซ้าย-ขวาแบบสเตอริโอก็ได้เช่นกัน
  • พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB-C

 

อย่างไรก็ดี ลำโพง JBL Pulse 4 ไม่มีไมโครโฟนในตัว ทำให้ไม่สามารถใช้งานเพื่อรับสายโทรศัพท์ได้ รวมถึงการสั่งการด้วยเสียงก็ไม่รองรับเช่นกัน แม้ว่าตัวเครื่องจะสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ก็ตาม เนื่องจากรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้เพื่อใช้งานด้านการฟังเพลงเพียงอย่างเดียวนั่นเอง

 

สำหรับราคาของ JBL Pulse 4 อยู่ที่ 8,990 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว และสีดำ สามารถหาซื้อได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.mahajaklife.com

 

 

---------------------------------------
บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

Update : 02/04/2020

JBL JBL PULSE 4 รีวิว JBL Pulse 4



ข่าวที่เกี่ยวข้อง