หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[รีวิว] JBL LIVE 650BTNC หูฟังไร้สายพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนภายนอก (Active Noise-Cancelling) และระบบเสียง JBL Signature Sound เบสแน่น ฟังสนุก รองรับ Google Assistant พร้อมแบตอึด 30 ชั่วโมง เคาะราคาที่ 6,990 บาท

หลังจากที่ทีมงาน techmoblog.com ได้ทำการรีวิวหูฟังไร้สาย JBL LIVE-Series ทั้ง 3 รุ่น ซึ่งได้แก่ JBL LIVE 200BT, JBL LIVE 400BT และ JBL LIVE 500BT ให้ชมกันไปแล้ว คราวนี้มาถึงตัวท็อปของซีรี่ส์นี้กันบ้างกับ JBL LIVE 650BTNC ที่ถือว่า เป็นรุ่นที่พิเศษกว่ารุ่นอื่นในซีรี่ส์นี้ เนื่องจากมาพร้อมกับเทคโนโลยี Active Noise-Cancelling (ANC) ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างเงียบกริบ ซึ่งถือว่าเป็นคุณสมบัติที่เทียบเท่ากับหูฟังรุ่นท็อปของแบรนด์ดังอื่น ๆ แต่มีราคาถูกกว่ากันเท่าตัวเลยทีเดียว

โดยหูฟังไร้สาย JBL LIVE 650BTNC รุ่นนี้ เป็นหูฟังแบบ Over-Ear เช่นเดียวกับรุ่น LIVE 500BT ซึ่งมาพร้อมกับคุณสมบัติต่าง ๆ มากมาย ทั้งการรองรับเทคโนโลยี Google Assistant หรือ Amazon Alexa ตรวจสอบสภาพอากาศ หรือส่งข้อความหาเพื่อน ง่าย ๆ เพียงแค่แตะที่ตัวหูฟัง, รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้ง iPhone และ Android ผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 4.2 ทำให้สามารถรับสายเรียกเข้าในขณะใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา และรองรับการเชื่อมต่อแบบ Multi-Point Connection สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกัน 2 ตัว อีกทั้งยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่รองรับใช้งานได้อย่างยาวนานถึง 30 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมด ANC และ 20 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมด ANC แต่ใช้เวลาในการชาร์จเต็ม 100% เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

มาดูกันดีกว่าว่า หูฟังไร้สาย JBL LIVE 650BTNC จะมีดีไซน์เป็นอย่างไร และฟังก์ชันต่าง ๆ สะดวกต่อการใช้งานมากน้อยแค่ไหน กับรีวิวหูฟังไร้สาย JBL LIVE 650BTNC โดยทีมงาน techmoblog.com

 

สเปกและคุณสมบัติเบื้องต้นของ JBL LIVE 650BTNC

  • ขนาดไดร์ฟเวอร์ : 40 มม.
  • Driver sensitivity at 1kHz/1mW : 100 dBSPL@1kHz/1mW
  • Dynamic Frequency Response Range : 20Hz - 20kHz
  • Impedance : 32 ohms
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth เวอร์ชัน 4.2
  • Bluetooth Frequency : 2.402GHz - 2.48GHz
  • Bluetooth Transmitted Power : 0-4dbm
  • Bluetooth Transmitted Modulation : GFSK, _x001a_/4DQPSK, 8DPSK
  • Bluetooth Profiles : HFP v1.6,A2DP V1.3, AVRCP V1.5
  • แบตเตอรี่แบบ Li-Ion ขนาด 700 mAh, 3.7V DC
  • รองรับการใช้งานสูงสุด 30 ชั่วโมง เมื่อปิดโหมด Active Noise-Cancelling หรือรองรับการใช้งานสูงสุด 20 ชั่วโมง เมื่อเปิดโหมด Active Noise Cancelling
  • ใช้เวลาในการชาร์จจาก 0% จนเต็ม 100% ในเวลา 2 ชั่วโมง
  • การชาร์จเพียงแค่ 15 นาที สามารถใช้งานได้นาน 2 ชั่วโมง
  • รองรับเทคโนโลยี Google Assistant และ Amazon Alexa
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ Multi-Point Connection สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกัน 2 ตัว
  • รองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน My JBL Headphones
  • น้ำหนัก : 249 กรัม

 

รีวิว JBL LIVE 650BTNC : ดีไซน์ และการออกแบบ

สำหรับดีไซน์ของหูฟังไร้สาย JBL LIVE 650BTNC นั้น เป็นแบบ Over-Ear หรือแบบครอบหู ซึ่งบอดี้ทำมาจากพลาสติก สีสันแบบทูโทนทำให้ตัวหูฟังดูโดดเด่นมากขึ้น ส่วนก้านหูฟังสามารถบิดได้ 90 องศา ทำให้สามารถพับเก็บได้ และไม่เปลืองเนื้อที่ในกระเป๋า

Headband หุ้มด้วยผ้าถักคุณภาพดี ผิวสัมผัสนิ่มและระบายอากาศได้ดี สามารถปรับระดับความยาวได้ตามต้องการ ตรงกลางเป็นโลโก้ JBL และตัวอักษรคำว่า LIVE เพื่อเป็นการบ่งบอกว่า เป็นหูฟังที่อยู่ในซีรี่ส์ LIVE นั่นเอง

 

Earpad หรือที่ครอบหู เป็นหนัง PU ที่ให้ความรู้สึกนุ่มสบายเมื่อสวมใส่ ซึ่งดีไซน์คล้ายกับรุ่น LIVE 500BT แต่ตัวหนังมีความนุ่มมากกว่าและสวมใส่สบายมากกว่า ซึ่งอาจมีอาการร้อนหูบ้างเมื่อสวมใส่ไปนาน ๆ แต่ไม่เจ็บหู

สำหรับปุ่มควบคุมการทำงาน จะอยู่ที่หูฟังด้านขวา ประกอบด้วย ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดตัวเครื่องด้วยวิธีการสไลด์ เมื่อเปิดเครื่องจะปรากฏไฟ LED สีขาว และจะเปลี่ยนเป็นไฟ LED สีน้ำเงินกระพริบเพื่อค้นหาสัญญาณ Bluetooth และเมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แล้ว จะเปลี่ยนเป็นไฟสีน้ำเงินนิ่ง

ถัดมาเป็นปุ่มควบคุมการทำงานทั้งด้านการฟังเพลง, การใช้งานโทรศัพท์ รวมถึงการสั่งการด้วยเสียง (Voice Assistant) รายละเอียดดังนี้

  • ด้านการฟังเพลง
    • ปุ่มเครื่องหมาย + : กด 1 ครั้ง เพิ่มระดับเสียง, กด 2 ครั้ง เล่นเพลงถัดไป
    • ปุ่มเครื่องหมาย - : กด 1 ครั้ง ลดระดับเสียง, กด 2 ครั้ง เล่นเพลงก่อนหน้า
    • ปุ่มกลาง : เล่นเพลง/หยุดเพลง
  • ด้านการใช้งานโทรศัพท์ ใช้เฉพาะปุ่มกลางเพียงปุ่มเดียว โดยการกด 1 ครั้งจะเป็นการรับสาย และกดอีก 1 ครั้งเพื่อวางสาย แต่ถ้าหากมีสายเรียกเข้าและต้องการตัดสาย ให้กดค้างไว้ 2 วินาที
  • การสั่งการด้วยเสียง (Voice Assistant) ให้กดปุ่มกลาง 2 ครั้งเพื่อเข้าสู่ระบบการสั่งการด้วยเสียง เช่น สั่งให้เปิดเพลง, ปิดเพลง เป็นต้น

ช่องสำหรับสายขนาด 2.5 มิลลิเมตร ใช้ในกรณีที่ต้องการเชื่อมต่อหูฟังกับอุปกรณ์ที่ไม่รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth หรือในกรณีที่แบตเตอรี่หมด ด้วยการใช้สาย AUX ที่มีมาให้ในกล่องผลิตภัณฑ์ เชื่อมต่อระหว่างตัวหูฟังกับอุปกรณ์ได้เลยทันที เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง สุดท้าย เป็นปุ่มสำหรับค้นหาสัญญาณ Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ และปุ่ม Active Noise-Cancelling สำหรับตัดเสียงรบกวนจากภายนอก ถ้าหากเปิดใช้งานฟังก์ชันนี้ จะมีไฟสีขาวปรากฏ

สำหรับอุปกรณ์ที่มีมาให้ในชุดจำหน่ายมาตรฐาน ประกอบด้วย สาย USB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ (ไม่มี Adapter มาให้) ซึ่งหูฟัง JBL LIVE 650BTNC มาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบ Li-Ion ขนาด 700 mAh รองรับการใช้งานด้านการฟังเพลงสูงสุด 30 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมด ANC และ 20 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมด ANC ใช้เวลาในการชาร์จ 2 ชั่วโมง (จาก 0% จนเต็ม 100%) และการชาร์จเพียง 15 นาที สามารถใช้งานได้ต่ออีก 2 ชั่วโมง

ส่วนอีกเส้นเป็นสาย AUX สำหรับเชื่อมต่อระหว่างตัวหูฟังกับอุปกรณ์ ในกรณีที่อุปกรณ์ดังกล่าวไม่รองรับการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth ซึ่งปลายด้านหนึ่ง จะมีขนาดอยู่ที่ 2.5 มิลลิเมตร สำหรับต่อเข้าหูฟัง ส่วนอีกด้านจะเป็นขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ซึ่งสาย AUX ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ห่อหุ้มด้วยผ้า ทำให้หมดปัญหาเรื่องสายพันกันขณะใช้งาน ซึ่งสายเส้นนี้มีไมโครโฟนในตัวที่แผงควบคุม ทำให้ยังสามารถฟังเพลงต่อได้ในกรณีที่แบตเตอรี่หมดอีกด้วย

 

รีวิว JBL LIVE 650BTNC : เชื่อมต่อและทดสอบคุณภาพเสียง

สำหรับการเชื่อมต่อหูฟังไร้สาย JBL LIVE 650BTNC กับสมาร์ทโฟน ให้เปิดปุ่ม Power ที่ตัวหูฟัง และกดปุ่ม Bluetooth เพื่อปล่อยสัญญาณสำหรับเชื่อมต่อ จากนั้นให้มาที่สมาร์ทโฟน ด้วยการเข้าไปที่ Settings > Bluetooth แล้วเลือก JBL LIVE650BTNC

รองรับการเชื่อมต่อแบบ Multi-Point Connection ที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกันสูงสุด 2 อุปกรณ์ สมมติว่ากำลังฟังเพลงบน iPhone เครื่องแรกอยู่ และต้องการเปลี่ยนไปฟังเพลงบน iPhone เครื่องที่สอง ให้ปิดเพลงที่ iPhone เครื่องแรกก่อน แล้วกดเล่นเพลงจาก iPhone เครื่องที่สองได้เลยโดยไม่ต้องตัดการเชื่อมต่อ Bluetooth จาก iPhone เครื่องแรก

สำหรับการใช้งาน Google Assistant นั้น ถ้าหากเป็นมือถือ Android ให้กดค้างที่ปุ่ม Home เพื่อเปิดใช้งาน Google Assistant และตั้งค่าตามขั้นตอนที่ปรากฏได้เลย แต่ในกรณีที่เป็น iPhone จะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Google Assistant บน App Store มาใช้งานเสียก่อน (ดาวน์โหลดฟรี) และเมื่อดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ตั้งค่าตามขั้นตอนที่ปรากฏ

โดยวิธีการใช้งาน Google Assistant เพียงแค่แตะที่ตัวหูฟังด้านซ้าย จากนั้นระบบจะรายงานสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น เวลา, สภาพอากาศ หรือการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันที่เลือกไว้ เป็นต้น

ส่วน Voice Assistant หรือการสั่งการด้วยเสียง ให้กดปุ่มกลาง 2 ครั้ง (ตรงปุ่มปรับระดับเสียงที่หูฟังด้านขวา) จากนั้นให้พูดสั่งการได้เลย เช่น สั่งให้เปิดเพลง, สั่งให้เปิดเพลง หรือโทรศัพท์ เป็นต้น

รองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน My JBL Headphones ที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีทั้งบน iOS และ Play Store  ซึ่งผู้ใช้งานสามารถควบคุมการทำงานของตัวหูฟังได้ผ่านทางแอปฯ นี้ ทั้ง Equalizer, ตั้งค่าระบบ Voice Assistant (เลือกใช้งานระหว่าง Google Assistant หรือ Amazon Alexa) และสามารถดูปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่บนหูฟังได้ผ่านทางแอปพลิเคชันนี้เช่นกัน

JBL LIVE 650BTNC มาพร้อมกับไดร์ฟเวอร์ขนาด 40 มม. และระบบเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่าง JBL Signature Sound ซึ่งจากการทดสอบคุณภาพเสียงพบว่า ขับเสียงออกมาได้ดีและน่าประทับใจ โดยไฮไลท์อยู่ที่เสียงเบสที่มีความแน่น ไม่ล้น แต่ชัดเจน, เสียงกลางคมชัด เก็บรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน, เสียงสูงจัดเต็ม คม ไม่แหลมบาดหู ส่วนเวทีเสียงอยู่ในระดับกลาง สามารถแยกแยะเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นได้ ไม่ทับซ้อนกัน โดยเป็นหูฟังไร้สายที่เหมาะกับการฟังเพลงหลากหลายแนว ทั้ง Pop, Pop-Rock, Rock, Hip-Hop และอื่น ๆ

สำหรับระบบตัดเสียงรบกวนภายนอก หรือ Active Noise-Cancelling (ANC) จากการทดสอบพบว่า เมื่อเปิดใช้งานสามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้อยู่หมัด เงียบกริบ แต่เมื่อปิดโหมดดังกล่าว จะได้ยินเสียงภายนอกแทรกเข้ามา แต่ก็มีข้อดีก็คือ สามารถพูดคุยกับคนรอบข้างได้โดยไม่จำเป็นต้องถอดหูฟังออก คล้าย ๆ กับเทคโนโลยี Ambient Aware และ TalkThru ของรุ่น LIVE 500BT นั่นเอง

 

บทสรุปการใช้งาน

สำหรับ JBL LIVE 650BTNC นี้ ถือว่าเป็นหูฟังไร้สายรุ่นคุ้มค่าอีกรุ่นหนึ่ง โดยเฉพาะคุณสมบัติในการรองรับเทคโนโลยี Active Noise-Cancelling (ANC) กับการตัดเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างเงียบกริบ เทียบเท่าหูฟังรุ่นท็อปของแบรนด์ดัง ๆ แต่มีราคาที่ถูกกว่ามาก โดยตัวหูฟังมาพร้อมกับดีไซน์แบบ Over-Ear หรือแบบครอบหู ที่เป็นหนัง PU ให้ความรู้สึกนุ่มสบายเมื่อสวมใส่และไม่เจ็บหู พร้อมรองรับคุณสมบัติต่าง ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • ดีไซน์แบบ Over-Ear ไร้สาย ไม่มีสายเกะกะขณะใช้งาน
  • ระบบเสียงแบบ JBL Signature Sound พร้อมไดร์ฟเวอร์ขนาด 40 มม.
  • รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ทั้งระบบ iOS และ Android ผ่านทาง Bluetooth เวอร์ชัน 4.2
  • รองรับเทคโนโลยี Google Assistant และ Amazon Alexa ทำให้ไม่พลาดทุกการติดต่อและสถานการณ์อัปเดตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตรวจสอบสภาพอากาศ, ส่งข้อความหาเพื่อน รวมอีเวนท์และการแจ้งเตือนต่าง ๆ จากแอปพลิเคชัน
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ Multi-Point Connection สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้พร้อมกัน 2 ตัว
  • รองรับ Voice Assistant ระบบการสั่งการด้วยเสียง
  • แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมด ANC และรองรับการใช้งานได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมด ANC
  • ใช้เวลาชาร์จเต็ม 100% เพียง 2 ชั่วโมง
  • การชาร์จเพียง 15 นาที สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องอีก 2 ชั่วโมง
  • มาพร้อมสาย AUX พร้อมแผงควบคุม ทำให้สามารถฟังเพลงได้อย่างต่อเนื่องแม้ว่าไม่มีแบตเตอรี่เหลือแล้วก็ตาม
  • รองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน My JBL Headphones ปรับแต่ง Equalizer ได้ผ่านแอปฯ

โดยราคาของหูฟังไร้สาย JBL LIVE 650BTNC อยู่ที่ 6,990 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีน้ำเงิน และสีขาว ซึ่งผู้ที่ซื้อภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2019 นี้ รับฟรี ลำโพง JBL Go+ มูลค่า 1,990 บาท สามารถอ่านรายละเอียดเพื่อรับสิทธิ์ดังกล่าวได้ที่ www.mahajaklife.com หรือ www.mahajak.com

 

 

---------------------------------------
บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

Update : 08/10/2019

JBL LIVE 650BTNC รีวิว JBL LIVE 650BTNC





Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy