หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

iOS 13 เปิดตัวแล้ว! มาพร้อม Dark Mode, Sign In with Apple วิธีการใหม่ในการลงชื่อเข้าใช้ และ Apple Maps โฉมใหม่ ละเอียดขึ้น เปิดให้ดาวน์โหลดในเดือนกันยายนนี้

เปิดตัวอย่างเป็นทางการตามคาดแล้ว สำหรับ iOS 13 ระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ในงาน WWDC 2019 เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา (ตามเวลาในประเทศไทย) เรียกได้ว่า การมาของ iOS 13 ในปีนี้ มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Dark Mode ที่ตกเป็นข่าวลือมาอย่างยาวนาน ในที่สุดก็เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้วบน iOS 13 พร้อมกับของใหม่อย่าง Sign In with Apple วิธีการใหม่ในการลงชื่อเข้าใช้ในแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ต่าง ๆ รวมถึง Apple Maps ใหม่ ละเอียดขึ้นและแม่นยำมากกว่าเดิม

สำหรับฟีเจอร์บน iOS 13 จะมีของใหม่อะไรบ้างนั้น ทีมงาน techmoblog.com ได้สรุปไว้ให้เรียบร้อยแล้ว มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรกันบ้าง

    SPONSORED

 

Dark Mode

เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ iPhone ต่างเฝ้ารอกันมาอย่างยาวนาน ล่าสุดได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วบน iOS 13 กับ Dark Mode กับการเปลี่ยนอินเทอร์เฟสให้เป็นโทนสีมืดสำหรับใช้งานในที่แสงน้อย ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าเปิดให้ทำงานอัตโนมัติในเวลาใดก็ได้ รวมถึงให้นักพัฒนาสามารถนำไปใช้กับแอปพลิเคชันได้อีกด้วย

 

Photos แอปฯ รูปภาพใหม่ ค้นหาง่ายขึ้น

สำหรับแอปฯ รูปภาพนั้น มาพร้อมกับเครื่องมือในการปรับแต่งภาพแบบใหม่ที่ใช้งานและปรับแต่งได้ง่ายมากขึ้น โดยได้เพิ่มการปรับแต่งการจัดแสงภาพถ่ายบุคคล ด้วยการเลื่อนแสงให้เข้าใกล้ตัวแบบมากขึ้นได้แบบเสมือนจริง ส่งผลทำให้ใบหน้าสว่างขึ้น, ตาคมชัดขึ้น หรือเลื่อนแสงให้ห่างออกไปเพื่อให้ภาพดูนุ่มนวล รวมถึงเอฟเฟกต์ High-Key Mono สำหรับโหมดถ่ายภาพ Portrait นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เครื่องมือในการปรับแต่งภาพถ่ายกับการตัดต่อวิดีโอได้เป็นครั้งแรก ซึ่งผู้ใช้สามารถหมุน, crop หรือใส่ฟิลเตอร์ให้กับคลิปวิดีโอได้เลยผ่านแอปฯ Photos

ด้านการค้นหารูปภาพบนแอปฯ Photos นั้น มีการจัดระเบียบใหม่ให้ค้นหาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ซ่อนรูปภาพที่ซ้ำกันให้อัตโนมัติ ส่วนวิดีโอจะเป็นการเล่นแบบอัตโนมัติ

 

Sign In with Apple วิธีการใหม่ในการลงชื่อเข้าใช้งาน

ปกติเราจะคุ้นเคยกับการลงชื่อเข้าใช้ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook ล่าสุดบน iOS 13 ได้เปิดตัว Sign In with Apple ซึ่งเป็นวิธีการใหม่ในการลงชื่อเข้าใช้ในแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์อย่างเป็นส่วนตัว เพียงแค่ใช้ Apple ID ก็สามารถยืนยันตัวตนได้โดยไม่ต้องใช้บัญชีโซเซียลมีเดีย

นอกจากนี้ ยังปกป้องความเป็นส่วนตัวด้วยการใช้ ID แบบสุ่มที่ไม่ซ้ำกันให้แก่นักพัฒนา ซึ่งในกรณีที่นักพัฒนาสอบถามชื่อและอีเมล ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะเก็บที่อยู่อีเมลไว้เป็นความลับแล้วให้ข้อมูลที่อยู่อีเมลแบบสุ่มที่ไม่ซ้ำกันไปแทนได้

 

Apple Maps ออกแบบใหม่ ละเอียดขึ้นกว่าเดิม

ด้านแผนที่อย่าง Apple Maps นั้น ได้รับการออกแบบใหม่ที่มาพร้อมกับข้อมูลที่ละเอียดขึ้น ทั้งข้อมูลทางเท้า, ข้อมูลที่อยู่ รวมถึงข้อมูลพื้นดินที่ละเอียดมากกว่าเวอร์ชันก่อน ซึ่ง Apple Maps เวอร์ชันใหม่เปิดให้ใช้งานแล้วในรัฐบางแห่งในสหรัฐฯ โดยจะเปิดให้ใช้ทั่วทั้งสหรัฐฯ ภายในปี 2019 และปี 2020 สำหรับประเทศอื่น ๆ

ไม่เพียงเท่านั้น Apple Maps ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่อย่าง Look Around กับภาพถ่าย 3 มิติความละเอียดสูง (คล้าย Google Street View) และ Collections ที่ผู้ใช้สามารถแชร์ร้านอาหาร, สถานที่ท่องเที่ยว หรือแหล่งช้อปปิ้งกับเพื่อน ๆ ได้ นอกจากนี้ ยังมี Favorites สำหรับการนำทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ไปบ่อย เช่น บ้าน หรือที่ทำงาน ได้ทันทีด้วยการแตะจากหน้าแรกของแอปฯ

 

Memoji ใหม่ สามารถเปลี่ยนเป็นสติกเกอร์ได้

สำหรับ Memoji เวอร์ชันใหม่นั้น สามารถเปลี่ยนเป็นสติกเกอร์ที่มาพร้อมกับคีย์บอร์ด iOS โดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งในแอปฯ ข้อความ, อีเมล และแอปฯ อื่น ๆ ซึ่ง Memoji ใหม่นี้ มาพร้อมกับทรงผมใหม่, เครื่องประดับศีรษะ, เครื่องสำอาง และการเจาะร่างกายแบบต่าง ๆ ทำให้สามารถสร้าง Memoji ได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น

 

แอปฯ Reminders ลุคใหม่ คุณสมบัติเพียบ

ด้านแอปฯ Reminders หรือแอปฯ เตือนความจำนั้น มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่หลายอย่าง ด้วยแถบเครื่องมือแบบด่วน ทำให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มเวลา, วันที่, สถานที่, เพิ่มเอกสารแนบ หรือปักหมุดได้ อีกทั้งยังสามารถแท็กบุคคลอื่นเพื่อช่วยเตือนความจำได้อีกด้วย

 

Siri Shortcuts รองรับ Suggested Automations แล้ว

สำหรับ Siri ผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียง มาพร้อมกับเสียงใหม่ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น และ Siri Shortcuts รองรับ Suggested Automations แล้ว ซึ่งจะช่วยแนะนำกิจวัตรประจำวันที่สามารถปรับแต่งให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นได้

 

QuickPath ฟังก์ชันใหม่บนคีย์บอร์ด iOS พิมพ์มือเดียวได้ง่ายขึ้นด้วยการลาก

น่าจะเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ผู้ใช้ต่างเฝ้ารอกันมาอย่างยาวนานอีกเช่นกัน สำหรับฟีเจอร์ QuickPath บนคีย์บอร์ด iOS ที่ช่วยให้การพิมพ์แบบมือเดียวบนคีย์บอร์ด iOS ง่ายขึ้นด้วยการปัดนิ้วผ่านตัวอักษรของคำที่ต้องการพิมพ์ ซึ่งเบื้องต้นนั้น รองรับเฉพาะบางภาษาเท่านั้น

 

นอกเหนือจากคุณสมบัติในการข้างต้นแล้ว iOS 13 ยังรองรับฟีเจอร์ใหม่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • CarPlay อัปเดต Dashboard แบบครั้งใหญ่ สามารถดูเพลง, แผนที่ และอื่น ๆ อีกมากมายได้ในมุมมองเดียว อีกทั้งยังมีแอปฯ ปฏิทินใหม่ และการรองรับ Siri สำหรับการนำทางและแอปฯ ฟังเพลงของผู้พัฒนารายอื่น
  • Messages สามารถแชร์ชื่อและรูปภาพของผู้ใช้ รวมถึง Memoji หรือ Animoji แบบปรับแต่งได้โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ระบุได้ทันทีว่าใครอยู่ในบทสนทนาบ้าง
  • HomePod สามารถแยกแยะเสียงของผู้ใช้จากเสียงของคนอื่นๆ ในบ้านได้แล้ว ทำให้สามารถทำตามคำสั่งการของแต่ละบุคลลได้ ซึ่งรวมถึงการส่งข้อความ, การฟังเพลง และอื่น ๆ
  • Radio อนุญาตให้ Siri เข้าถึงสถานีวิทยุกว่า 100,000 สถานีจาก iHeartRadio, radio.com และ TuneIn
  • AirPods เพิ่มคุณสมบัติใหม่ให้ Siri อ่านข้อความที่เข้ามาได้ทันทีจากแอปฯ Messages หรือแอปฯ ข้อความอื่น ๆ ที่ใช้งานร่วมกับ Siri Kit ได้
  • คุณสมบัติการแชร์เสียงใหม่ ช่วยให้ผู้ใช้ชมภาพยนตร์หรือแชร์เพลงกับเพื่อนได้ง่ายขึ้น เพียงแค่นำหูฟังอีกคู่มาไว้ใกล้ ๆ กับ iPhone หรือ iPad
  • แอปฯ Files มาพร้อมกับคุณสมบัติในการแชร์โฟลเดอร์กับ iCloud Drive และการเข้าถึงไฟล์จากอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก อย่างเช่น SD Card หรือ USB Flash Drive
  • แอปฯ Health ช่วยให้ผู้ใช้ติดตามสุขภาพการได้ยินและเพิ่มวิธีใหม่ ๆ ในการติดตาม, แสดงผลด้วยภาพ และคาดการณ์รอบการมีประจำเดือนของผู้หญิงได้
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มเติมทำให้ทั้งระบบตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปลดล็อคด้วย Face ID ที่รวดเร็วกว่าเดิม และวิธีการจัดแพ็คเกจแอปฯ iPhone แบบใหม่บน App Store ที่ช่วยให้ขนาดดาวน์โหลดของแอปฯ ลดลงถึง 50% ช่วยให้การอัปเดตแอปฯ เล็กลงกว่า 60% ซึ่งส่งผลให้การเปิดแอปฯ เร็วขึ้นถึงสองเท่าอีกด้วย

 

iOS 13 รองรับบนอุปกรณ์ใดบ้าง ?

  • iPhone XS Max
  • iPhone XS
  • iPhone XR
  • iPhone X
  • iPhone 8
  • iPhone 8 Plus
  • iPhone 7
  • iPhone 7 Plus
  • iPhone 6S
  • iPhone 6S Plus
  • iPhone SE
  • iPod Touch (Gen 7)

 

โดย iOS 13 จะเปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นช่วงหลังเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

 

 

-------------------------------------
ที่มา : apple.com
แปลและเรียบเรียง : techmoblog.com

Update : 04/06/2019

iOS 13

ข่าวอัพเดทล่าสุด