หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[สรุป] งานเปิดตัว iPhone5 พร้อมผลิตภัณฑ์ใหม่ iPod Touch gen 5 (ไอพอด ทัช) และ iPod nano (ไอพอด) แบบละเอียด พร้อมข้อมูล Spec และราคา iPhone 5 ราคา iPod touch gen 5 และ ราคา ipod nano ในไทย [13 ก.ย. 2555]

[13-กันยายน-2555] "ไอโฟน 5 (iPhone 5) เปิดตัวแล้ว!" คำที่หลายๆ คนอยากจะได้ยินมากที่สุด ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วครับ เมื่อค่ำคืนวันที่ 12 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งนอกจากภายในงาน จะมีการเปิดตัว ไอโฟน 5 (iPhone 5) ยังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Apple ด้วยครับ นั่นก็คือ iPod Touch Gen 5 (ไอพอด ทัช) และ iPod nano (ไอพอด) ซึ่งทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์นี้ เป็นข่าวน้อยมาก เมื่อเทียบกับความร้อนแรงของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) แต่ก็ถือว่า สมใจผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลง จาก iPod Touch Gen 5 (ไอพอด ทัช) และ iPod nano (ไอพอด) ครับ

โดยงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งนำโดยดาวเด่น ไอโฟน5 (iPhone5) นั้น จัดขึ้นที่ Yerba Buena Center for the Arts ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับการเปิดตัว The new iPad (iPad 3) นั่นเองครับ สำหรับท่านที่พลาด ช่วงเวลาในการเปิดตัว ไอโฟน5 (iPhone5) ไป ในวันนี้ ทีมงาน techmoblog ได้รวบรวม ภาพบรรยากาศ ทั้งรายละเอียดงาน ตั้งแต่เริ่มต้น จนจบ พร้อมข้อมูลสเปค และราคา ของผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในงาน ทั้ง ไอโฟน5 (iPhone5) iPod Touch Gen 5 (ไอพอด ทัช) และ iPod nano (ไอพอด) มาให้ชมกันครับ

    SPONSORED

** ขอบคุณภาพบรรยากาศ จาก engadget และ theverge ด้วยครับ

สถานที่จัดงาน Yerba Buena Center for the Arts

สื่อมวลชนที่รอเข้าทำข่าว

บรรยากาศด้านในหอประชุม กับโลโก้ Apple ที่เราคุ้นเคย

กองทัพสื่อมวลชนจากทั่วทุกมุมโลก มารวมตัวกันที่นี่ เพื่อเป็นสักขีพยานในการเปิดตัว ไอโฟน 5 (iPhone 5) ร่วมกัน

เปิดงานด้วย Tim Cook ซีอีโอจาก Apple

เริ่มต้นงาน ด้วยการแนะนำ Apple Store สาขาใหม่ล่าสุดที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน

พร้อมกับสรุปจำนวน Apple Store มีทั้งหมด 380 แห่ง ใน 12 ประเทศ โดยประเทศที่ 13 คือสวีเดน ซึ่งกำลังจะเปิดตัวในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ครับ

ซึ่งจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม Apple Store ในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา (เมษายน - มิถุนายน) อยู่ที่ประมาณ?83 ล้านคนทั่วโลก

มาต่อกันที่ OS X Mountain Lion ครับ ที่มีจำนวนดาวน์โหลดนับตั้งแต่วันเปิดจำหน่าย อยู่ที่ 7 ล้านดาวน์โหลดแล้ว และถือว่า เป็นเวอร์ชั่นของ OS X ที่จำหน่ายได้เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา

สำหรับสินค้าในตระกูล MacBook ครองอันดับ 1 ส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกา และมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 27%

ส่วนยอดจำหน่าย iPad ในช่วงไตรมาสที่ 2 (เมษายน - มิถุนายน) อยู่ที่ประมาณ 17 ล้านเครื่องครับ

ยอดขาย iPad โดยรวม สิ้นสุดเดือนมิถุนายน อยู่ที่ 84 ล้านเครื่อง

สำหรับแอพพลิเคชั่นบน iOS นั้น ขณะนี้มีอยู่ 700,000 แอพพลิเคชั่น แบ่งเป็นแอพพลิเคชั่นบน iPad จำนวน 250,000 แอพพลิเคชั่น และมีอัตราการดาวน์โหลดถึง 90% ทุกเดือนครับ

สรุปรวมจำนวนผลิตภัณฑ์ iOS ทั้ง iPhone, iPod Touch และ iPad สิ้นสุดเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขายได้ 400 ล้านเครื่องทั่วโลกครับ

และต่อไป เป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เป็น ไฮไลท์ ของงาน นั่นก็คือ ไอโฟน 5 (iPhone 5)

มากันที่ลักษณะเด่นของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) กันก่อนครับ นั่นก็คือ ตัวเครื่องบางลง 18% เหลือ 7.6 มม. (จากเดิม 9.3 มม.)

ไอโฟน 5 (iPhone 5) น้ำหนักเบาลง 20% เหลือ 112 กรัม (จากเดิม 137 กรัม)

หน้าจอ ไอโฟน 5 (iPhone 5) มีขนาด 4 นิ้ว แบบ Retina display ความละเอียด 1136 x 640 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซลต่อนิ้ว อยู่ที่ 326 ppi

แม้ว่าขนาดหน้าจอจะยาวขึ้น แต่ก็ยังสามารถใช้งานด้วยมือเดียว ได้เหมือนกับ iPhone รุ่นอื่นๆ

ไอโฟน 5 (iPhone 5) รองรับเครือข่าย LTE เป็นรุ่นแรกในกลุ่มของ iPhone ครับ โดยเป็นชิปแบบ Single chip สามารถรองรับเครือข่าย LTE ได้ทั่วโลก

ส่วน Wi-Fi นั้น เป็นแบบ 802.11 a/b/g/n ซึ่งรองรับความถี่แบบ Dual-band 2.4GHz และ 5GHz ถือว่า เร็วกว่า iPhone 4S

สำหรับชิปเซ็ทนั้น เป็น Apple A6 ซึ่งซีพียูเร็วกว่า Apple A5 สองเท่า และประมวลผลกราฟฟิคเร็วกว่า 2 เท่าด้วยเช่นกัน

และนี่ก็คือ ความสามารถในการประมวลผลที่เร็วขึ้นบน Apple A6 ครับ สามารถเปิดแอพพลิเคชั่นได้เร็ว 2 เท่า เซฟภาพจาก iPhoto ได้เร็ว 1.7 เท่า

สำหรับระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่นั้น แม้ว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะรองรับเครือข่าย LTE แล้วก็ตาม แต่ยังสามารถคงการใช้งานได้สูงสุดที่ 8 ชั่วโมงครับ (3G) ทั้งนี้ เป็นเพราะชิปเซ็ท Apple A6 ด้วยเช่นกัน

กล้องด้านหลังตัวเครื่อง แบบ iSight ความละเอียดที่ 8 ล้านพิกเซล (เท่า iPhone 4S) มีเซนเซอร์รับภาพแบบ Backside illumination ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการถ่ายภาพในที่มืด ฟิลเตอร์แบบ Hybrid IR เลนส์ทั้งหมด 5 ชิ้น และ รูรับแสง กว้างสูงสุดที่ F/2.4 นอกจากนี้ ชิปเซ็ท Apple A6 นั้น ยังช่วยให้การถ่ายภาพเร็วขึ้นอีกด้วยครับ

ฟีเจอร์ใหม่บน iOS 6 กับการถ่ายภาพแบบ Panorama ซึ่งได้กว้างสูงสุดที่ 240 องศา ความละเอียดของภาพสูงสุดที่ 28 ล้านพิกเซล

นอกจากนี้ กล้องด้านหลัง ยังสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้สูงสุด 1080p พร้อมระบบกันภาพสั่น ระบบ Face detection ตรวจจับตำแหน่งของใบหน้า และที่สำคัญ ยังสามารถถ่ายภาพนิ่ง ไปพร้อมๆ กับการถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้อีกด้วยครับ

ส่วนกล้องด้านหน้า ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล 720p มีเซนเซอร์รับภาพแบบ Backside illumination ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการถ่ายภาพในที่มืด ระบบ Face detection ตรวจจับตำแหน่งของใบหน้า นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งาน FaceTime บนเครือข่าย 3G และ 4G ได้อีกด้วย

ไมโครโฟน มีทั้งหมด 3 จุดด้วยกัน คือ ด้านหน้า ด้านล่าง และด้านหลังตัวเครื่อง

นอกจากนี้ ตรงหูฟังสำหรับสนทนา ยังเป็นแบบตัดเสียงรบกวนรอบข้างด้วยครับ

Lightning connector สาย data แบบใหม่ ที่เล็กกว่าแบบเดิมถึง 80% โดยเหลือเพียงแค่ 8-pin เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีความทนทานเพิ่มขึ้นด้วย

แต่สำหรับอุปกรณ์เสริม ที่ยังเป็นพอร์ตการเชื่อมต่อแบบเดิม 30-pin สามารถเชื่อมต่อกับ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ได้ โดยใช้ตัวแปลง Lightning to 30-pin Adapter ครับ ซึ่งจำหน่ายบน App Store ในราคาประมาณ 900 บาท

และแน่นอนครับ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 6 ซึ่งมีฟีเจอร์การใช้งานเพิ่มขึ้นมากมายเลยทีเดียว

อย่างแรกก็คือ Interface ครับ เนื่องจาก ไอโฟน 5 (iPhone 5) มีขนาดหน้าจอที่ยาวขึ้น ทำให้การจัดเรียงไอคอนในแนวตั้ง เป็นแบบ 5 แถวแล้ว ส่วนแอพพลิเคชั่น YouTube ถูกถอดออกไป และ Google Maps ถูกแทนที่ด้วย Apple Maps ครับ

หน้าตาของ Apple Maps ครับ ที่มีการใช้งานคล้ายกับ Google Maps เลยนั่นเอง แต่ถ้าเทียบความละเอียดของข้อมูลนั้น ในขณะนี้ Apple Maps ยังไม่สามารถสู้กับเจ้าตลาดอย่าง Google ได้ แต่เชื่อว่า ในอนาคต คงจะดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ระบบนำทางแบบ turn-by-turn navigation บน Apple Maps

มุมมองภาพ Flyover แบบ 3 มิติบน Apple Maps

บน iOS 6 นั้น สามารถทวีตข้อความบน Twitter ได้จากส่วนของ Notification center ได้เลย

เบราเซอร์ Safari แบบใหม่ สามารถดูแบบ Full screen ถ้าหากใช้งานในแนวนอน

VIP ในส่วนของอีเมล เป็นเหมือนอีเมลพิเศษ สำหรับบุคคลที่เราไม่ต้องการให้พลาดทุกการติดต่อครับ สมมติว่า เราตั้งอีเมลของคุณพ่อคุณแม่ เป็น VIP mail เวลาที่มีอีเมลเข้ามา จะเข้ามาอยู่ในส่วน VIP เลย ไม่ได้ไปอยู่ในส่วนของ Inbox ซึ่ง VIP mail นี้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอีเมลเข้ามาจำนวนมากในแต่ละวันครับ

Passbook แหล่งรวมคูปองต่างๆ boarding card คูปองของขวัญ ตั๋วหนัง ส่วนลด และอื่นๆ

Photo Stream แชร์ภาพจากอุปกรณ์ของเรา ไปยังอุปกรณ์ iOS อื่นที่มี นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกให้เพื่อนเข้ามาดูรูปใน Photo Stream ได้ กด Like ได้ และคอมเมนต์ภาพได้ด้วยครับ ซึ่งส่วนนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ Facebook นะครับ แยกกัน

ต่อมา เป็นความสามารถใหม่ของผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Siri ครับ โดยสามารถสอบถามผลการแข่งขันกีฬา ถามรอบหนัง หรือสั่งให้โพสข้อความลง Facebook เป็นต้น

สรุปราคา ไอโฟน 5 (ราคา iphone 5) ครับ มีทั้งหมด 3 ความจุคือ 16GB 32GB และ 64GB ราคา $199, $299 และ $399 ตามลำดับ ซึ่งราคานี้ เป็นแบบติดสัญญา 2 ปี ส่วน iPhone 4S ความจุ 16GB ได้ปรับลงมาเหลือ $99 และ iPhone 4 รับเครื่องไปเลยฟรีๆ ถ้าหากสมัครแพกเกจเป็นเวลา 2 ปีครับ

ไอโฟน 5 (iPhone 5) เปิดพรีออเดอร์วันแรก 14 กันยายนนี้ และเปิดจำหน่ายรอบแรก 21 กันยายน ใน 9 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์

ไอโฟน 5 (iPhone 5) เปิดจำหน่ายรอบที่ 2 ในวันที่ 28 กันยายน ทั้งหมด 22 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยี่ยม สาธารณเช็ก เดนมาร์ค เอสโทเนีย ฟินแลนด์ ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี ลิกเตนสไตน์ ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวาเกีย สโลเวเนีย สเปน สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งยังไม่มีประเทศไทยครับ

และในเดือนธันวาคม ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะเปิดจำหน่ายครบ 100 ประเทศ 240 เครือข่าย แน่นอนครับว่า ใน 100 ประเทศนี้ มีรายชื่อของประเทศไทยอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ฉะนั้น เราคงต้องเดากันแล้วว่า ช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคมนี้ ไอโฟน 5 (iPhone 5) น่าจะจำหน่ายในประเทศไทยช่วงเดือนอะไรกันแน่ ซึ่งผมเดาว่า น่าจะเป็นเดือนตุลาคมครับ แต่จะเป็นต้นเดือน กลางเดือน หรือปลายเดือนนั้น เร็วๆ นี้คงจะได้ทราบกันอย่างแน่นอน

จบจาก ไอโฟน 5 (iPhone 5) แล้ว ต่อไปเป็นเรื่องของ iTunes กันบ้าง ซึ่ง Apple ได้เปิดเผยข้อมูลของ iTunes Store ว่า มีทั้งหมด 63 ประเทศแล้ว มีสมาชิกอยู่ทั้งหมด 435 ล้านคนทั่วโลก แบ่งเป็นการดาวน์โหลดจากอุปกรณ์พกพาถึง 60% ครับ

นอกจากนี้ iTunes ยังได้มีการออกแบบใหม่ ปรับปรุงด้านประสิทธิภาพในการใช้งาน ปรับปรุงด้านการค้นหา และสามารถแชร์ลง Facebook และ Twitter ได้

โดย iTunes บน iOS ฉบับปรับปรุงใหม่ จะให้ใช้งานในวันที่ 19 กันยายนนี้

นอกจากนี้ ยังมีการเผยโฉม iTunes บน OS X ด้วยครับ ซึ่งมีฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่เรียกได้ว่า ใช้งานง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งการค้นหา และการฟังเพลง ซึ่งจะเปิดให้ใช้งานประมาณเดือนตุลาคมนี้

mini-player โฉมใหม่ มีขนาดเล็ก กระทัดรัด สามารถค้นหาเพลงใหม่ได้ จากปุ่มแว่นขยาย (ขวาสุด)

ต่อไปเป็นการเปิดตัวอุปกรณ์มัลติมีเดียแบบพกพากันบ้าง เริ่มที่ iPod nano ครับ เป็นรุ่นที่ 7 แล้ว (iPod nano Gen 7)

หน้าตาของ iPod nano Gen 7 ครับ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเล็กน้อย

ความหนาของตัวเครื่อง 5.4 มม. บางลงกว่ารุ่นก่อน 38% ครับ

ปุ่มควบคุมการใช้งานครับ ด้านบนและด้านล่าง เป็นปุ่มปรับเสียง

ส่วนตรงกลาง เป็นปุ่ม Play / Pause / Forward / Back

iPod nano Gen 7 มีหน้าจอขนาด 2.5 นิ้ว รองรับระบบมัลติทัช

และมีปุ่ม Home ครับ

รองรับการชมคลิปวิดีโอแบบ Widescreen

รองรับการเชื่อมต่อกับ Bluetooth

ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อนั้น ก็เป็นแบบ Lightning connector ครับ

แบตเตอรี่ รองรับการใช้งานด้านฟังเพลงได้สูงสุด 30 ชั่วโมง

iPod nano Gen 7 มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีเงิน สีดำ สีม่วง สีเขียว สีฟ้า สีเหลือง และสีแดง

ต่อมาเป็น iPod touch Gen 5 ครับ

หน้าตาของ iPod touch Gen 5 มีความคล้าย iPhone 5 เล็กน้อย แต่บางกว่า

iPod touch Gen 5 บางเพียง 6.1 มม. หนัก 88 กรัม และถือว่า เป็นรุ่นที่เบาที่สุดในตระกูล iPod touch ด้วย

ด้านหลัง iPod touch Gen 5 ครับ เป็นดีไซน์ที่แปลกตาเล็กน้อย ซึ่งตัวเครื่องด้านหลังนั้น ทำมาจากอะลูมิเนียม มีกล้องหลัง และแฟลชด้วย!

และแน่นอน พอร์ตการเชื่อมต่อ เป็นแบบ Lightning connector ครับ

iPod touch Gen 5 มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 4 นิ้ว เท่า iPhone 5 และเป็นแบบ Retina display

ใช้ชิป Apple A5 ครับ ซึ่งเป็นซีพียูแบบ Dual-core Processor เร็วขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า ส่วนระบบประมวลผลกราฟฟิค เป็นแบบ Dual-core Processor เร็วขึ้นกว่าเดิม 7 เท่าครับ

รองรับการใช้งานด้านการฟังเพลงสูงสุด 40 ชั่วโมง (นานกว่า iPod nano อีกนะครับเนี่ย) ส่วนการใช้งานวิดีโอ รองรับสูงสุด 8 ชั่วโมง

สเปคกล้องของ iPod touch Gen 5 ครับ เป็นกล้องแบบ iSight เช่นเดียวกับ iPhone 5 ความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล มีเซนเซอร์รับภาพแบบ Backside illumination ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการถ่ายภาพในที่มืด ฟิลเตอร์แบบ Hybrid IR เลนส์ทั้งหมด 5 ชิ้น และ รูรับแสง กว้างสูงสุดที่ F/2.4 ระบบ autofocus และมี LED Flash ด้วย ส่วนกระจกเลนส์นั้น ทำมาจาก Sapphire crystal เช่นเดียวกับ iPhone 5 ครับ

จุดกลมๆ ด้านล่างตัวเครื่องนี้ เรียกว่า iPod touch loop มีไว้สำหรับแปะสายคล้องมือ กัน iPod touch Gen 5 หล่นขณะใช้งานครับ ซึ่งสายคล้องนั้น ไม่ใช่ว่า จะใช้สายอะไรก็ได้นะครับ จะต้องเป็นสายที่ถูกออกแบบมาเพื่อ iPod touch Gen 5 เท่านั้น

กล้องด้านหลัง สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้สูงสุด 1080p มีระบบกันภาพสั่น และ Face detection ระบบตรวจจับใบหน้าครับ

ส่วนกล้องด้านหน้า เป็นกล้อง FaceTime ความละเอียดสูงสุด 720p มีเซนเซอร์รับภาพแบบ Backside illumination ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการถ่ายภาพในที่มืด และ Face detection ระบบตรวจจับใบหน้าครับ

iPod touch Gen 5 รองรับ Bluetooth 4.0 และ Wi-Fi นั้น เป็นแบบ 802.11 a/b/g/n ซึ่งรองรับความถี่แบบ Dual-band 2.4GHz และ 5GHz

มีระบบ AirPlay Mirroring หรือการเชื่อมต่อ iPod Touch Gen 5 ออกหน้าจอทีวี โดยผ่าน Apple TV ครับ ซึ่ง iPod touch Gen 5 ไม่รองรับ 4G นะครับ

iPod touch Gen 5 รองรับ iOS 6 แน่นอน มี Siri ด้วย

iPod touch Gen 5 มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเงิน สีดำ สีฟ้า สีเหลือง และสีแดง

และสายคล้องมือ iPod touch loop ก็เป็นสีเดียวกับตัวเครื่องด้วยครับ

ต่อมาเป็นหูฟังแบบใหม่ครับ EarPods ที่ถูกออกแบบให้เข้ากับลักษณะของหูทุกรูปแบบครับ ซึ่งทาง Apple มั่นใจว่า หูฟัง EarPods นี้ ใช้ยังไงก็ไม่หลุดจากหูครับ ไม่ว่าจะกระโดด วิ่ง หรืออะไรก็ตาม

มาดูราคาของอุปกรณ์มัลติมีเดียพกพากันบ้าง โดยในครั้งนี้ Apple ได้เปิดตัวทั้งหมด 2 รุ่นคือ iPod nano Gen 7 และ iPod touch Gen 5 โดย iPod nano Gen 7 ความจุ 16GB ราคา $149 (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 5,500 บาท) ส่วน iPod touch Gen 5 มีตั้งแต่ความจุ 32GB ขึ้นไป ราคา $299 ประมาณ 9,900 บาท และรุ่นความจุ 64GB อยู่ที่ $399 หรือประมาณ 13,500 บาท โดยทั้ง ipod nano gen 7 และ ipod touch gen 5 เปิดจำหน่ายตุลาคมนี้ครับ

ส่วนอีก 2 รุ่น iPod shuffle ความจุ 2GB ได้ปรับราคาลงมาเหลือ $49 (ประมาณ 2,200 บาท) และ ipod touch gen 4 ความจุ 16GB เหลือ $199 (ประมาณ 6,500 บาท) และความจุ 32GB เหลือ $249 (ประมาณ 8,500 บาท) ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ สามารถซื้อได้เลย ผ่านทาง Apple Store ครับ

และแล้ว Tim Cook ได้กล่าวปิดงาน พร้อมกับการแสดง จากวง The Foo Fighters เป็นอันจบงานครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับงานเปิดตัว ไอโฟน 5 (iPhone 5) ที่ยิ่งใหญ่สมการรอคอย (หรือเปล่า) กับผลิตภัณฑ์ด้านมัลติมีเดียแบบพกพา 2 รุ่น นั่นก็คือ ipod nano gen 7 และ ipod touch gen 5 พร้อมกับหูฟังแบบใหม่ EarPods และฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ อีกมากมาย และน่าเสียดายครับที่ ผลิตภัณฑ์อีก 1 รุ่นที่หลายๆ คนเฝ้ารอคอยอย่าง iPad mini (ไอแพด มินิ) ไม่ได้ถูกเปิดตัวในงานนี้ และคาดว่า น่าจะจัดเป็นงานเปิดตัวแยกต่างหากในเดือนตุลาคม ตามข่าวลือจริงๆ ก็ได้ครับ

ส่วน ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะมีคุณสมบัติเต็มๆ เป็นอย่างไร แตกต่างจาก iPhone 4S มากน้อยแค่ไหน ทั้งในเรื่องของสเปค และการออกแบบ ทีมงาน techmoblog ได้สรุปคุณสมบัติของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว สามารถติดตามอ่านต่อกันได้ จากลิงค์ด้านล่างครับ

อ่านต่อ สรุปข้อมูลงานเปิดตัว iPhone5 พร้อมข้อมูล Spec ราคา iPhone 5 และวันที่คาดว่าจะวางจำหน่ายในไทย

อ่านต่อ สเปค iPhone 5 แบบเต็มๆ คลิ๊กที่นี่

อ่านต่อ เปรียบเทียบ iPhone5 (ไอโฟน5) และ iPhone 4S ทั้งรูปลักษณ์ภายนอก และสเปค (Spec) iPhone 5 (ไอโฟน 5) พัฒนาจาก iPhone 4S อย่างไรบ้าง มาชมกัน!

อ่านต่อ เปิดตัวแล้ว iPod Touch Gen 5 ปรับโฉมใหม่ จอ 4 นิ้ว เท่า iPhone 5 กล้อง 5 ล้านพิกเซล วางขายตุลาคมนี้

อ่านต่อ เปิดตัวแล้ว iPod nano Gen 7 ดีไซน์ใหม่ รองรับมัลติทัช มีปุ่ม Home วางขายตุลาคมนี้

 

 

 

Update : 14/09/2012

    Promotion มือถือ แนะนำ

iPhone 5 iPhone 5 เปิดตัว เปิดตัว iPhone 5 ipod nano gen 7 ราคา iphone 5 iPod Touch Gen 5 ราคา ipod nano gen 7 ราคา ipod touch gen 5

ข่าวอัพเดทล่าสุด