[รีวิว] Samsung Galaxy Note 8 ที่สุดแห่งเรือธงพร้อมปากกา S Pen จัดเต็มอีกขั้นด้วยจอไร้กรอบไซส์ใหญ่เต็มตา แรงด้วย RAM 6GB จับคู่ขุมพลัง Exynos 8895 พร้อมกล้องคู่ Dual OIS รุ่นแรกของค่าย บนบอดี้ Metal-Glass ไม่กลัวน้ำ!

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Samsung Galaxy Note 8 สมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมกับปากกา S Pen อันเป็นเอกลักษณ์จากค่าย Samsung โดยภายในปีนี้ Galaxy Note 8 ถือว่าได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น การหันมาใช้งานดีไซน์จอไร้กรอบแบบ Infinity Display ไซส์ใหญ่ถึง 6.3 นิ้ว พร้อมขับเคลื่อนด้วยขุมพลังตัวแรง Exynos 8895 ซึ่งจะทำงานควบคู่กับหน่วยความจำ RAM ถึง 6GB และรันด้วยระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat ตั้งแต่แกะกล่อง ส่วนทางด้านปากกา S Pen นั้น ก็ได้รับการอัปเกรดเช่นเดียวกัน ด้วยการเปลี่ยนหัวปากกาเป็นยาง เส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 0.7 มม. ทำให้ไม่เกิดรอยขีดข่วนบนหน้าจอ รวมทั้งยังทำให้ขีดเขียนได้อย่างลื่นไหลเสมือนเขียนด้วยปากกาของจริง

    SPONSORED

 

นอกจากนี้ ยังชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพ ด้วยการมาพร้อมกับระบบกล้องคู่ Dual-Camera เป็นรุ่นแรกของ Samsung ซึ่งตัวกล้องมีทั้งเลนส์ Wide-Angle สำหรับเก็บภาพมุมกว้าง และเลนส์ Telephoto สำหรับซูมภาพแบบไม่สูญเสียรายละเอียด Optical Zoom 2X รวมถึงการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลายผ่านโหมด Live Focus ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่มาพร้อมกับความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Autofocus ที่ช่วยโฟกัสใบหน้าของผู้ใช้งาน ทำให้ภาพถ่ายที่ได้มีความคมชัดมากขึ้นนั่นเอง

โดย Samsung Galaxy Note 8 ก็เริ่มเปิดให้พรีออเดอร์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 - 17 กันยายน แต่ก่อนที่ Samsung Galaxy Note 8 จะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการนั้น เราลองไปดูกันหน่อยว่า สมาร์ทโฟนเรือธงในตระกูล Note รุ่นล่าสุด จะมีจุดเด่นอย่างไร และคุ้มค่าน่าใช้งานหรือไม่ ผ่านรีวิวแบบเจาะลึกจากทีมงาน Techmoblog

 

สเปก Samsung Galaxy Note 8
  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED แบบไร้กรอบ Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดสูงสุดระดับ 2K Quad HD+
  • ชิปเซ็คประมวลผล Exynos 8895 แบบ Octa-Core Processor
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 6GB แบบ LPDDR4X
  • หน่วยความจำภายในความจุ 64GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ความจุสูงสุด 256GB
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.7
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ Dual-Camera โดยแบ่งออกเป็น กล้องเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f  และกล้อง Wide-Angle ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/ พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Dual OIS, ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual Pixel และไฟแฟลชแบบ LED
  • คุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen
  • เซ็นเซอร์สแกนม่านตา Iris Scanner
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,300mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว และการชาร์จแบบไร้สาย
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat ครอบทับด้วย Samsung Experience

สเปก Samsung Galaxy Note 8 อย่างละเอียด คลิกที่นี่

 

รีวิว Samsung Galaxy Note 8 : ดีไซน์ และการออกแบบ

Samsung Galaxy Note 8 พลิกโฉมการดีไซน์ให้ก้าวล้ำขึ้นกว่ารุ่น Galaxy Note 7 ด้วยการเลือกใช้หน้าจอแบบไร้กรอบ Infinity Display ที่มีการลดพื้นที่ขอบบน และขอบล่างให้น้อยลง คล้ายกับในรุ่น Galaxy S8 แต่บริเวณขอบทั้งสี่ด้านของ Galaxy Note 8 มีความโค้งมนที่น้อยกว่า และหน้าจอค่อนข้างกว้างกว่าด้วย ต่างจาก Galaxy S8 ที่มีรูปร่างผอมเพรียว ทำให้เรามีพื้นที่ในการขีดเขียนด้วยปากกา S Pen มากกว่าเดิมนั่นเอง

ด้านการแสดงผล Samsung Galaxy Note 8 ถือว่าเป็น สมาร์ทโฟนตระกูล Note ที่มีจอใหญ่ที่สุดเท่าที่ Samsung เคยทำมา ด้วยการมาพร้อมจอ Super AMOLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K+ เสริมความแข็งแกร่งด้วยกระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass 5 เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งจุดเด่นของหน้าจอแบบ Super AMOLED คือการให้ภาพที่มีสีสันสดใส และสีดำที่ดำสนิท ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น

ที่ด้านบนของหน้าจอ ประกอบด้วย ไฟแสดงผลแบบ LED, ลำโพงสำหรับสนทนา, กล้องดิจิทัลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และเซ็นเซอร์สแกนม่านตา Iris Sensor

ที่ด้านล่างของหน้าจอ ไม่มีปุ่มโฮมแบบ Physical ซึ่งจะหันไปใช้งานปุ่มควบคุมแบบสัมผัส On-Screen

ที่ด้านซ้ายประกอบด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเรียกใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby ส่วนที่ด้านขวามีปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่องติดตั้งเอาไว้

ที่ด้านบน ประกอบด้วย ไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน และถาดใส่ซิมการ์ด ส่วนที่ด้านล่าง ประกอบด้วย ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, ลำโพงหลักของตัวเครื่อง และช่องเสียบปากกา S Pen

สำหรับถาดใส่ซิมการ์ดของ Samsung Galaxy Note 8 เป็นแบบ Hybrid Slot โดยผู้ใช้ต้องเลือกว่า จะใช้งานพร้อมกันแบบ 2 ซิมการ์ด หรือใช้งาน 1 ซิมการ์ด พร้อมใส่ microSD Card ไม่สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ด ไปพร้อมๆ กับใส่ microSD Card ได้

ส่วนที่ด้านหลังมาพร้อมกับบอดี้โลหะผสานกระจก Corning Gorilla Glass 5 พร้อมคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 สามารถกันน้ำได้ลึกสุด 1.5 เมตร เป็นเวลานานสุด 30 นาที

โดยที่ด้านบนมีการติดตั้งฟีเจอร์ชูโรงอย่างระบบกล้องคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 + 12 ล้านพิกเซล ซึ่ง Galaxy Note 8 นับว่าเป็นมือถือรุ่นแรกของ Samsung ที่ได้ใช้กล้องคู่เลยทีเดียว ถัดมาเป็นไฟแฟลชแบบ LED, เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งการที่ Samsung ได้ย้ายตำแหน่งปุ่มสแกนลายนิ้วมือใหม่ต่างจากรุ่น Galaxy S8 ก็เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสแกนลายนิ้วมือได้โดยที่ไม่พลาดไปโดนเลนส์กล้องหลังนั่นเอง

สำหรับปากกา S Pen ยังคงยึดดีไซน์เหมือนกับปากกาของ Galaxy Note 7 แต่ปรับหัวปากกาให้มีความเล็งลงเหลือเพียง 0.3 มม. รองรับแรงกดได้ 4096 ระดับ พร้อมเปลี่ยนวัสดุเป็นยางแทนพลาสติก ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนเขียนด้วยปากกาจริงๆ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำ IP68 เหมือนกับตัวเครื่องด้วย ทำให้ผู้ใช้สามารถนำไปเขียนใต้น้ำได้

ที่ด้านบนของตัวปากกาสามารถกดเล่นได้เหมือนปากกาจริงๆ ส่วนตรงกลางมีปุ่มควบคุมติดตั้งเอาไว้ ซึ่งหากกดค้างจะเปลี่ยนฟังก์ชันการทำงานเป็นยางลบ และหากกดสองครั้งขณะล็อคหน้าจออยู่ ก็จะเข้าสู่โหมด Screen off memo สำหรับขีดเขียนขณะที่หน้าจอดับอยู่นั่นเอง

สำหรับใครที่กังวลว่า หน้าจอแสดงผลแบบไร้กรอบ พร้อมขอบจอที่โค้งลงไปถึงด้านข้างตัวเครื่องของ Samsung Galaxy Note 8 จะทำให้หาฟิิล์มติดกันรอยมาติดยากหรือไม่ ? ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะในขณะนี้แบรนด์ผู้ผลิตฟิล์มกันรอยหลายราย เริ่มทยอยผลิตฟิล์มที่ออกแบบมาสำหรับ Samsung Galaxy Note 8 โดยเฉพาะแล้ว อย่างเช่น Focus Super Glass 3D Full Fram Tempered Glass ฟิล์มกระจกกันรอยสุดแกร่ง ที่ปกป้องได้เต็มจอลงถึงส่วนโค้ง พร้อมผิวสัมผัสที่ลื่น ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน และรองรับการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen ได้อย่างลื่นไหล ในขณะที่ยังคงความสดใสของหน้าจอได้เป็นอย่างดี

เปรียบเทียบดีไซน์กับรุ่นพี่อย่าง Samsung Galaxy Note 5 จะเห็นได้ว่า Galaxy Note 8 มีขนาดตัวเครื่องที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ตัวเครื่องค่อนข้างจะผอมเพรียวกว่า และมีพื้นที่ในการแสดงผลมากกว่าด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากการดีไซน์ตัวเครื่องแบบใหม่นั่นเอง

เทียบขนาดปากกา S Pen ของ Samsung Galaxy Note 8 และ Galaxy Note 5 จะเห็นได้ว่า ตัวปากกาของ Galaxy Note 8 นั้น จะมีความยาวที่สั้นกว่าเล็กน้อย ซึ่งช่วยทำให้หยิบจับได้ถนัดมือยิ่งขึ้น

 

รีวิว Samsung Galaxy Note 8 : อินเทอร์เฟส และการใช้งานเบื้องต้น

Samsung Galaxy Note 8 ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat พร้อมครอบทับด้วย UI ที่ทาง Samsung พัฒนาขึ้นมาเองในชื่อ Samsung Experience เวอร์ชัน 8.5 ที่พกพาฟีเจอร์เด็ดๆ ติดตัวมาเพียบ

ลากนิ้วจากบนลงล่างจะปรากฏแถบ Toggle Switch สำหรับเข้าถึงคีย์ลัดของตัวเครื่องได้อย่างง่ายๆ ส่วนแถบข้างล่างคือ Notification Center สำหรับแสดงการแจ้งเตือนต่างๆ ภายในเครื่อง

หากลากนิ้วลงมาจนสุด จะพบกับแถบคีย์ลัดทั้งหมด ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งไอคอนได้ตามใจชอบเพียงกดค้างไว้

จากหน้าโฮมสกรีน หากปัดไปด้านซ้ายจะพบกับ Bixby Home ซึ่งเป็นหน้าที่แสดงข้อมูลจากแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ Bixby รองรับ เช่น สภาพอากาศ หรือข่าวสาร ทำให้เราไม่ต้องไปไล่เปิดดูทีละแอปนั่นเอง

และหากปัดจากขอบด้านขวามาทางซ้าย จะพบกับฟังก์ชัน Edge Screen ซึ่งเป็นคีย์ลัดเข้าถึงแอปพลิเคชัน และรายชื่อผู้ติดต่อได้อย่างรวดเร็ว

โดยความพิเศษของหน้า Edge Screen ใน Samsung Galaxy Note 8 นั่นก็คือ เราสามารถเพิ่ม App Pair ซึ่งเป็นการเลือกจับคู่แอปพลิเคชันที่ใช้บ่อย ให้เปิดขึ้นพร้อมกันในโหมด Multi-Windows ผ่านการแตะเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งนับว่ามีประโยชน์สำหรับผู้ที่ใช้งานโหมดแบ่งหน้าจอการทำงานอยู่เป็นประจำมากเลยทีเดียว

สำหรับแอปพลิเคชันที่ติดตั้งมาให้ก็ถือว่าครบถ้วน ทั้งแอปพลิเคชันพื้นฐานจาก Google อย่างเช่น Youtube, Maps, Chromes หรือ Google Photos และทางฝั่งแอปพลิเคชัน Office จาก Microsoft ก็ติดตั้งมาให้ใช้งานกันแบบครบถ้วน

นอกจากนี้ยังมี แอปพลิเคชันเด็ดจาก Samsung ติดตั้งมาให้อีกเพียบ เช่น Secure Folder แอปพลิเคชันที่เปรียบเสมือนตู้เซฟประจำเครื่อง ที่เราสามารถนำไฟล์ หรือแอปพลิเคชันไปจัดเก็บเอาไว้ในนั้นได้ และจะมีเพียงแค่เจ้าของเครื่องเท่านั้นที่สามารถเข้าถึง Secure Folder ได้ ซึ่งประโยชน์ของ Secure Folder นอกเหนือจากจะจัดเก็บไฟล์ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องกลัวคนอื่นรู้แล้ว เรายังสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเล่นแอปพลิเคชันแบบ 2 ID ได้ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชัน Samsung Pay นวัตกรรมชำระเงินผ่านบัตรเครดิตบนมือถือ (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Samsung Pay ได้ที่นี่)

ส่วนทางด้านผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby นั้น ในตอนนี้เราสามารถสั่งการด้วยเสียงได้แล้ว เพียงแค่กดปุ่ม Bixby ค้างไว้ และออกคำสั่งได้เลยทันที เช่น ถามสภาพอากาศ หรือการสั่งให้เปิด-ปิดแอปพลิเคชันที่ต้องการ แต่ในขณะนี้ Bixby ยังรองรับคำสั่งเสียงแค่ภาษาอังกฤษ และภาษาเกาหลีเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะมีการอัปเดตภาษาอื่นๆ ให้ได้ใช้ในอนาคต

ส่วน Air Command เมนูลัดสำหรับปากกา S Pen ก็ได้เพิ่มฟีเจอร์แบบใหม่ๆ มาให้ใช้งานเช่นเดียวกัน เริ่มตั้งแต่ ฟีเจอร์แปลภาษา Translate ที่จากเดิมแปลได้ทีละคำ ก็อัปเกรดให้แปลเป็นประโยคได้แล้ว นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มลูกเล่นใหม่อย่าง Live Message หรือการเขียนข้อความแบบเคลื่อนไหว ซึ่งเราสามารถนำไปแชร์ต่อให้เพื่อนๆ ดูได้โดยทันที

ส่วนทางด้าน Screen Off Memo หรือการขีดเขียนลงบนหน้าจอขณะหน้าจอดับนั้น ก็ได้รับการพัฒนาเช่นเดียวกัน ซึ่งใน Samsung Galay Note 8 เราสามารถเขียน Screen Off Memo ได้ถึง 100 หน้า นอกจากนี้ ยังสามารถปักหมุดเอาไว้บน Always On Display สำหรับแจ้งเตือนได้อีกด้วย ซึ่งนับว่าตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องจดบันทึกอยู่เป็นประจำเป็นอย่างมาก

อย่างที่กล่าวไปด้านต้นว่า Samsung Galaxy Note 8 มาพร้อมกับระบบสแกนม่านตา Iris Scanner เพื่อปลดล็อคเข้าสู่ตัวเครื่อง รวมถึงการยืนยันตัวตนขณะทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งผู้ใช้จะต้องไปตั้งค่าให้ตัวเครื่องจดจำม่านตาของเราเสียก่อน โดยจากที่ทดสอบก็พบว่า ระบบสแกนม่านตาสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วแม้ในที่แสงน้อย รวมทั้งยังสามารถสแกนได้แม้ผู้ใช้จะสวมใส่แว่นตา ทำให้เราไม่จำเป็นต้องถอดแว่นตาออกแต่อย่างใด

นอกจากนี้ Samsung Galaxy Note 8 ยังมาพร้อมกับระบบยืนยันตัวตนอีกหนึ่งทางเลือก นั่นก็คือ ระบบสแกนใบหน้า Face Recognition ทำให้รวมๆ แล้ว Samsung Galaxy Note 8 มีระบบยืนยันตัวตนถึง 6 รูปแบบเลยทีเดียว ประกอบด้วย PIN, Password, Pattern, Iris Scanner, Face Recognition และ Fingerprint

ข้ามมาที่ประสิทธิภาพการทำงานกันซักหน่อย โดยแม้ว่า Samsung Galaxy Note 8 จะยังเลือกใช้ชิปเซ็ตประมวลผล Exynos 8895 เหมือนกับที่ติดตั้งเอาไว้บนซีรีส์ Samsung Galaxy S8 แต่ได้อัปเกรดหน่วยความจำ RAM ให้มากขึ้นเป็น 6GB เพื่อรองรับการใช้งานทางด้าน Multitasking และฟีเจอร์แบ่งหน้าจอแบบ Multi Windows นั่นเอง โดยเมื่อลองทดสอบประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของตัวเครื่องด้วยแอปพลิเคชัน AnTuTu ก็พบว่า สามารถทำคะแนนได้อยู่ในระดับแนวหน้าที่ประมาณ 174267 คะแนน

ทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลของตัวชิปเซ็ต ด้วยแอปพลิเคชัน Geekbench พบว่า สามารถทำคะแนนประมวลผลแบบ Single-Core ได้ที่ 2034 คะแนน และทำคะแนนประมวลผลแบบ Multi-Core ได้ที่ 6780 คะแนน

ลองทดสอบด้วยเกมที่มีกราฟิก 3D สวยๆ รวมถึงเกมยอดฮิตอย่าง RoV เปิดโหมด 60fps ก็พบว่า สามารถเล่นได้อย่างไหล ไม่ปรากฏอาการหน่วงให้เห็น

 

รีวิว Samsung Galaxy Note 8 : กล้องถ่ายภาพ

Samsung Galaxy Note 8 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกจาก Samsung ที่ได้ใช้งานกล้องคู่ Dual-Camera โดยระบบกล้องคู่ของ Galaxy Note 8 ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว เนื่องจากมาพร้อมกับกล้องเลนส์ Telephoto สำหรับเก็บภาพซูม และกล้องเลนส์ Wide-Angle สำหรับเก็บภาพมุมกว้าง ซึ่งผู้ใช้สามารถเก็บภาพจากทั้งกล้องมุมกว้าง และกล้องซูม ได้ึพร้อมๆ กัน ผ่านการกดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ Samsung Galaxy Note 8 ยังเป็นมือถือรุ่นแรกของโลก ที่มาพร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Dual OIS ซึ่งเป็นการติดตั้งระบบ OIS ลงในกล้องทั้งสองตัวนั่นเอง

ด้านกล้องหน้าเซลฟี่ มาพร้อมกับความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.7 พร้อมเลนส์มุมมองกว้าง 80 องศา ทำให้เก็บภาพเซลฟี่แบบกว้างได้ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบ Autofocus คอยโฟกัสภาพใบหน้าของผู้ใช้งาน ทำให้ภาพที่ได้มีความคมชัด ไม่เบลอ นั่นเอง นอกจากนี้ กล้องหน้าของ Samsung ยังมีโหมด Beauty สำหรับใบสีผิว และความเรียบเนียนของใบหน้าผู้ถ่ายให้มีความสวยงาม รวมทั้งยังเอาใจคอเซลฟี่ ด้วยลูกเล่นสติ๊กเกอร์แบบ 3D ที่สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งไปตามใบหน้าผู้ใช้งาน

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า พร้อมเปิดโหมด Beauty ที่ระดับ 4

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า พร้อมเปิดโหมด Beauty ที่ระดับ 7

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง พร้อมเปิดโหมดถ่ายภาพหน้าชัด หลังละลาย Live Focus

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง พร้อมเปิดโหมดถ่ายภาพหน้าชัด หลังละลาย Live Focus

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง พร้อมเปิดโหมดถ่ายภาพหน้าชัด หลังละลาย Live Focus

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง พร้อมเปิดโหมดถ่ายภาพหน้าชัด หลังละลาย Live Focus

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง พร้อมเปิดโหมดถ่ายภาพหน้าชัด หลังละลาย Live Focus

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง พร้อมเปิดโหมดถ่ายภาพหน้าชัด หลังละลาย Live Focus

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง พร้อมเปิดโหมดถ่ายภาพหน้าชัด หลังละลาย Live Focus

 

บทสรุปการใช้งาน

เรียกได้ว่า สมกับการรอคอยการกลับมาของสมาร์ทโฟนเรือธงตระกูล Note เลยทีเดียว สำหรับ Samsung Galaxy Note 8 ที่ในปีนี้ได้มีการอัปเกรดทั้งในเรื่องของดีไซน์ และสเปกให้ก้าวล้ำขึ้นกว่ารุ่น Galaxy Note 7 เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนมาใช้หน้าจอแสดงผลแบบไร้กรอบ Infinity Display ไซส์ใหญ่ถึง 6.3 นิ้ว พร้อมความคมชัดระดับ 2K+ ทำให้สามารถรับชมคอนเทนต์ได้แบบเต็มตาเต็มอารมณ์ รวมทั้งยังช่วยให้มีพื้นที่สำหรับขีดเขียนปากกา S Pen ได้มากขึ้นด้วย รวมถึงการอัปเกรด RAM ให้มากขึ้นเป็น 6GB ซึ่งนับว่ามากกว่า Galaxy S8 และ Galaxy S8+ ที่มี RAM เพียง 4GB เท่านั้น ทำให้ Galaxy Note 8 รองรับการทำงานฟังก์ชันแบ่งหน้าจอ Multi-Windows ได้อย่างลื่นไหล รวมทั้งยังช่วยในเรื่องของการจัดการ Multitasking ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนทางด้านปากกา S Pen แม้ว่าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงดีไซน์มากนัก แต่ก็ได้ปรับเปลี่ยนหัวปากกาเป็นยาง เพื่อช่วยลดรอยขีดข่วนบนหน้าจอ พร้อมปรับขนาดหัวเล็กลงเหลือเพียง 0.7 มม. ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการขีดเขียนได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ ให้แก่ปากกา S Pen เช่น Live Message สำหรับเขียนภาพเคลื่อนไหว และแชร์ส่งต่อให้แก่เพื่อนได้อย่างง่ายๆ, เขียน Screen Off Memo ได้สูงสุดถึง 100 หน้า รวมถึงการทำงานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby

และที่สำคัญ Samsung Galaxy Note 8 ยังมีจุดเด่นที่เหนือว่าเรือธงรุ่นพี่อย่าง Galaxy S8 และ Galaxy S8+ ด้วยการมาพร้อมระบบกล้องคู่ พร้อมรองรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอผ่านโหมด Live Focus ที่สามารถละลายฉากหลังได้แบบเรียลไทม์ รวมทั้งยังสามารถปรับระดับการละลายฉากหลัง หลังจากกดชัตเตอร์ไปแล้วได้อีกด้วย นอกจากนี้ กล้องคู่ของ Galaxy Note 8 ยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Dual Capture ที่จะเก็บภาพจากเลนส์ทั้งสองตัวภายในชัตเตอร์เดียว ทำให้ผู้ใช้งานไม่พลาดช็อตสำคัญไปนั่นเอง ส่วนทางกล้องหน้านั้น Galaxy Note 8 ยังคงติดตั้งความละเอียดมาให้ที่ 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.7 พร้อมระบบ Autofocus เหมือนกับ Galaxy S8 และ Galaxy S8+

ปิดท้ายด้วยราคาวางจำหน่ายกันซักหน่อย โดย Samsung Galaxy Note 8 เคาะราคาวางจำหน่ายเอาไว้ที่ 33,900 บาทซึ่งนับว่าแพงกว่ารุ่นท็อปในปีนี้อย่าง Galaxy S8+ อยู่ราว 3,000 บาทด้วยกัน แต่หากพิจารณาจากการที่ได้หน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น, RAM มากขึ้น, ระบบกล้องคู่ และได้ปากกา S Pen ด้วย ก็ถือว่าคุ้มค่าน่าอัปเกรดพอสมควร ซึ่งหากใครที่สนใจ ก็สามารถเข้าไปลองเล่นได้ที่ Samsung Brand Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศได้ครับ

 

จุดเด่นของ Samsung Galaxy Note 8

  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED แบบไร้กรอบ ไร้ปุ่มโฮม Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K+
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Exynos 8895 แบบ Octa-Core Processor ความเร็ว 2.3GHz
  • หน่วยความจำ RAM ไซส์ใหญ่ขนาด 6GB แบบ LPDDR4
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 + 12 ล้านพิกเซล ซึ่งแบ่งออกเป็น กล้องเลนส์ Wide-Angle และเลนส์ Telephoto รองรับการซูมภาพแบบไม่สูญเสียรายละเอียด Optical Zoom 2X พร้อมการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลายผ่านโหมด Live Focus และโหมด Dual Capture สำหรับเก็บภาพจากทั้งสองเลนส์ภายในเวลาเดียวกัน
  • ตัวเครื่องมีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 กันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร นานสุด 30 นาที
  • รองรับการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • เซ็นเซอร์สแกนม่านตา Iris Scanner
  • ผู้ช่วยอัจฉริยะ Bixby
  • รองรับนวัตกรรมชำระเงิน Samsung Pay
  • แบตเตอรี่ความจุ 3300mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว และการชาร์จแบบไร้สาย

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • เนื่องจากฝาหลังเป็นกระจก ทำให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • ไม่สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ด พร้อมกับใส่ microSD Card ได้

 

 

    Promotion มือถือ แนะนำ

Update : 14/09/2017

Samsung Galaxy Note 8 IT รีวิว Samsung Galaxy Note 8

ข่าวอัพเดทล่าสุด