[รีวิว] Samsung DeX อุปกรณ์เสริมสุดล้ำ แปลงร่าง Galaxy S8 ให้กลายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในพริบตา เคาะราคาขายแล้วที่ 3,900 บาท

นอกเหนือจากการเปิดตัว Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแล้ว ทาง Samsung ยังได้เผยโฉมของเล่นใหม่ที่น่าสนใจอย่าง Samsung DeX หรืออุปกรณ์ที่ช่วยแปลงร่าง Galaxy S8 และ Galaxy S8+ ให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะได้ในพริบตา พร้อมฟังก์ชันการทำงานที่ครบครันคล้ายคลึงกับระบบ Windows เลยทีเดียว โดยที่โปรแกรมที่เราสามารถใช้ได้ ต่างก็เป็นแอปพลิเคชันทั้งหมดที่มีอยู่ใน Galaxy S8 ทำให้ไม่ต้องลงโปรแกรมใหม่ให้ยุ่งยาก

    SPONSORED

โดยทาง Samsung ก็ได้นำ Samsung DeX เข้ามาวางจำหน่าย เพื่อให้ผู้ใช้ในประเทศไทยได้จับจองเป็นเจ้าของด้วย พร้อมเคาะราคาวางจำหน่ายเอาไว้ที่ 3,900 บาท ซึ่งภายในวันนี้ทางทีมงาน techmoblog ก็ขอพาทุกท่านไปรับชมกันหน่อยว่า Samsung DeX จะมีฟีเจอร์เด่นอย่างไรบ้าง และคุ้มค่าน่าจับจองเป็นเจ้าของหรือไม่ หากพร้อมแล้ว ไปดูกันดีกว่าครับ

รีวิว Samsung DeX : ดีไซน์ และการออกแบบ

เริ่มต้นที่แพ็กเกจกันก่อน Samsung DeX มาพร้อมกับกล่องสีดำล้วน ซึ่งที่ด้านหน้ามีการพิมพ์ภาพของตัวเครื่องให้เห็นกันแบบชัดเจน

อุปกรณ์ที่แถมมาให้ภายในกล่อง ประกอบด้วย แท่น Samsung DeX และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ข้ามมาที่ตัวเครื่องกันบ้าง โดย Samsung DeX มาพร้อมกับตัวเครื่องทรงกลม ลักษณะคล้ายกับแท่นชาร์จไร้สายของ Samsung ที่ด้านบนเป็นถาดเลื่อนเปิด-ปิด สำหรับวางสมาร์ทโฟน

ที่ด้านในมีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C ทำให้ Samsung DeX รองรับเฉพาะ Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ เท่านั้น ส่วนสมาร์ทโฟน Galaxy รุ่นอื่นๆ ไม่สามารถใช้งานได้

ที่ด้านล่างมีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้แบบครบถ้วน ประกอบด้วย พอร์ต USB 2.0 จำนวน 2 พอร์ต, พอร์ต Ethernet สำหรับเสียบสาย LAN, พอร์ต HDMI สำหรับเชื่อมต่อกับหน้าจอ และพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จไฟให้แก่ Samsung DeX

ด้านหลังติดตั้งพัดลมระบายความร้อนมาให้ด้วย

Adapter ที่นำมาจ่ายไฟให้กับ Samsung DeX จะต้องเป็น Adapter ที่รองรับเทคโนโลยี Fast Chrage จาก Samsung เท่านั้น ซึ่งหากเป็น Adapter รุ่นอื่น จะไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Samsung DeX ได้

สำหรับการติดตั้ง Samsung DeX ก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เสียบเมาส์, คีย์บอร์ด, ต่อสาย HDMI เข้ากับหน้าจอแสดงผล และเสียบ Samsung Galaxy S8 หรือ Galaxy S8+ เข้ากับแท่น Samsung DeX ก็เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในขณะที่ใช้งาน Samsung DeX จะคอยชาร์จแบตเตอรี่ให้มือถือแบบอัตโนมัติ จึงไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดกลางทาง

รีวิว Samsung DeX : อินเทอร์เฟส และการใช้เบื้องต้น

เมื่อเชื่อมต่อ Galalaxy S8 เข้ากับ Samsung DeX เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวมือถือจะทำการดับหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ และไม่สามารถปลุกหน้าจอขึ้นมาใช้งานได้ โดยเมื่อเข้าสู่โหมด DeX จะพบกับหน้า Lock Screen ก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งหากผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านบนสมาร์ทโฟนเอาไว้ Samsung DeX ก็จะบังคับให้เรากรอกรหัสผ่านด้วย เพื่อป้องกันคนอื่นแอบใช้นั่นเอง

ส่วนหากใครที่ตั้งค่าสแกนม่านตาเอาไว้ ก็สามารถสแกนเพื่อปลดล็อคได้เช่นเดียวกัน

ระบบปฏิบัติการของ Samsung DeX จริงๆ แล้วเป็น Android ที่รันบน Galaxy S8 แต่ได้มีการปรับแต่งรูปแบบการแสดงผลให้อยู่ในโหมดเดสก์ท็อป โดย UI ถูกออกแบบให้มีความสะอาดตา และใช้งานง่ายคล้ายกับระบบ Windows ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

ที่ด้านล่างมีแถบ Taskbar ซึ่งประกอบไปด้วย ปุ่มรวมแอป, Recent Apps และปุ่มโฮม ถัดมาจะเป็นแถบแสดงไอคอนแอปพลิเคชันที่เรากำลังใช้งานอยู่ ซึ่งผู้ใช้สามารถปักหมุดแอปพลิเคชันที่ใช้งานบ่อยไว้ตรงจุดนี้ได้

ส่วนที่ด้านขวาเป็น Statusbar ประกอบด้วย Notification, ไอคอนสถานะ, ปุ่มควบคุม Toggle Switch และวันที่-เวลาปัจจุบัน

เมื่อกดที่แถบ Nofication จะปรากฏการแจ้งเตือนในแนวตั้ง เหมือนกับสมาร์ทโฟน

ข้ามมาที่การใช้งานกันบ้าง โดยเมื่อกดปุ่มรวมแอปด้านล่างซ้าย จะพบกับรายชื่อแอปพลิเคชันทั้งหมดที่สามารถใช้งานได้ ซึ่งแอปเหล่านี้ก็เป็นแอปที่อยู่บนสมาร์ทโฟนนั่นเอง ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติมได้จาก Google Play Store และ Galaxy Apps 

หากกดที่ปุ่ม Recent Apps จะพบกับ Task Switcher หรือหน้าต่างแสดงแอปพลิเคชันที่กำลังทำงานอยู่ ซึ่งคล้ายกับการกด Alt + Tab ใน Windows นั่นเอง โดยเราสามารถสลับงานใช้งานระหว่างแอปพลิเคชัน หรือปิดแอปพลิเคชันที่ไม่ต้องการใช้งานแล้วจากหน้านี้ได้

ในขณะนี้ แอปพลิเคชันที่รองรับการใช้งานในโหมด DeX ก็เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแอปพลิเคชันพื้นฐานที่ใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Line, Microsoft Office, Lightroom หรือแอปพลิเคชันจาก Google อย่าง Google Docs และ Youtube

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ ถึงแม้จะเป็นแอป Android ตัวเดียวกับบนสมาร์ทโฟน แต่หากแอปนั้นรองรับโหมด DeX จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถย่อขยายหน้าต่างแอปพลิเคชันได้อย่างอิสระ ราวกับใช้ Windows เลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังรองรับการฟีเจอร์ Multi-Windows หรือการเปิดแอปพลิเคชันพร้อมๆ กัน ทำให้สลับใช้งานแอปพลิเคชันได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ส่วนแอปพลิเคชันที่ยังไม่รองรับโหมดเดสท็อปอย่าง Facebook ก็ยังสามารถรันบน DeX ได้ แต่จะแสดงผลในสัดส่วนแนวตั้งเหมือนกับที่ใช้งานบนสมาร์ทโฟน และไม่สามารถย่อ-ขยายหน้าจอได้

เกม Android ก็สามารถรันได้เช่นเดียวกัน แต่ในเบื้องต้นยังไม่รองรับการใช้งานเต็มรูปแบบ เนื่องจากโดยพื้นฐานแล้ว เกมบนมือถือจะควบคุมด้วยสองมือเป็นหลัก แต่หากเป็นเกมที่ไม่ต้องการบังคับยุ่งยากมากนักอย่าง Angry Bird หรือ Vainglory ยังสามารถเล่นได้ตามปกติ แต่จะมีการแสดงผลผิดเพี้ยนเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าทางผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน อาจมีการปรับปรุงจุดนี้ในอนาคต

แม้ว่าสมาร์ทโฟนจะไม่สามารถเปิดใช้งานได้เมื่อเชื่อมต่อกับ Samsung DeX แต่หากต้องการใช้งานวิดีโอคอล สมาร์ทโฟนก็จะเปิดกล้องหน้าให้แบบอัตโนมัติ ทำให้เราวิดีโอคอลไปพร้อมๆ กับเล่นแอปพลิเคชันอื่นได้ด้วย

ทดสอบการใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ดซักหน่อย ซึ่งก็พบว่า Samsung DeX สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ไม่ปรากฏอาการหน่วงให้เห็น

การรับชมคอนเทนต์สามารถเล่นจากไฟล์บนสมาร์ทโฟน หรือแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งได้โดยตรง ซึ่งสามารถแสดงผลได้เต็มหน้าจอ

บทสรุปการใช้งาน

สำหรับ Samsung DeX เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์เสริมที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เนื่องด้วยความสามารถการแปลงโฉมแอปพลิเคชัน Android ที่มีอยู่บน Galaxy S8 ให้กลายเป็นโหมดเดสท็อปก์ เพื่อใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งนับว่า Samsung DeX เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ที่มี Galaxy S8 อยู่แล้ว แต่ต้องการคอมพิวเตอร์ซักเครื่องหนึ่งเพื่อใช้งานเบื้องต้น เช่น การแก้ไขเอกสาร การท่องเว็บไซต์ หรือรับชมคอนเทนต์แบบจอใหญ่เต็มตา เพราะ Samsung DeX รองรับแอปพลิเคชันพื้นฐานอย่าง Microsoft Office รวมถึง Chrome และ Youtube ทำให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ Samsung DeX ยังมีขนาดกะทัดรัด และน้ำหนักเบา จึงทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานข้างนอกได้ด้วย ขอแค่มีหน้าจอแสดงผลที่มีพอร์ต HDMI และเมาส์เท่านั้น ซึ่งน่าจะเหมาะกับผู้ที่ต้องออกไปทำงานนอกสถานที่อยู่บ่อยๆ แต่ไม่อยากพกแล็ปท็อปให้หนักกระเป๋า เพราะสเปกภายในของ Galaxy S8 ซึ่งเป็นขุมพลังขับเคลื่อน Samsung DeX นั้น มีประสิทธิภาพที่เร็วแรงพอตัวเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แอปพลิเคชันบน Google Play Store บางส่วนยังไม่รองรับการทำงานในรูปแบบโหมดเดสท็อป ทำให้แสดงผลได้ไม่แตกต่างจากการเล่นบนมือถือเท่าไหร่นัก แต่หากพิจารณาจากผู้พัฒนารายใหญ่ๆ ที่เริ่มพัฒนาแอปพลิเคชันให้รองรับ Samsung DeX แล้ว คาดว่าในเร็วๆ นี้ จะมีแอปพลิเคชันทยอยปล่อยออกมาเพิ่มเติมอย่างแน่นอน

Samsung DeX ได้เคาะราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วที่ 3,900 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคมเป็นต้นไป หากใครสนใจ ก็สามารถไปทดลองทดสอบการใช้งานเบื้องต้นได้ที่ศูนย์บริการ Samsung หรือตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านครับ

ข้อควรทราบ: “เครื่อง Samsung DeX ที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทาง ซัมซุง เท่านั้น ยังไม่ใช่เครื่องที่วางจำหน่ายจริงแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นตัวเครื่อง หรือฟังก์ชันการทำงานบางอย่างอาจจะยังไม่สมบูรณ์ 100% เหมือนกับเครื่องที่วางจำหน่ายจริง”
 

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ 

 

---------------------------------------
บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

 

Update : 28/04/2017

Samsung DeX


8k Like 100 Share
8 กรกฎาคม 2559