iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เปิดตัวรุ่นพิเศษกับสีแดงใหม่ล่าสุดในรูปแบบ Product RED เตรียมวางขาย 24 มีนาคมนี้ กับราคาเริ่มต้นที่ 30,500 บาท ในความจุ 128GB!

หากยังจำกันได้ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สักประมาณ 1-2 เดือน ขณะนั้นมีข่าวหลุดออกมาว่า Apple จะเพิ่มสีใหม่ให้กับ iPhone ซึ่งมีผู้คาดการณ์กันไว้ว่าสีใหม่นั้นก็คือ สีแดง และมีภาพคอนเซ็ปต์ตัวเครื่องเผยออกมาให้ชมกันอย่างมากมาย ซึ่งผู้ใช้จำนวนมากก็ให้ความเห็นว่าหากไอโฟนมีสีแดงสดเช่นนี้ก็คงจะสวยงามไม่ใช่น้อย และดูเป็นเอกลักษณ์มากทีเดียว แต่ผู้ใช้อีกจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่า Apple จะเพิ่มสีแดงให้กับไอโฟนจริง ซึ่งล่าสุด Apple ก็ได้เปิดตัว iPhone 7 และ iPhone 7 Plus บนสีสันตัวเครื่องแบบใหม่กับสีแดงในโครงการ Product RED เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา
 

    SPONSORED


โครงการ Product RED ของ Apple เป็นนโยบายที่นำรายได้จากการจำหน่ายสินค้าไปสมทบทุนให้กับมูลนิธิช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ HIV หรือโรคเอดส์ (AIDS) ซึ่งส่วนใหญ่สินค้าที่เข้าร่วมโครงการ Product RED มักจะเป็นอุปกรณ์เสริม เช่น เคสป้องกันตัวเครื่อง เป็นต้น หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่มีราคาไม่สูงมาก ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ทำให้ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus กลายเป็นไอโฟนรุ่นแรกที่เข้าร่วมไลน์การผลิตของ Product RED อีกด้วย สำหรับราคาของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus สีแดงรุ่นพิเศษ มีรายละเอียด ดังนี้

- iPhone 7 RED รุ่นความจุ 128GB ราคา 30,500 บาท
iPhone 7 RED รุ่นความจุ 256GB ราคา 34,500 บาท
iPhone 7 Plus RED รุ่นความจุ 128GB ราคา 35,500 บาท
iPhone 7 Plus RED รุ่นความจุ 256GB ราคา 39,500 บาท

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus รุ่นพิเศษ Product RED จะเริ่มเปิดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 มีนาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 22.01 น. เป็นต้นไป ที่ Apple Online Store

 

ที่มา : Apple Online Store (TH)

 

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus อัปเดตโปรโมชั่น 3 ค่ายล่าสุด [16-ก.พ.-60] เริ่มต้นที่ 16,500 บาท

 

สำหรับใครที่พลาดโปรโมชั่น iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในงาน Thailand Mobile Expo 2017 เมื่อวันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะล่าสุด ทีมงาน techmoblog ได้ทำการสำรวจแล้วว่า โปรโมชั่นและแพ็กเกจ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ทั้งในงานและนอกงาน ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยทีมงานได้รวบรวมรายละเอียดการซื้อเครื่อง และโปรโมชั่นต่าง ๆ ไว้ในบทความนี้ เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus อยู่ในตอนนี้ครับ

 

▶▶ เปรียบเทียบราคา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ทั้งเครื่องเปล่า และเครื่องพร้อมแพ็กเกจ

** อัปเดต : 16 กุมภาพันธ์ 2560

จากตารางข้างต้น สามารถสรุปเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้

  • ราคาเครื่องเปล่า iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะซื้อจาก Apple Store, dtac, AIS หรือ TrueMove H ก็เริ่มต้นที่ราคาเท่ากัน โดย iPhone 7 เริ่มต้นที่ 26,500 บาท ส่วน iPhone 7 Plus เริ่มต้นที่ 31,500 บาท
  • ราคา iPhone 7 เครื่องพร้อมแพ็กเกจ ถูกที่สุดที่ TrueMove H และ AIS เริ่มต้นที่ 17,500 บาท (ลดไป 9,000 บาท) แต่ต้องสมัครแพ็กเกจราคา 1,099 บาท และชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท
  • ราคา iPhone 7 Plus เครื่องพร้อมแพ็กเกจ ราคาเท่ากันทั้ง 3 ค่าย
  • ในกรณีที่ย้ายค่ายเบอร์เดิม จะได้ราคาที่ถูกลงไปอีก โดย TrueMove H และ AIS ลดไป 1,000 บาท dtac ลดไป 1,500 บาท

สำหรับราคา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เครื่องพร้อมแพ็กเกจ ของแต่ละค่าย มีรายละเอียดอย่างไร ทีมงานได้ทำสรุปไว้ให้แล้วเช่นกัน รายละเอียดดังนี้

จากตารางข้างต้น จะเห็นว่า ทั้ง 3 ค่าย วัดกันตรงราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจ ซึ่งจะเห็นว่า ค่ายที่ราคา iPhone 7 เครื่องพร้อมแพ็กเกจถูกที่สุด นั่นก็คือ TrueMove H กับ AIS ซึ่งเริ่มต้นที่ 17,500 บาทเท่านั้น โดยจะต้องสมัครพร้อมแพ็กเกจ ราคาเริ่มต้น 1,099 บาท พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท ในขณะที่ ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม รับส่วนลดเพิ่มอีก 1,000 บาท ทำให้มีราคาค่าเครื่องเพียง 16,500 บาทเท่านั้น

ส่วน dtac คาะราคาเริ่มต้นที่ 18,000 บาท เมื่อสมัครพร้อมแพ็กเกจราคา 1,099 บาทขึ้นไป (dtac) และชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท (ค่าบริการล่วงหน้าสามารถใช้เป็นส่วนลดแพ็กเกจรายเดือนได้ 400 บาท นาน 10 เดือน) ส่วนลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม dtac รับส่วนลดเพิ่มอีก 1,500 บาท ทำให้ราคาเครื่องเหลือเพียง 16,500 บาท เท่า TrueMove H และ AIS

 

▶▶ แพ็กเกจ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จาก TrueMove H, dtac และ AIS

แพ็กเกจ iPhone 7 l iPhone 7 Plus จาก TrueMove H

แพ็กเกจ iPhone 7 l iPhone 7 Plus จาก dtac

แพ็กเกจ iPhone 7 l iPhone 7 Plus จาก AIS

สำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus อยู่ในตอนนี้ นอกเหนือจากการพิจารณาในเรื่องของ ราคาและแพ็กเกจ แล้ว ควรจะต้องดูที่ ความแรงของเครือข่ายในพื้นที่ที่ใช้งานด้วยเช่นกัน แม้ราคาของ TrueMove H จะเป็นต่อกว่า 2 ค่ายที่เหลือ แต่ถ้าหากพื้นที่ที่ใช้งาน แทบจะไม่มีสัญญาณของ TrueMove H เลย ก็ไม่มีประโยชน์ใด ๆ เช่นกัน ฉะนั้น ผู้ซื้อควรจะต้องตรวจสอบสัญญาณเสียก่อน จากนั้นค่อยเลือกเครือข่าย และแพ็กเกจให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด ไม่ใช้จ่ายเกินตัว เพียงเท่านี้ก็สามารถเลือกซื้อ iPhone 7 ได้ตอบโจทย์ต่อการใช้งานมากที่สุดแล้วครับ

 

▶▶ เลือก iPhone 7 หรือ iPhone 7 Plus ดี?

แม้ iPhone 7 กับ iPhone 7 Plus จะใช้ชิปเซ็ตตัวเดียวกัน นั่นก็คือ Apple A10 และมีสเปกที่เหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของ ขนาดตัวเครื่อง ซึ่ง iPhone 7 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล ส่วน iPhone 7 Plus มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งมีขนาดที่ใหญ่กว่า แถมด้วยกล้องแบบ Dual-Camera ที่มีลูกเล่นมากกว่ากล้องบน iPhone 7 อีกทั้ง ราคายังแพงกว่าด้วยเช่นกัน โดยเริ่มต้นที่ 31,500 บาท ในขณะที่ iPhone 7 เริ่มต้นที่ 26,500 บาท

 

▶▶ ซื้อ iPhone 7 สีไหนดี ?

สำหรับข้อนี้ ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ซื้อเป็นหลัก โดย iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มีให้เลือกทั้งหมด 5 สีด้วยกัน ได้แก่ สีดำเงา Jet Black, สีดำด้าน Black, สีเงิน Silver, สีทอง Gold และสีชมพู Rose Gold ซึ่งสีดำนั้น เป็นสีใหม่ และเป็นสีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้

โดยผู้ที่ซื้อสีดำเงา Jet Black นั้น จำเป็นอย่างมากที่จะต้องหาซื้อเคสมาใส่เพิ่ม เนื่องจากการทดสอบในหลาย ๆ ครั้งจากสื่อต่างประเทศ เห็นได้ชัดว่า ตัวเครื่องเป็นรอยได้ค่อนข้างง่ายกว่าสีอื่น อีกทั้ง ทางแอปเปิลเอง ก็ได้ระบุที่หน้าเว็บไซต์เช่นกันว่า สีดำ Jet Black เป็นรอยได้ง่าย และควรหาเคสใส่เพิ่ม แต่สำหรับสีอื่น แม้จะเกิดรอยได้ยากกว่าสี Jet Black แต่ถ้าหากต้องการถนอมตัวเครื่อง ก็ควรมองหาทั้ง ฟิล์มกันรอย และเคส iPhone 7 มาใส่เพิ่มเช่นเดียวกันครับ

 

▶▶ ฟิล์มกันรอย l กระจกกันรอย สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

ด้วยราคาค่าตัวที่ 2 หมื่นปลาย ๆ ทำให้หลาย ๆ ท่านมองหาอุปกรณ์เสริมที่จะปกป้องไม่ให้หน้าจอและตัวเครื่องเป็นรอย นอกเหนือจาก เคส iPhone 7 แล้ว ฟิล์มกันรอย ก็ถือว่า เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ซึ่งในปัจจุบัน ฟิล์มกันรอยสำหรับ iPhone 7 นั้น มีให้เลือกหลายยี่ห้อ และหลายรูปแบบ แต่ในกรณีที่ต้องการการปกป้องที่มากขึ้น ก็ต้องเป็น กระจกกันรอย หรือกระจกนิรภัย ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติในการปกป้องหน้าจอได้ดีกว่าฟิล์มกันรอยทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการตกกระแทก ที่กระจกกันรอยจะมีความแข็งแกร่งกว่าฟิล์มกันรอยมากเลยทีเดียว

ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแกร่งกว่า ทำให้ กระจกกันรอย มีความหนากว่า ฟิล์มกันรอย เล็กน้อย อย่างเช่น กระจกกันรอยสำหรับ iPhone 7 Plus จากแบรนด์ Hi-Shield นี้ มีความหนาอยู่ที่ 0.33 มม. เท่านั้น ถือว่า เป็นขนาดที่บางเฉียบ และแข็งแกร่งที่ระดับ 9H เมื่อติดแล้วยังคงสามารถใส่เคสได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังเป็นกระจกกันรอยแบบ Round Edge หรือมีความโค้งมนรับกับกระจกหน้าจอแบบพอดิบพอดี ไม่มีขอบข้างเหลือ นอกจากคุณสมบัติด้านการกันรอยจากการกระแทกและของมีคมแล้ว ยังป้องกันรอยนิ้วมือได้อย่างดีเยี่ยม และทำความสะอาดง่ายอีกด้วย

จะเห็นว่า หลังจากที่ติด กระจกนิรภัย Hi-Shield แล้ว ดูกลมกลืนไปกับตัวเครื่อง รับกับขอบโค้งของหน้าจอ และปุ่มต่าง ๆ ทั้งปุ่ม Home และตัวลำโพงสำหรับสนทนา

ในด้านของการแสดงผลนั้น ก็ยังให้สีสันและภาพที่ชัดเจน การสัมผัสลงไปบนหน้าจอสามารถทำได้ตามปกติ และตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับตอนก่อนติดกระจกนิรภัย

แม้กว่า กระจกนิรภัย หรือกระจกกันรอย นั้น จะมีราคาที่สูงกว่า ฟิล์มกันรอยแบบทั่วไป แต่เมื่อเทียบกับราคาของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus แล้ว ก็ถือว่า เป็นอุปกรณ์เสริมที่คุ้มค่าต่อการลงทุน อีกทั้งยังเป็นการถนอมตัวเครื่องให้ใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วย

 

สื่อญี่ปุ่นชี้ แอปเปิล เตรียมเปิดตัวสีใหม่ Jet White สีขาวเงา บน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้น ปัจจุบันมีให้เลือกทั้งหมด 5 สีด้วยกัน ได้แก่ Jet Black, Black, Silver, Gold และ Rose Gold ซึ่งสีที่ขายดีที่สุด ก็คือ 2 สีใหม่อย่าง Jet Black และ Black นั่นเอง แต่ล่าสุด มีรายงานว่า iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จะมีสีใหม่เพิ่มเข้ามาอีก 1 สี นั่นก็คือ สีขาวเงา หรือ Jet White นั่นเอง

โดยเว็บไซต์ Mac Otakara จากประเทศญี่ปุ่น เผยว่า แอปเปิล มีแผนที่จะเพิ่มสีใหม่อย่าง Jet White ให้กับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ซึ่งได้รายละเอียดดังกล่าวมาจากวงในด้านการผลิตชิ้นส่วนให้กับแอปเปิลนั่นเอง อย่างไรก็ดี ทาง Mac Otakara เผยอีกด้วยว่า แหล่งข่าวไม่ได้ให้น้ำหนักกับข้อมูลดังกล่าวมากนัก ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจจะไม่ใช่ความจริง

ที่ผ่านมา ทางเว็บไซต์ Mac Otakara ได้คาดเดาข้อมูลเกี่ยวกับ iPhone รุ่นถัดไปได้อย่างถูกต้อง ทั้งสีใหม่ Jet Black และการตัดช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ออก นอกจากนี้ ข่าวลือเกี่ยวกับสีขาวเงา Jet White นั่น ก็เคยมีรายงานข่าวเช่นกัน แต่จะถูกเปิดตัวพร้อม iPhone 8 ไม่ใช่ iPhone 7 - macrumors.com

 

TrueMove H จัดโปรซื้อเครื่องแถม 4G ไม่จำกัด ค่ายอื่นเปิดจอง เริ่มต้น 26,500 บาท iPhone 7 Plus เริ่มต้น 31,500 บาท

หลังจากเปิดให้จับจองเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ล่าสุด iPhone 7 และ iPhone 7 Plus วางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการในวันนี้ (21 ตุลาคม 2559) เป็นวันแรก โดยทาง ทรูมูฟ เอช (TrueMove H) ได้ปล่อยโปรโมชั่นออกมาได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะลดราคาค่าเครื่องสูงสุด 8,000 บาทแล้ว ยังรับสิทธิ์ใช้งาน 4G แบบไม่จำกัด และไม่ลดสปีด นาน 1 ปีอีกด้วย ซึ่งจะได้ความเร็วสูงสุดเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ใช้งานเป็นหลัก

สำหรับรายละเอียดของโปรโมชั่นดังกล่าว เป็นดังนี้

  • จะต้องซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจ 4G+ Unlimited ราคา 699 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ใช้งาน 4G แบบไม่จำกัด และไม่ลดสปีด
  • 4G ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 300 Mbps (ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ใช้งาน)
  • รับสิทธิ์ใช้งาน 3G ตามปริมาณที่กำหนด เมื่อใช้ครบ ปรับลดความเร็วเหลือ 128 Kbps สำหรับแพ็กเกจราคา 699 บาท และปรับลดความเร็วเหลือ 384 Kbps สำหรับแพ็กเกจราคา 899 บาทขึ้นไป
  • โทรฟรีทุกเครือข่าย เริ่มต้นที่ 350 - 2,000 นาที (ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือก)
  • ติดสัญญานาน 12 เดือน
  • โปรโมชั่นใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดการใช้งาน และไม่ลดสปีด เฉพาะการใช้งานผ่านเครือข่าย 4G เท่านั้น
  • สำหรับเครือข่าย 4G จาก TrueMove H นั้น อาจจะยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยโปรโมชั่นนี้จะนับ data เมื่อมีสัญญาณ 4G ปรากฏที่ด้านบนขวาว่า 4G เท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจ แต่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณ 4G อาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากโปรโมชั่นนี้เท่าใดนัก โดยสามารถตรวจสอบพื้นที่ 4G ได้ที่ http://truemoveh.truecorp.co.th/our-network

ในส่วนของราคา iPhone 7 จาก TrueMove H รับส่วนลดสูงสุดถึง 8,000 บาท เริ่มต้นที่ 18,500 บาท ส่วน iPhone 7 Plus เริ่มต้นอยู่ที่ 23,500 บาท และสำหรับลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม รับส่วนลดอีก 1,000 บาท ทำให้ราคา iPhone 7 เริ่มต้นที่ 17,500 บาท ส่วน iPhone 7 Plus เริ่มต้นที่ 22,500 บาทเท่านั้น เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจราคา 1,099 บาทขึ้นไป พร้อมกับชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท

แต่สำหรับลูกค้าที่ถือบัตรทรู แบล็คการ์ด รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 50% ทำให้ iPhone 7 เริ่มต้นเพียง 13,050 บาท ส่วน iPhone 7 Plus เริ่มต้นเพียง 18,050 บาท เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจราคา 1,099 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 5,000 บาท

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ โปรโมชั่น iPhone 7 จาก TrueMove H สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://truemoveh.truecorp.co.th

 

สรุปสเปก และราคา iPhone 7 ในไทย

ราคา iPhone 7 ในไทย มาแล้ว! หลังจากที่ทางโอเปอร์เรเตอร์ 3 ค่ายหลักในไทย ซึ่งได้แก่ dtac, AIS และ TrueMove H ได้ประกาศเปิดให้จอง (Pre-order) iPhone 7 และ iPhone 7 Plus กันในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ ล่าสุด ราคา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในไทย อย่างเป็นทางการ เผยออกมาแล้ว โดยเป็นราคาจากทาง TrueMove H กับ dtac ที่เปิดให้จับจองกันก่อนเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ส่วน AIS จะเปิดให้จับจองกันในเวลา 9.00 น. รายละเอียดเป็นดังนี้

**สีดำเงา Jet Black มีเฉพาะรุ่น 128 GB และ 256 GB

 

TrueMove H เปิดจอง 14 ต.ค. เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป

อย่างที่ทราบกันดีว่า TrueMove H มักจะได้โควต้าในการขาย iPhone ล็อตแรกมากกว่าค่ายอื่น ๆ โดยจะเปิดให้ผู้ที่สนใจ จับจอง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus กันในวันที่ 14 ตุลาคม 2559 นี้ เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป ใครที่อยากได้สีหายากอย่าง สีดำเงา Jet Black หรือสีดำอย่าง Black ต้องเฝ้าหน้าจอกันให้ดี

สำหรับราคา และโปรโมชั่น iPhone 7 กับ iPhone 7 Plus จาก TrueMove H เป็นดังนี้

โดยราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจ iPhone 7 ถูกที่สุด เริ่มต้นที่ 13,050 บาท ลดจากราคาเครื่องเปล่าถึง 50% เมื่อสมัครพร้อมแพ็กเกจราคา 1,099 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 5,000 บาท ซึ่งแพ็กเกจนี้ สำหรับผู้ถือบัตรทรูแบล็คการ์ดเท่านั้น  แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีบัตร ลดสูงสุด 8,000 บาท เหลือ 18,500 บาท เมื่อสมัครพร้อมแพ็กเกจราคา 1,099 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท

ส่วน iPhone 7 Plus ลดราคาเครื่องเปล่า 50% เช่นกัน สำหรับลูกค้าทรูแบล็คการ์ด จากราคาปกติ 31,900 บาท เหลือ 18,050 บาท เมื่อสมัครพร้อมแพ็กเกจราคา 1,099 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 5,000 บาท ส่วนผู้ที่ไม่มีบัตร ลดสูงสุด 8,000 บาท เหลือ 23,500 บาท เมื่อสมัครพร้อมแพ็กเกจราคา 1,099 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม : TrueMove H

 

dtac เปิดจอง 14 ต.ค. เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป

เช่นเดียวกับ TrueMove H เมื่อ dtac เปิดให้จอง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เวลา 00.01 น. เช่นกัน โดยราคา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จากดีแทค เป็นดังนี้

ราคา iPhone 7 จากดีแทค

  • iPhone 7 32 GB : ราคาเครื่องเปล่า 26,500 บาท l ซื้อพร้อมแพ็กเกจ 24,900 บาท l ราคาพิเศษติดสัญญา 23,900 บาท
  • iPhone 7 128 GB : ราคาเครื่องเปล่า 30,500 บาท l ซื้อพร้อมแพ็กเกจ 28,900 บาท l ราคาพิเศษติดสัญญา 27,500 บาท
  • iPhone 7 256 GB : ราคาเครื่องเปล่า 34,500 บาท l ซื้อพร้อมแพ็กเกจ 32,900 บาท l ราคาพิเศษติดสัญญา 31,500 บาท

ราคา iPhone 7 Plus จากดีแทค

  • iPhone 7 Plus 32 GB : ราคาเครื่องเปล่า 26,500 บาท l ซื้อพร้อมแพ็กเกจ 29,900 บาท l ราคาพิเศษติดสัญญา 28,500 บาท
  • iPhone 7 Plus 128 GB : ราคาเครื่องเปล่า 30,500 บาท l ซื้อพร้อมแพ็กเกจ 33,900 บาท l ราคาพิเศษติดสัญญา 32,500 บาท
  • iPhone 7 Plus 256 GB : ราคาเครื่องเปล่า 34,500 บาท l ซื้อพร้อมแพ็กเกจ 37,900 บาท l ราคาพิเศษติดสัญญา 36,500 บาท

** ซื้อพร้อมแพ็กเกจ หมายถึง ซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจราคา 999 บาทขึ้นไป ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า เมื่อใช้ครบ 1 ปี สามารถนำ iPhone เครื่องเก่า มารับส่วนลดสูงสุด 26,500 บาทเพื่อซื้อ iPhone เครื่องใหม่ได้
** ราคาพิเศษติดสัญญา หมายถึง ซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจราคา 999 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.dtac.co.th/iphone-7/

 

AIS เปิดจอง 14 ต.ค. เวลา 9.00 น.

สำหรับ AIS จะเปิดให้จอง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป แม้ว่าจะเปิดให้จองช้ากว่า dtac กับ TrueMove H แต่ก็ถือว่า เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่จับจองในช่วงเที่ยงคืนไม่ทัน โดยทาง AIS แจ้งว่า สามารถเลือกรับเครื่องได้ผ่านทาง AIS Shop, Telewiz และ iStudio ได้ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม เป็นต้นไป

สำหรับราคา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จาก AIS เริ่มต้นที่ 26,500 บาท (iPhone 7) และ 31,500 บาท (iPhone 7 Plus) โดยเคาะราคาเปิดตัวเครื่องเปล่า เท่ากับทาง dtac ส่วนราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจ เริ่มต้นที่ 24,500 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจราคา 399 บาทขึ้นไป

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.ais.co.th/iphone7/

 

ราคา ไอโฟน 7 เครื่องหิ้วราคาลดลงเกือบ 10,000 บาท ต้อนรับการเปิดตัวในไทย 21 ตุลาคม

หลังจากการประกาศวางจำหน่าย iPhone 7 และ iPhone 7 Plus รอบใหม่ ในวันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งมีรายชื่อของประเทศไทยรวมอยู่ด้วยนั้น ทำให้ราคา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เครื่องหิ้ว ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจล่าสุดที่ร้านมือถือชื่อดังรายใหญ่หลายเจ้าในมาบุญครอง (MBK) พบว่า มีการปรับตัวลงเมื่อเทียบกับการสำรวจเมื่อสัปดาห์ก่อน ดังนี้

โดยการสำรวจในสัปดาห์นี้ จะเห็นได้ว่า iPhone 7 เครื่องหิ้ว เริ่มต้นที่ 30,000 บาทแล้ว เช่นเดียวกับสีที่ได้รับความนิยมอย่าง สีดำเงา Jet Black ราคาลงเหลือ 37,000 บาท จากการสำรวจในครั้งก่อน ซึ่งมีราคาสูงถึง 45,000 บาท เช่นเดียวกับ iPhone 7 Plus เครื่องหิ้ว ปรับตัวลงเช่นกัน จากเดิม 55,000 บาท จากการสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เหลือเริ่มต้นที่ 50,000 บาทแล้ว

สำหรับ ราคา iPhone 7 กับ iPhone 7 Plus เครื่องหิ้วในช่วงนี้ คาดว่า น่าจะทรง ๆ อยู่ในระดับราคาประมาณนี้ และน่าจะปรับตัวลงอีกหลังจากที่ทาง โอเปอร์เรเตอร์ในไทย ประกาศราคา iPhone 7 และวันเปิดพรีออเดอร์ ซึ่งคาดว่า อีกไม่กี่วันคงจะได้ทราบรายละเอียดกันอย่างแน่นอน

 

ควรซื้อ iPhone 7 เครื่องหิ้วหรือ iPhone 7 เครื่องศูนย์

ถ้าดูจากสถานการณ์ตอนนี้มี 2 ปัจจัยที่ควรพิจารณา อย่างแรกคือการซื้อบางร้านจะเป็นลักษณะ Preorder ซึ่งต้องวางเงินมัดจำล่วงหน้า ถึงแม้บางร้านจะเป็นที่น่าเชื่อถือ แต่ถ้าติดตามข่าวช่วงนี้ทางการค่อนข้างที่จะเข้มงวดกับการนำ ไอโฟน 7 ดังนั้น หากร้านที่นำเข้ามาไม่เสียภาษีให้ถูกต้องก็อาจถูกกักสินค้าไว้และอาจเป็นข้ออ้างที่ทางร้านใช้ในการไม่ส่งเครื่องให้กับผู้ซื้อได้ ดังนั้นสำหรับใครที่ต้องการซื้อเครื่องหิ้ว ผมแนะนำว่าควรซื้อกับร้านที่มีสินค้าให้เราก่อนเท่านั้น

ปัจจัยที่ 2 คือการวางจำหน่ายในไทย ซึ่งล่าสุดประกาศออกมาแล้วว่า เป็นวันที่ 21 ตุลาคมนี้ ดังนั้นการคำนวณส่วนต่างถ้าเทียบกับระยะเวลาที่รอ ก็คงต้องบอกว่าเป็นส่วนต่างที่ยังสูงอยู่ และถ้าใครอยากได้สี Jet black ส่วนต่างก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก แต่คงต้องบอกว่าถ้าจะรอซื้อจากศูนย์ในไทยสี Jetblack มีแนวโน้มว่าต้องแย่งกันจอง และมีสิทธิ์ที่จะไม่ได้เครื่องสูงมากดังนั้น ตรงนี้ก็แล้วแต่ความพึงพอใจของแต่ละคนครับ

สุดท้ายที่อยากให้พิจารณาคือเรื่องของการรับประกัน กรณีที่มีปัญหาหากเราซื้อเครื่องหิ้วแล้วเครื่องเกิดมีปัญหากรณีต้องการเปลี่ยนเครื่องใหม่กรณีที่ไม่ได้ซื้อจาก Apple Store โดยเฉพาะเครื่องปลดล็อคเราอาจจะจำเป็นจะต้องส่งกลับไปเคลมที่ต่างประเทศ ซึ่งก็จะทำให้เสียเวลามากกว่าการซื้อเครื่องที่มีการรับประกันภายในประเทศครับ

 

ยืนยันแล้ว iPhone 7 วางจำหน่ายในไทย 21 ตุลาคมนี้แน่นอน

สิ้นสุดการรอคอยกันสักที เมื่อ Apple ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า จะเริ่มวางจำหน่าย iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เพิ่มเติมอีก 9 ประเทศในเดือนตุลาคมนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยจะวางจำหน่ายในยูเครนและอินเดียก่อน ถัดมาวันที่ 14 ตุลาคม จะเริ่มวางจำหน่ายในมาเก๊า มาเลเซีย มาเซโดเนีย มอนเตเนโกร แอฟริกาใต้ และตุรกี และสุดท้ายวันที่ 21 ตุลาคมจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยและเกาหลีใต้

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 16 กันยายนในประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย และเยอรมันนี ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด และได้วางจำหน่ายเพิ่มเติมในอีก 30 ประเทศ เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมาซึ่งถือว่าเป็นการประกาศวางจำหน่ายรอบที่ 3 



เรียบเรียงโดย : Techmoblog.com  
อัปเดต : 1/10/59 
ที่มา - macrumors.com   




iPhone 7 และ iPhone 7Plus จะเข้าไทยเดือนไหนวันเวลาที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการคือเมื่อไหร่ 
 
สำหรับกำหนดการวางจำหน่าย iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในไทย ในตอนนี้ ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมาแต่สิ่งที่เราบอกได้คือตามสถิติตั้งแต่ iPhone 5 เป็นต้นมา Apple ไม่เคยวางจำหน่ายเกินเดือนตุลาคม ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่า iPhone 7 จะเข้าไทยและเปิดตัวในปลายเดือนตุลาคมนี้ แต่เนื่องจากสีดำ Jet Black มียอดจองสูงและขาดตลาดอยู่เป็นไปได้ว่าสี Jet black อาจจะมีให้จองอย่างเป็นทางการในจำนวนจำกัดครับ

สำหรับราคา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus คาดว่าราคาของ ไอโฟน 7 จะไม่ต่างจาก ราคาเปิดตัว iPhone 6S และ iPhone 6S Plus เท่าใดนัก โดยเริ่มต้นที่ราว ๆ 26,900 บาท สำหรับใครที่รอได้การรอการเปิดตัวน่าจะเป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่าซึ่งนอกจากจะได้ราคาที่ถูกกว่าแล้ว อาจจะได้โปรโมชันดีๆจากเครือข่ายเพิ่มเติมอีกด้วยครับ   

*อัปเดตล่าสุด 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559 Apple ออกมาประกาศแล้ว iPhone 7 จะวางในไทย 21 ตุลาคมนี้ 
 

 

IHS เผย ต้นทุนผลิตชิ้นส่วนใน iPhone 7 อยู่ที่ประมาณ 7,600 บาทเท่านั้น!

นาทีนี้สมาร์ทโฟนเรือธงที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้น iPhone 7 ที่แม้จะยังไม่ได้วางจำหน่ายในประเทศไทยแต่ก็มีคนที่ยอมจ่ายเงินหลายหมื่นบาทเพื่อซื้อเครื่องหิ้วมาครอบครองก่อนใคร ส่วนในประเทศอื่นๆ ก็ขายหมดอย่างรวดเร็วแม้จะมีราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ ก็ตาม แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ต้นทุนส่วนประกอบของ iPhone 7 นั้น มีมูลค่าเท่าไหร่กันแน่?

IHS บริษัทด้านการวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลก ได้นำ iPhone 7 รุ่นความจุ 32 GB มาชำแหละและคำนวณค่าใช้จ่ายในการผลิตชิ้นส่วนแต่ละชิ้น พบว่ามันมีราคาเพียง 220 ดอลลาร์ หรือราวๆ 7,600 บาทเท่านั้น ในขณะที่ราคาเต็มใน US Store อยู่ที่ 649 ดอลลาร์ หรือราว 22,500 บาท ซึ่งสูงกว่าต้นทุนถึง 3 เท่า

IHS ระบุว่า ส่วนประกอบต่างๆ ใน iPhone 7 มีราคาสูงกว่าใน iPhone 6s ประมาณ 36 ดอลลาร์ (1,250 บาท) ซึ่งส่วนต่างนี้มาจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาเช่น Taptic Engine ภายใต้ปุ่ม Home, โมดูลกล้องแบบใหม่ และความจุภายในที่มากขึ้นกว่าเดิม


Apple A10 Processor

สำหรับส่วนประกอบสำคัญอื่นๆ เช่นชิปประมวลผล A10 มีต้นทุนการผลิต 26 ดอลลาร์ (904 บาท) โมดูลกล้องด้านหน้าและด้านหลังรวมกันมีมูลค่าไม่ถึง 20 ดอลลาร์ ( 695 บาท) ส่วนที่แพงที่สุดคือแผงหน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 4.7 นิ้วซึ่งมีมูลค่า 39 ดอลลาร์ (1,356 บาท) แต่ในขณะเดียวกันแบตเตอรี่กลับราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ โดยมีมูลค่าเพียง 2.5 ดอลลาร์ (87 บาท) เท่านั้น ส่วนราคาของหน่วยความจำแฟลชขนาด 32 GB และ RAM 2 GB รวมแล้วเป็น 16.40 ดอลลาร์ (570 บาท) เมื่อเพิ่มความจุเป็น 128 GB ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย แต่ Apple กลับตั้งราคาขายต่างกันถึง 100 ดอลลาร์ ถึงกระนั้นก็ตามการเพิ่มหน่วยความจำเป็น 2 เท่าในทุกรุ่น (32/128/256 GB) ก็ทำให้กำไรตรงส่วนนี้หายไปบ้างเช่นกัน แม้ว่าราคาหน่วยความจำแฟลช NAND ในท้องตลาดจะถูกลงแล้วก็ตาม


Taptic Engine

งานวิจัยนี้ยังไม่ได้วิเคราะห์มูลค่าวัสดุของ iPhone 7 Plus ซึ่งจะมีต้นทุนสูงกว่านี้อย่างไม่ต้องสงสัยด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นและโมดูลกล้องคู่ที่มีความซับซ้อนกว่า แต่จากการคำนวณเบื้องต้นคาดว่ามูลค่าการผลิตของโมดูลกล้องคู่จะอยู่ที่ประมาณ 40 ดอลลาร์ (1,390 บาท)

แม้ทาง IHS จะคำนวณราคาของส่วนประกอบต่างๆใน iPhone 7 ออกมาที่ 220 ดอลลาร์ แต่สำหรับ Apple แล้วยังมีค่าใช้จ่ายในด้านอื่นๆ อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบรรจุภัณฑ์ การขนส่ง ภาษี และค่าใช้จ่ายด้านการตลาด นอกจากนี้ยังมีค่าพัฒนาซอฟต์แวร์ ค่าจ้างพนักงาน และอื่นๆ อีกหลายอย่าง ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายจริงในการผลิต iPhone 7 ถีบตัวสูงขึ้นอีก แต่แม้ว่าจะนำค่าใช้จ่ายทุกอย่างมารวมกันแล้ว Apple ก็ยังคงทำกำไรได้ถึง 250 ดอลลาร์ (8,690 บาท) ต่อการขาย iPhone 7 1 เครื่องอยู่ดี

ไม่ว่าต้นทุนที่แท้จริงของ iPhone 7 จะเป็นอย่างไร แต่ Apple ก็ได้เปิดตัว iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ลงสู่ตลาดได้อย่างสวยงามและยังขายดิบขายดีเช่นเดิม แถมยังฉุดเอาหุ้น APPL สูงตามขึ้นมา อันเป็นผลมาจากกระแสตอบรับของผู้ใช้ที่มีต่อเรือธงรุ่นใหม่ดีกว่าที่คาดไว้นั่นเอง สำหรับต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนแต่ละชิ้นโดยละเอียด สามารถดูได้ตามตารางด้านล่างครับ - 9 to 5 mac

 

คลิปแกะกล่อง iPhone 7 มาแล้ว! พร้อมเปรียบเทียบ สีดำด้าน Black และสีดำเงา Jet Black แตกต่างกันอย่างไร ? ปุ่ม Home แบบใหม่ ใช้งานอย่างไร ? ชมคลิป

วางจำหน่ายรอบแรกอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2016 ที่ผ่านมา สำหรับ iPhone 7 กับ iPhone 7 Plus และก็เริ่มมีคลิป iPhone 7 unboxing เผยออกมาให้ชมกันอย่างต่อเนื่อง โดยคลิปที่ทีมงานหยิบยกให้ชมกันในวันนี้ เป็นคลิปจาก MKBHD ที่นอกจากจะเปรียบเทียบตัวเครื่อง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus สีดำ Black (Matte Black) กับสีดำเงา Jet Black แล้ว ยังเผยให้เห็นการใช้งานปุ่ม Home แบบใหม่ที่ใช้ระบบ Taptic Engine อีกด้วย

เริ่มกันที่แพ็กเกจตัวเครืองกันก่อน แม้จะเป็นตัวเครื่องสีดำเหมือนกันทั้ง 2 รุ่น แต่กล่องแพ็กเกจแตกต่างกัน โดยสีดำ Black จะเป็นกล่องสีขาว ส่วนสีดำเงา Jet Black จะเป็นกล่องสีดำ

เปิดกล่อง จะเจอคู่มือการใช้งานก่อน

และตัวเครื่อง iPhone 7 สีดำเงา Jet Black

สำหรับหูฟังแบบ Lightning นั้น จะไม่ถูกบรรจุอยู่ในกล่องพลาสติกแบบเดียวกับ iPhone 6S

พลิกมาอีกด้าน จะเป็นตัวแปลงพอร์ต Lightning to 3.5 mm. สำหรับใช้กับหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร ถ้าหากทำตัวแปลงนี้หาย บน Apple Store ก็มีวางจำหน่ายเช่นกัน

ถัดมาเป็นสาย Lightning สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ และ Adapter สำหรับชาร์จไฟ

สำหรับอุปกรณ์บน iPhone 7 Plus สีดำ Black นั้น เหมือนกับของ iPhone 7 ประกอบด้วย คู่มือการใช้งาน, หูฟัง EarPods แบบ Lightning, ตัวแปลงพอร์ต Lightning to 3.5 mm. และ Adapter สำหรับชาร์จไฟ

เปรียบเทียบตัวเครื่องระหว่าง สีดำ Black (ซ้าย) กับ สีดำเงา Jet Black (ขวา)

จากนั้น ก็เปิดเครื่องและตั้งค่าตามปกติ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามา นั่นก็คือ การตั้งค่าปุ่ม Home นั่นเอง อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่า ปุ่ม Home บน iPhone 7 นั้น เป็นปุ่ม Home แบบใหม่ ไม่ใช่ปุ่ม Home แบบกดที่เราคุ้นเคยกันใน iPhone รุ่นก่อน ๆ แต่เป็นปุ่ม Home ที่มาพร้อมกับระบบ Taptic Engine ที่ช่วยทำให้ไวต่อการตอบสนอง และใช้งาน Touch ID ได้แม่นยำมากกว่าเดิม

โดยระบบ Taptic Engine นี้ จะช่วยทำให้มีความรู้สึกว่า เหมือนกับกำลังกดปุ่ม Home ลงไปจริง ๆ คล้าย ๆ กับ TrackPad บน MacBook รุ่นใหม่นั่นเอง นั่นก็คือ ถ้าหากเปิดเครื่องอยู่ จะสามารถกดใช้งานได้เหมือน Trackpad ปกติ แต่ถ้าหากปิดเครื่อง จะไม่สามารถกดลงไปได้ ปุ่ม Home บน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าการกดได้ 3 ระดับ นั่นก็คือ การแตะ, การกดเบา ๆ และกดหนัก ๆ

ส่วนใครที่สงสัยว่า ถ้าหากปุ่ม Home กดลงไปไม่ได้แบบนี้ จะทำการ Hard Reset อย่างไร ก็ให้กดปุ่ม Power และปุ่มลดเสียงแทน เป็นการทำ Hard Reset บน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ครับ

เรียกได้ว่า ทั้ง iPhone 7 สีดำ Black กับ สีดำเงา Jet Black มีความสวยกันคนละแบบ แต่สำหรับคนที่คิดจะซื้อ iPhone 7 หรือ iPhone 7 Plus สีดำเงา Jet Black ควรจะต้องระวังเรื่องการเป็นรอยง่ายสักหน่อย ซึ่งทาง แอปเปิล เองก็แนะนำให้หาเคสมาใส่เพิ่มด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเครื่องเกิดรอยได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

สำหรับกำหนดการวางจำหน่าย iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในไทย ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมา ถ้าหากมีความคืบหน้า ทีมงานจะแจ้งให้ทราบกันอีกครั้งครับ - cultofmac.com

 

เผยผลทดสอบ AnTuTu ล่าสุด ขึ้นแท่นมือถือเร็วที่สุดในโลกแล้ว

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เรือธงรุ่นพี่อย่าง iPhone 7 Plus ได้ถูกจับทดสอบบนเว็บไซต์ Geekbench และพบว่าเลือกใช้งานหน่วยความ RAM ขนาด 3GB เป็นรุ่นแรกของไอโฟนเป็นที่เรียบร้อย ล่าสุดมีผลการทดสอบ iPhone 7 เรือธงรุ่นเล็ก ซึ่งคราวนี้ทำคะแนนทดสอบประสิทธิภาพไปได้สูงถึง 178,000 คะแนน ขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุดในเวลานี้แซงหน้า OnePlus 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เว็บไซต์ Weibo โซเชียลมีเดียรายใหญ่ในประเทศจีน ได้เปิดเผยผลคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพและการประมวลผลของ iPhone 7 ที่ถูกทำการทดสอบบน AnTuTu แอปพลิเคชันทดสอบชื่อดัง โดยพบว่าสามารถทำคะแนนไปได้ทั้งหมด 178,397 คะแนน แซงหน้า OnePlus 3 เรือธงที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 820 พร้อม RAM ขนาด 6GB เป็นที่เรียบร้อย รวมถึงทำคะแนนได้มากกว่าคู่แข่งอย่าง Samsung Galaxy S7 edge ที่ทำคะแนนประมวลผลได้ประมาณ 130,000 เท่านั้น รวมทั้งยังมากกว่าเรือธงรุ่นปีที่แล้วอย่าง iPhone 6s ที่ทำคะแนนไว้ได้ประมาณ 130,000 คะแนน ซึ่งนับว่า iPhone 7 เป็นสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุดในขณะนี้หากพิจารณาผลอันดับการทดสอบของเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

สำหรับ iPhone 7 มาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 2GB พร้อมชิปเซ็ตประมวลผล Quad-Core A10 Fusion ตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งแบ่งการทำงาน 2 คอร์สำหรับการทำงานด้านประสิทธิภาพ และอีก 2 คอร์สำหรับประหยัดพลังงาน โดยมีความเร็วมากกว่าชิปเซ็ต A9 ที่ใช้บน iPhone 6s ถึง 40% ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่า iPhone 7 Plus เรือธงรุ่นใหญ่จะมีประสิทธิภาพที่แตกต่างมากน้อยเพียงใด - gsmarena.com

 

เปิดตัวแล้ว iPhone 7 (ไอโฟน 7) และ iPhone 7 Plus มาพร้อมกล้องคู่แบบ Dual-Camera 12 MP กันน้ำ เพิ่มสีใหม่ สีดำเงา Jet Black และสีดำด้าน Black ในราคาเริ่มต้นประมาณ 23,000 บาท

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในงาน Keynote เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ซึ่งดีไซน์และคุณสมบัติบางส่วนของทั้ง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้น ตรงกับข่าวลือที่เผยออกมาก่อนหน้านั้นหลายอย่างเลยทีเดียว โดยทั้ง 2 รุ่นจะมีคุณสมบัติใดน่าสนใจบ้าง และอัปเกรดจากรุ่นเดิมมากน้อยแค่ไหน ทีมงาน techmoblog สรุปไว้ให้แล้ว มาดูกันดีกว่าว่า สเปก และคุณสมบัติต่าง ๆ ของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มีอะไรกันบ้าง

>> บทความสรุปงานเปิดตัว iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ตั้งแต่ต้นจนจบ พรัอมผลิตภัณฑ์ใหม่ Apple Watch Series 2 และ AirPods หูฟังไร้สาย

 

iPhone 7 Plus มาพร้อมกับกล้องแบบ Dual-Camera ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

สำหรับกล้องถ่ายรูปด้านหลังบน iPhone 7 Plus นั้น เป็นกล้องแบบ Dual-Camera ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 เลนส์ ได้แก่ เลนส์ Wide 28mm (F/1.8) และเลนส์ Telephoto 56mm (F/2.8) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ทั้ง 2 เลนส์ สามารถซูมแบบ Optical ได้ 2 เท่า และซูมแบบ Digital ได้ 10 เท่า นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Machine Learning แยกฉากหลังออกจากฉากหน้า ทำให้สามารถถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ ซึ่งปกติภาพแบบนี้จะได้จากกล้องแบบ DSLR เท่านั้น

ส่วน iPhone 7 มาพร้อมกับกล้องแบบ Single-Camera ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และมีคุณสมบัติในด้านอื่น ๆ เหมือนกัน นั่นก็คือ รูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.8, ไฟแฟลชแบบ Quad-LED (ไฟแฟลช 4 ดวง) สว่างกว่าเดิม 50%, กล้องด้านหน้า ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.2 (อัปเกรดจาก 5 ล้านพิกเซลบน iPhone 6S และ iPhone 6S Plus) และมีระบบกันสั่นแบบ OIS ทั้งบน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

 

เพิ่มคุณสมบัติในการกันน้ำ กันฝุ่น

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มาพร้อมกับคุณสมบัติด้านการกันน้ำ กันฝุ่น ตามมาตรฐาน IP67 สามารถอยู่ในน้ำลึก 1 เมตรได้นาน 30 นาที โดยเป็น iPhone รุ่นแรกที่มีคุณสมบัติดังกล่าว

 

ชิปเซ็ต Apple A10 Fusion แบบ Quad-Core Processor

ทั้ง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มาพร้อมกับชิปเซ็ต 64-bit Apple A10 Fusion แบบ Quad-Core Processor และ M10 Motion Coprocessor ซึ่งประมวลผลได้เร็วกว่าชิปเซ็ต Apple A9 บน iPhone 6S และ iPhone 6S Plus ถึง 40%, เร็วกว่าชิปเซ็ต Apple A8 ถึง 2 เท่า ส่วนชิปประมวลผลกราฟิก เป็นแบบ Six-Core Processor เร็วกว่าบน Apple A9 ถึง 50%

นอกจากนี้ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ยังรองรับเครือข่าย LTE มากถึง 25 ความถี่ พร้อมเทคโนโลยี LTE Advanced สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วกว่า iPhone 6 ถึง 3 เท่า สูงสุดที่ 450 Mbps

 

หน้าจอขนาดเท่าเดิม แต่เพิ่มความสว่างขึ้นอีก 25%

iPhone 7 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล ส่วน iPhone 7 Plus มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกฌซล แต่ปรับความสว่างของเทคโนโลยีแบบ Retina Display เพิ่มขึ้นอีก 25%

 

ปุ่ม Home แบบ 3D Touch 

นอกจากเทคโนโลยี 3D Touch จะอยู่บนหน้าจอแล้ว iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ยังมาพร้อมกับปุ่ม Home แบบ 3D Touch ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีความแข็งแรงทนทานกว่าเดิม และตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทันใจ

 

ตัดขนาดความจุ 16 GB ออก เริ่มต้นที่ 32 GB แล้ว

นับว่าเป็นข่าวดีมากเลยทีเดียว เมื่อ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มาพร้อมกับขนาดความจุเริ่มต้นที่ 32 GB แล้ว และตัดรุ่นขนาดความจุ 16 GB ออก โดยมีให้เลือก 3 ขนาดความจุด้วยกัน ได้แก่ 32 GB, 128 GB และ 256 GB

 

ตัดช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรออกแล้ว

ตรงตามข่าวลือ เมื่อ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ตัดช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรออกแล้ว ส่วนหูฟัง EarPods นั้น เป็นพอร์ตแบบ Lightning แทน แต่ถ้าหากมีหูฟังแบบปกติ สามารถใช้ Adapter ตัวแปลงพอร์ต 3.5 mm to Lightning ได้ ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ แถมมาให้ในกล่องแพ็กเกจ

 

AirPods หูฟังไร้สายสุดล้ำ

สำหรับ AirPods หูฟังไร้สายรุ่นใหม่นี้ มาพร้อมกับชิปเซ็ต Apple W1 ด้วย Dual Optical Sensor และ Accelerometer Sensor จะทำหน้าที่ตรวจจับตัวตำแหน่งของ AirPods เมื่ออยู่ในหู เสียงเพลงก็จะดังขึ้น และหยุดเล่นเมื่อมีการถอดออกทั้ง 2 ข้าง หรือข้างเดียว และจะกลับมาเล่นเพลงให้อัตโนมัติเมื่อใส่กลับไปใหม่ นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Apple ได้โดยไม่ต้องมีสวิตช์ หรือปุ่มกด เชื่อมต่อกับ Siri ด้วยการแตะ 2 ครั้ง

และด้วยคุณสมบัติของชิปเซ็ต Apple W1 บน AirPods ซึ่งใช้พลังงานน้อยมาก ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง โดย AirPods จะมีการวางจำหน่ายในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

 

ลำโพงเสียงแบบสเตอริโอ ดังกว่าเดิม 2 เท่า

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มาพร้อมกับลำโพงแบบสเตอริโอ ให้กำลังเสียงดังกว่า iPhone 6S ถึง 2 เท่า ทำให้มีช่วงไดนามิกของเสียงที่กว้างขึ้นและ Speaker Phone คุณภาพเสียงดีกว่าเดิม

 

แบตเตอรี่ใช้ได้นานกว่าเดิม

ถึงแม้ภายในงาน จะไม่ได้มีการระบุถึงขนาดความจุแบตเตอรี่บน iPhone 7 และ iPhone 7 Plus แต่ได้มีการเผยรายละเอียดว่า แบตเตอรี่บน iPhone 7 สามารถใช้งานได้นานกว่าบน iPhone 6S ถึง 2 ชั่วโมง ส่วนแบตเตอรี่บน iPhone 7 Plus ใช้งานได้นานกว่าบน iPhone 6S Plus 1 ชั่วโมง

 

ทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 10

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 10 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ล้ำ ๆ มากมาย (อ่านฟีเจอร์ของ iOS 10 ต่อได้ที่นี่) โดย iOS 10 จะเปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 กันยายนนี้

 

เพิ่มสีใหม่ สีดำเงา (Jet Black) และสีดำด้าน (Black)

สำหรับคนที่ชอบสีดำน่าจะถูกใจเป็นพิเศษ เมื่อ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้น เพิ่มสีใหม่ นั่นก็คือ สีดำ โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ สีดำเงา (Jet Black) และสีดำด้าน (Black) ทำให้ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มีให้เลือกทั้งหมด 5 สีด้วยกัน ได้แก่ Silver, Gold, Rose Gold, Black และ Jet Black ซึ่งรุ่นสีดำเงา Jet Black นั้น มีให้เลือกเฉพาะขนาดความจุ 128 GB และ 256 GB เท่านั้น

 

ราคา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

ราคา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในสหรัฐฯ เป็นดังนี้

  • iPhone 7 ขนาด 32 GB ราคา $649
  • iPhone 7 ขนาด 128 GB ราคา $749
  • iPhone 7 ขนาด 256 GB ราคา $849
  • iPhone 7 Plus ขนาด 32 GB ราคา $769
  • iPhone 7 Plus ขนาด 128 GB ราคา $869
  • iPhone 7 Plus ขนาด 256 GB ราคา $969

สำหรับราคา iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในไทย ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศราคาออกมาเช่นกัน แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับราคา iPhone 6S ตอนเปิดตัว ถือว่า มีราคาเท่ากันอยู่ที่ $649 นั่นหมายความว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ ราคา iPhone 7 ในไทย จะเริ่มต้นที่เท่าเดิม นั่นก็คือ 26,500 - 27,000 บาท

ส่วนราคา iPhone 7 Plus เมื่อเทียบกับ iPhone 6S Plus ตอนเปิดตัว ซึ่งอยู่ที่ $749 ถือว่า iPhone 7 Plus มีราคาแพงขึ้น $20 โดยราคา iPhone 6S Plus ในไทยตอนเปิดตัวอยู่ที่ 30,500 บาท ฉะนั้น มีความเป็นไปได้ที่ ราคา iPhone 7 Plus ในไทย อาจจะแตะราคาเริ่มต้นที่ 31,000 - 31,500 บาทได้ ทั้งนี้อยู่ที่ความผันผวนของราคาค่าเงินในช่วงเวลาที่จะวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน

 

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เปิดพรีออเดอร์ 9 กันยายน จำหน่าย 16 กันยายนนี้

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เปิดพรีออเดอร์ในวันที่ 9 กันยายนนี้ และวางจำหน่ายรอบแรก ในวันศุกร์ที่ 16 กันยายน 2016 ในประเทศออสเตรเลีย, ออสเตรีย, เบลเยียม, แคนาดา, จีน, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ฮ่องกง, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ญี่ปุ่น, ลักเซมเบิร์ก, เม็กซิโก, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โปรตุเกส, เปอร์โตริโก, สิงคโปร์, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา และสหรัฐอเมริกา

ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายรอบที่ 2 คือวันที่ 23 กันยายน 2016 ในประเทศอันดอร์รา, บาห์เรน, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, บัลแกเรีย, โครเอเชีย, ไซปรัส, สาธารณรัฐเช็ก, เอสโตเนีย, กรีซ, กรีนแลนด์, เกิร์นซีย์, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, เกาะแมน, เจอร์ซีย์, คอซอวอ, คูเวต, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, มัลดีฟส์, มอลตา, โมนาโก, โปแลนด์, กาตาร์, โรมาเนีย, รัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย, สโลวาเกีย และสโลวีเนีย ส่วนในประเทศอินเดีย วางจำหน่ายวันที่ 7 ตุลาคม 2016

 

 

บทความ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ที่เกี่ยวข้อง

 

 

---------------------------------------
ข้อมูลโดย :
techmoblog.com

Update : 21/03/2017

iphone 7


8k Like 100 Share
8 กรกฎาคม 2559