6 ฟีเจอร์ใหม่บน iOS 11 สำหรับ iPad กับการเปลี่ยน iPad ให้สามารถใช้งานได้ใกล้เคียง Mac มากขึ้น มาดูกันว่า ทำอะไรได้บ้าง ?

สำหรับ iOS 11 ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่และปรับปรุงการทำงานให้กับ iPhone แล้ว ด้าน iPad เองก็มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งแต่ก่อนนั้น iPad ถูกเรียกว่า เป็นอุปกรณ์ที่สามารถทำงานแทนโน้ตบุ๊ค หรือแลปท็อปได้ แต่ด้วยข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง ทำให้ iPad ยังไม่สามารถทำงานแทนได้แบบ 100% ซึ่ง แอปเปิล เองก็ได้ปรับปรุงและเพิ่มฟีเจอร์ให้ iPad สามารถทำงานได้ดีขึ้นนับตั้งแต่การเปิดตัว iPad Pro เป็นต้นมา และ iOS 11 ได้เปลี่ยน iPad ให้สามารถทำงานแบบ Multitasking ได้มากขึ้นและสะดวกขึ้น มาดูกันดีกว่าว่า ฟีเจอร์ใหม่บน iOS 11 สำหรับ iPad มีอะไรน่าสนใจบ้าง

    SPONSORED

 

1. Drag and Drop

สำหรับ Drag and Drop หรือถ้าจะแปลตรงตัวก็คือ ลากแล้วปล่อย ถือว่า เป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ iPad รอคอยมากที่สุดเลยก็ว่าได้ กับคุณสมบัติในการย้ายรูปภาพหรือข้อความจากแอปฯ หนึ่งไปยังอีกแอปฯ หนึ่ง นอกจากนี้ iPad รุ่นใหม่อย่าง iPad Pro มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ทำให้การใช้งาน Drag and Drop สะดวกมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการลากรูปจากเว็บไซต์ มาใส่ยังแอปฯ Notes หรือการคัดลอกข้อความจากหน้าเว็บไซต์ ส่งไปให้เพื่อนผ่านแอปฯ แชท เป็นต้น

 

2. แอปฯ Files

Files แอปฯ น้องใหม่บน iOS 11 ซึ่งเป็นแอปฯ สำหรับจัดการไฟล์และรวมไฟล์ทั้งหมดไว้ในที่เดียว สามารถค้นหา, เรียกดู และจัดระเบียบได้ ซึ่งนอกจากไฟล์ที่ถูกจัดเก็บบน iPad แล้ว ยังรวมถึงไฟล์จากแอปฯ อื่น ๆ อย่างเช่น iCloud Drive หรือ Dropbox ก็จะถูกเก็บไว้ที่นี่เช่นกัน

 

3. Dock แบบใหม่

สำหรับ Dock บน iPad นั้น สามารถเพิ่มแอปฯ หรือ Folder ได้มากกว่าเดิม ไม่ได้จำกัดแค่ 6 แอปฯ แล้ว (ทำได้แบบเดียวกับบน macOS) เลือกแอปฯ ที่ใช้งานบ่อยมาไว้ใน Dock เพื่อให้สามารถเปิดใช้งานได้อย่างสะดวกขึ้น ส่วนแอปฯ ที่เพิ่งเปิดหรือเพิ่งใช้งาน ก็จะปรากฎอยู่ทางด้านขวาของ Dock

 

4. App Switcher

สำหรับฟีเจอร์ App Switcher นั้น ถูกรวมเข้ากับ Control Center แล้วบน iOS 11 โดยมีโมเดลคล้ายกับ Mission Control บน macOS ซึ่งมุมมองแบบใหม่นี้ ประกอบด้วยแอปฯ ที่เพิ่งถูกเปิดใช้งาน, Dock ใหม่ และ Control Center สามารถเลือกแอปฯ แล้วเปิดใช้งานแบบ Split View หรือ 2 แอปฯ ในหน้าจอเดียวได้ เรียกได้ว่า iOS 11 บน iPad นั้น ออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้อย่างสะดวกมากขึ้นกว่าเดิม

 

5. Split View

สำหรับฟีเจอร์ Split View และ Slide Over บน iOS 11 นั้น ได้รับการปรับปรุงด้านการใช้งานแบบครั้งใหญ่ เมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า โดยบน iOS 10 นั้น ฟีเจอร์ Slide Over (เปิดแอปฯ ตัวที่สองโดยไม่ต้องออกจากแอปฯ แรก) จะทำให้แอปฯ หลัก สลัวลงและใช้งานไม่ได้ แต่บน iOS 11 สามารถใช้งานได้ทั้ง 2 หน้าจอ นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Split View และ Slide Over นั้น ผู้ใช้สามารถลากแอปฯ จาก Dock, หน้า Homescreen หรือ Spotlight search ไปยังที่ใดก็ได้บนจอ เรียกได้ว่า สะดวกมากเลยทีเดียว

 

6. ระบบ Multitasking ใหม่

สำหรับระบบ Multitasking บน iOS 11 สำหรับ iPad นั้น สามารถทำงานหลายอย่างพร้อม ๆ กันได้ดีกว่าเวอร์ชันก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอปฯ ที่สองจาก Dock ได้ โดยทั้ง 2 แอปฯ ยังคงทำงานอยู่ใน Slide Over และ Split View หรือจะลากแอปฯ ที่สองจาก Slide Over ไปทางซ้าย แล้วกลับมายัง App Spaces ในแถบสลับแอปฯ ก็ได้เช่นกัน

 

สรุปแล้ว iOS 11 สำหรับ iPad นั้น ถือว่าเป็นการปรับปรุงแบบครั้งใหญ่ ที่เน้นด้านการทำงานเป็นหลัก ให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้สะดวกมากขึ้น และครอบคลุมมากขึ้นกว่าเดิม โดยในตอนนี้ iOS 11 ที่ปล่อยให้ดาวน์โหลดนั้น เป็นเวอร์ชัน beta สำหรับนักพัฒนาเท่านั้น ซึ่งเวอร์ชันเต็มสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป จะสามารถดาวน์โหลดกันได้ในเดือนกันยายนนี้

 

 

---------------------------------------
ที่มา :
cultofmac.com
แปลและเรียบเรียง : techmoblog.com

    Promotion มือถือ แนะนำ

Update : 12/06/2017

iPad iOS 11


8k Like 100 Share
8 กรกฎาคม 2559