[รีวิว] Huawei GR5 2017 สมาร์ทโฟนกล้องคู่ (Dual-Camera) ดีไซน์เฉียบสเปกครบครัน ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ไม่แพ้มือถือกล้องคู่รุ่นใหญ่ ในราคาแค่ 8,900 บาท

ปัจจุบันนี้กล้องคู่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับวงการสมาร์ทโฟนเพราะหลายรุ่นหลายยี่ห้อต่างก็นำฟีเจอร์นี้มาใช้ หลังจากที่ Huawei ประสบความสำเร็จจาก Huawei P9 สมาร์ทโฟนกล้องคู่ที่ร่วมพัฒนากับแบรนด์กล้องถ่ายรูประดับโลกอย่าง Leica กระแสกล้องคู่ก็เริ่มบูมขึ้นมา ทำให้แบรนด์ต่างๆ เริ่มหันมาพัฒนากล้องคู่ของตัวเองเพื่อแข่งขันกันในตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีกล้องคู่มักจะถูกจำกัดอยู่ในสมาร์ทโฟนระดับ high-end ที่มีราคาแพงเท่านั้นทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่เข้าถึงได้ยาก แต่ล่าสุดทาง Huawei ได้เปิดตัว Huawei GR5 2017 สมาร์ทโฟนระดับกลางที่มาพร้อมคุณสมบัติกล้องคู่ออกมา โดยมีราคาค่าตัวพอๆ กับสมาร์ทโฟนระดับกลางทั่วไป ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้ใช้ทั่วไปอยู่ไม่น้อยในขณะนี้

    SPONSORED

Huawei GR5 2017 ชูจุดเด่นด้วยการเป็นสมาร์ทโฟนกล้องคู่ที่มีราคาไม่ถึงหมื่น (8,900 บาท) ซึ่งในบ้านเราไม่เคยมีการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนกล้องคู่ในราคาประหยัดขนาดนี้มาก่อน โดยตัวกล้องของ Huawei GR5 2017 นั้นประกอบด้วยเซ็นเซอร์ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และ 2 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอได้สวยงามไม่แพ้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่น นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอสไตล์โบเก้ (Bokeh) ได้อีกด้วย ส่วนคุณสมบัติด้านอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาดใหญ่เต็มมือที่ 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 7080 พิกเซล (Full HD), ชิปเซ็ต Kirin 655 แบบ 64-bit Octa-Core Processor ความเร็ว 2.1 GHz พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T830 MP2 GPU, RAM 3 GB, ความจุภายใน 32 GB, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ที่ถูกครอบทับด้วย EMUI 4.1 ตามสไตล์ของ Huawei แต่ในการใช้งานจริง โดยเฉพาะการใช้งานกล้องคู่ จะมีประสิทธิภาพน่าพึงพอใจแค่ไหนนั้น เราไปติดตามกันใน รีวิว Huawei GR5 2017 โดยทีมงาน Techmoblog กันเลยครับ

สเปก Huawei GR5 2017
  • หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 7080 พิกเซล (Full HD) พร้อมกระจกขอบนูน 2.5D
  • ชิปเซ็ต Hisilicon Kirin 655 แบบ 64-bit Octa-Core Processor ความเร็ว 2.1 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Mali-T830 MP2 GPU
  • หน่วยความจำ RAM 3 GB
  • หน่วยความจำภายใน 32 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 128 GB
  • กล้องด้านหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และ 2 ล้านพิกเซล, ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF, เม็ดพิกเซลขนาด 1.25 ไมครอน, ไฟแฟลช LED และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p
  • แบตเตอรี่ความจุ 3340 mAh
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM)
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ด้านหลังตัวเครื่อง
  • ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ครอบทับด้วย EMUI 4.1

>> สเปก Huawei GR5 2017 อย่างละเอียด คลิกที่นี่

 

รีวิว Huawei GR5 (2017) : ดีไซน์ และการออกแบบ

Huawei GR5 2017 มาพร้อมกับแพ็คเกจสีแดงโดดเด่น มีการระบุชื่อรุ่นไว้ชัดเจน และมีรายละเอียดคร่าวๆ ของตัวเครื่องระบุเอาไว้ใต้กล่อง

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบกับตัวเครื่อง Huawei GR5 2017 (เครื่องที่นำมารีวิวนี้เป็นสีทอง) และอุปกรณ์มาตรฐานซึ่งประกอบด้วย Adapter สำหรับชาร์จไฟ, สาย microUSB, หูฟัง, เข็มเจาะถาดใส่ซิมการ์ด, เคสใสสำหรับ Huawei GR5 2017, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน

Huawei GR5 2017 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลกว้าง 5.5 นิ้ว แบบ IPS LCD ความละเอียด 1920 x 7080 พิกเซล (Full HD) พร้อมกระจกขอบนูน 2.5D Gorilla Glass ตัวเครื่องมีขนาด 153.8 x 75.5 x 7.55 มิลลิเมตร และหนัก 154 กรัม ด้านบนหน้าจอประกอบด้วย Proximity Sensor ด้านซ้าย, ลำโพงสนทนา และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลที่ด้านขวา ไม่มีไฟแฟลช LED ส่วนบริเวณด้านล่างมีเพียงโลโก้ Huawei โดยปุ่มโฮมเป็นแบบ on screen ตามสไตล์ของสมาร์ทโฟน Huawei ส่วนด้านซ้ายและขวานั้น เป็นปุ่มย้อนกลับและปุ่ม Recent Apps

ตัวเครื่องด้านบนประกอบด้วยช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรและจุดเล็กๆ ที่เห็นทางด้านซ้ายนั้นเป็นไมค์ตัดเสียงรบกวน ส่วนด้านล่างเป็นลำโพงสเตริโอด้านซ้ายและขวา และพอร์ทเชื่อมต่อ microUSB ตรงกลาง

ขอบเครื่องด้านขวามีปุ่มเปิด-ปิดหน้าจอ (ปุ่มสั้น) และปุ่มปรับระดับเสียง (ปุ่มยาว) ส่วนขอบเครื่องด้านซ้ายมีเพียงถาดใส่ซิมการ์ดและ microSD

เมื่อใช้เข็มเจาะถาดใส่ซิมการ์ดออกมาจะพบว่าตัวถาดรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดทั้งแบบธรรมดาและแบบ nano-SIM โดยสล็อตด้านขวาสำหรับใส่ nano-SIM และสล็อตใหญ่ด้านซ้ายสามารถใส่ได้ทั้งซิมการ์ดขนาดปกติและ microSD ซึ่งจำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

มาดูด้านหลังตัวเครื่องกันบ้าง Huawei GR5 2017 มีบอดี้ที่เป็นวัสดุโลหะทั้งหมด ด้านหลังตัวเครื่องเป็นโลหะผิวด้าน ด้านบนมีกล้องคู่ (Dual-Camera) และไฟแฟลช LED ถัดลงมาเล็กน้อยเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือรูปวงกลม ส่วนด้านล่างเป็นโลโก้ของ Huawei

กล้องคู่ของ Huawei GR5 2017 เป็นแบบแนวตั้ง โดยกล้องหลักจะอยู่ด้านบนมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้องรองอยู่ด้านล่าง มีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือนั้นเมื่อหยิบตัวเครื่องขึ้นมาตำแหน่งของปลายนิ้วชี้จะอยู่ใกล้ๆ ตัวเซ็นเซอร์พอดี ทำให้สแกนได้อย่างสะดวก

สำหรับเคสใสที่มีมาให้ในแพ็คเกจเป็นพลาสติกที่มีความขุ่นเล็กน้อย โดยรวมแล้วมีความแข็งแรงและสามารถใส่เข้ากับตัวเครื่องได้พอดี ไม่หลวมหรือแน่นเกินไป

สำหรับหูฟังที่แถมมาให้ดูเผินๆ มีความคล้ายคลึงกับ EarPods พอสมควร สามารถปรับระดับเสียงและรับสายได้ผ่านปุ่มควบคุมซึ่งทำหน้าที่เป็นไมค์ small talk ด้วยในตัว งานประกอบโดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

 

รีวิว Huawei GR5 2017 : อินเทอร์เฟส และการใช้งานเบื้องต้น

Huawei GR5 2017 มาพร้อมกับอินเทอร์เฟซเฉพาะตัวของ EMUI 4.1 ที่เรียบง่ายสะอาดตา แต่ไม่มี App Drawer ด้วยเหตุนี้แอปพลิเคชันที่ดาวน์โหลดมาจะอยู่ในหน้า Homescreen ทั้งหมด แต่สามารถจัดวางตำแหน่งได้ตามต้องการและจับใส่โฟลเดอร์เป็นหมวดหมู่ได้

EMUI 4.1 บน Huawei GR5 2017 มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow

สามารถเปลี่ยนวอลเปเปอร์ เพิ่ม-ลบ Widget และอื่นๆ ได้ตามต้องการ

เครื่องมือพื้นฐานอย่างเครื่องคิดเลข, แผ่นจดบันทึก, ไฟฉาย, วิทยุ FM และอื่นๆ มีมาให้พร้อม รวมถึงแอปพลิเคชันหลายอย่างเช่นแอปแต่งภาพ, Facebook, ข่าว และแอปจองโรงแรม ก็ติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

ปุ่ม Recent Apps (สี่เหลี่ยมด้านขวา) เมื่อกด 1 ครั้งจะเป็นการแสดงแอปพลิเคชันที่เปิดอยู่ทั้งหมด โดยเราสามารถเลื่อนเพื่อเลือกเปิดแอปพลิเคชันที่ต้องการได้ หากกดที่เครื่องหมายถังขยะจะเป็นการปิดแอปพลิเคชันทั้งหมดทันที และจะแสดงปริมาณหน่วยความจำ RAM ที่สามารถเคลียร์ออกไปได้ให้ดูด้วย

เมื่อลากนิ้วจากขอบจอด้านบนลงมาจะพบกับหน้า "การแจ้งเตือน" ซึ่งจะบอกเวลาการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันนั้นๆ เอาไว้ด้วย และเมื่อเปิดหน้า "ทางลัด" ก็จะพบกับทางลัดการตั้งค่าที่เรามักจะใช้กันบ่อยๆ เช่น WIFI, การหมุนจอ, โหมดเครื่องบิน, เสียง และอื่นๆ

Huawei GR5 2017 รองรับโหมดการใช้งานมือเดียวซึ่งต้องเข้าไปตั้งค่าเปิดใช้งานก่อน เราสามารถลากนิ้วจากซ้ายไปขวาบนแถบควบคุมด้านล่างเพื่อเรียกใช้โหมดมือเดียวได้ทันที โดยหน้าจอจะย่อขนาดลงมาอยู่บริเวณขอบขวาล่างเพื่อให้นิ้วโป้งของเราสามารถกดได้สะดวกยิ่งขึ้น

หากไม่ชอบสไตล์การจัดเรียงไอคอนแบบมาตรฐาน สามารถปรับเปลี่ยนเป็นแบบเรียบง่ายได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อเปลี่ยนแล้วหน้าจอ Homescreen จะเปลี่ยนไปเป็นแถบใหญ่ๆ เรียงกันจนเต็มจอดังรูปด้านขวา

Huawei GR5 2017 สามารถเปลี่ยนธีมและวอลเปเปอร์ได้ แต่ก็มีให้เลือกไม่มากนัก

Huawei GR5 2017 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่องซึ่งสามารถใช้ปลดล็อคหน้าจอและเข้าถึงแอปพลิเคชันที่ล็อคอยู่ได้ (การล็อคแอปจะอธิบายในหัวข้อถัดไป) แต่ก่อนจะใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้เราต้องลงทะเบียนลายนิ้วมือเสียก่อน ซึ่งแนะนำให้ใช้นิ้วชี้เพราะเวลาถือจะใกล้เคียงกับตำแหน่งของเซ็นเซอร์ที่สุด

Huawei GR5 2017 มาพร้อมกับแอปพลิเคชันสำหรับปรับแต่งประสิทธิภาพของระบบที่ใช้งานง่าย ไม่ว่าจะเป็นการล้างไฟล์ขยะ, เคลียร์ RAM และอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเพิ่มจาก Play Store 

หนึ่งในฟังก์ชันที่น่าสนใจของแอปพลิเคชันนี้ก็คือการล็อคแอปพลิเคชันด้วยรหัสผ่านหรือลายนิ้วมือ แอปพลิเคชันที่ถูกล็อคจะไม่สามารถเข้าถึงได้หากไม่ใส่รหัสผ่านให้ถูกต้องหรือปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือที่ลงทะเบียนไว้ เหมาะสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ไม่ต้องการให้เด็กๆ เข้าไปเล่นแอปพลิเคชันบางอย่าง หรือแอบเข้าไปซื้อของใน Play Store

หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.5 นิ้วของ Huawei GR5 2017 ทำให้สามารถท่องอินเทอร์เน็ต, เล่น Facebook และอ่านข้อความผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ได้สะดวกกว่ามือถือจอเล็ก

มาดูประสิทธิภาพด้านการเล่นเกมกันบ้าง ด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T830 MP2 และ RAM 3 GB ทำให้ผลการทดสอบออกมาค่อนข้างน่าประทับใจทีเดียว เพราะแม้จะเป็นเกมที่ต้องประมวลผลกราฟิกหนักๆ อย่าง Final Fantasy Mobius ก็ไม่มีอาการกระตุกให้เห็นเลย จึงมั่นใจได้ว่าสามารถเล่นเกมส่วนใหญ่ใน Play Store ได้แน่นอน

ปิดท้ายด้วยการทดสอบ Benchmark โดยผลการทดสอบด้วยโปรแกรม AnTuTu ทำได้ 56,896 คะแนน และโปรแกรม Quadrant ทำได้ 18,220 คะแนน

การทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 4 ทำได้ 788 คะแนน สำหรับการทดสอบแบบ Single-Core และ 3,266 คะแนน สำหรับการทดสอบแบบ Multi-Core ส่วนมัลติทัช รองรับที่ 10 จุด

 

รีวิว Huawei GR5 2017 : กล้องถ่ายรูป

ในที่สุดก็ถึงคิวของพระเอกในการรีวิวครั้งนี้กันแล้วกับกล้องคู่ (Dual-Camera) ของ Huawei GR5 2017 กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และ 2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ที่สามารถถ่ายภาพแบบชัดตื้นชัดลึก หรือที่เรียกกันติดปากว่าหน้าชัดหลังเบลอ รวมไปถึงภาพสไตล์โบเก้ (Bokeh) ได้ไม่แพ้เรือธงกล้องคู่ราคาแพงเลยทีเดียว (สามารถดูตัวอย่างภาพถ่ายได้ในหัวข้อถัดไป) และยังมาพร้อมกับโหมดการถ่ายภาพและวิดีโอหลายแบบให้เลือกตามสถานการณ์ หรือจะใช้ "โหมดมือโปร" เพื่อตั้งค่าเองตามใจชอบก็ได้เช่นกัน

อีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ดของกล้องคู่ Huawei GR5 2017 คือสามารถปรับเปลี่ยนจุดโฟกัสของภาพถ่ายหน้าชัดหลังเบลอของภาพที่ถ่ายไปแล้วได้ โดยเข้าไปที่แกลเลอรี เลือกรูปภาพที่ต้องการแก้ไข แล้วกดที่วงกลมรูปชัตเตอร์ด้านล่าง เมื่อแก้ไขจนพอใจแล้วสามารถกด Save ได้ที่ไอคอนมุมขวาบน โดยจะ Save แยกเป็นไฟล์ใหม่เสมอไม่ทับไฟล์ต้นฉบับ แต่ไฟล์ใหม่นี้จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนจุดโฟกัสได้อีก ต้องปรับที่ภาพต้นฉบับเท่านั้น

สำหรับกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลมาพร้อมกับโหมดเซลฟี และการใช้งาน "เพอร์เฟคเซลฟี" ที่จะช่วยเสริมความสามารถของโหมดเซลฟีให้ดียิ่งขึ้นไปอีก สามารถเข้าไปเปิดใช้เพอร์เฟคเซลฟีและตั้งค่าอื่นๆ ได้โดยการปัดหน้าจอจากขวาไปซ้าย

โหมดเซลฟีมีฟีเจอร์ "การแต่งสวย" มาให้พร้อมสรรพ ปรับความเนียนได้ 10 ระดับ สวยหล่อได้ง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งแอปให้วุ่นวาย สามารถเปรียบเทียบความเนียนในแต่ละระดับได้ตามรูปด้านบน (คลิกเพื่อดูรูปใหญ่)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องคู่ของ Huawei GR5 2017

ตัวอย่างภาพถ่ายสไตล์โบเก้ (Bokeh)

ตัวอย่างภาพถ่ายแบบหน้าชัด-หลังเบลอ

ตัวอย่างภาพถ่ายแบบหน้าเบลอ-หลังชัด

เปรียบเทียบภาพถ่ายในโหมดปกติกับโหมดอาหาร

 

บทสรุปการใช้งาน

Huawei GR5 2017 ได้นำประสบการณ์กล้องคู่มาสู่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนระดับกลางได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะมีความละเอียดที่ค่อนข้างน้อยที่ 12 ล้านพิกเซล และกล้องรอง 2 ล้านพิกเซล แต่สามารถถ่ายภาพสไตล์หน้าชัดหลังเบลอ หรือแบบโบเก้ (Bokeh) ได้ดีไม่แพ้กล้องคู่ของสมาร์ทโฟนเรือธงแบรนด์อื่น และยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชันการถ่ายภาพที่มีโหมดต่างๆ ให้เลือกมากมายทำให้ผู้ใช้ถ่ายภาพในแบบต่างๆ ได้สวยงามโดยไม่จำเป็นต้องเป็นมือโปร หรือหากเป็นมือโปรอยู่แล้วก็สามารถตั้งค่าในส่วนต่างๆ ได้เองผ่าน "โหมดมือโปร" นอกจากนี้ภาพหน้าชัดหลังเบลอที่ถ่ายไปแล้วยังสามารถนำมาปรับเปลี่ยนจุดโฟกัสใหม่ได้ ส่วนการเซลฟีก็มาพร้อมกับ "โหมดเซลฟี" และฟีเจอร์ "เพอร์เฟคเซลฟี" ที่สามารถปรับความเนียนของผิวได้ถึง 10 ระดับและใช้งานได้ง่ายอีกด้วย

นอกเหนือจากความโดดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอด้วยกล้องคู่แล้ว คุณสมบัติด้านอื่นๆ ของ Huawei GR5 2017 ก็เรียกได้ว่าครบครัน ทั้งหน้าจอแสดงผลกว้าง 5.5 นิ้ว แบบ IPS LCD ความละเอียด 1920 x 7080 พิกเซล (Full HD) พร้อมกระจกขอบนูน 2.5D, ชิปเซ็ต Kirin 655 แบบ 64-bit Octa-Core Processor ความเร็ว 2.1 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Mali-T830 MP2 GPU, RAM 3 GB, หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 128 GB, กล้องด้านหลัง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED, รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, รองรับเครือข่าย 4G LTE, แบตเตอรี่ขนาด 3,340 mAh และระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ครอบทับด้วย EMUI 4.0 ตามสไตล์ของ Huawei พร้อมระบบล็อคแอปพลิเคชันและล้างไฟล์ขยะในตัว

Huawei GR5 2017 วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วในราคา 8,900 บาทเท่านั้น ใครที่อยากลองสัมผัสเทคโนโลยีกล้องคู่ในราคาเบาๆ Huawei GR5 2017 ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

จุดเด่นของ vivo V5

  • หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 7080 พิกเซล (Full HD) พร้อมกระจกขอบนูน 2.5D
  • ชิปเซ็ต Hisilicon Kirin 655 แบบ 64-bit Octa-Core Processor ความเร็ว 2.1 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพกราฟิก Mali-T830 MP2 GPU
  • หน่วยความจำ RAM 3 GB
  • หน่วยความจำภายใน 32 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 128 GB
  • กล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สำหรับการเซลฟีและวิดีโอคอล
  • กล้องด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และ 2 ล้านพิกเซล, ระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF, เม็ดพิกเซลขนาด 1.25 ไมครอน, ไฟแฟลช LED และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,340 mAh
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) บริเวณด้านหลังตัวเครื่องจัดวางตำแหน่งได้พอดีกับนิ้ว สามารถสแกนได้สะดวกรวดเร็ว
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
  • มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ครอบทับด้วย EMUI 4.1
  • ทำเอฟเฟ็กต์หน้าชัดหลังเบลอได้ดีไม่แพ้เรือธงกล้องคู่ราคาแพง และยังสามารถปรับเปลี่ยนจุดโฟกัสของภาพที่ถ่ายไปแล้วได้
  • ระบบล็อคแอปพลิเคชันและไฟล์ ปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือหรือรหัสผ่าน
  • ระบบเคลียร์ RAM และทำความสะอาดไฟล์ขยะในตัว
  • มีเคสพลาสติกใสและหูฟังให้ในกล่องแพ็คเกจ

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

  • ไม่สามารถใช้งาน 2 ซิมการ์ดพร้อมกับหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card ได้ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
  • ไม่สามารถถอดฝาหลังเพื่อเปลียนแบตเตอรี่ได้
  • หน่วยความจำภายในมีแค่ 32 GB ให้เลือกรุ่นเดียวเท่านั้น
  • RAM ไม่ถึง 4 GB
  • ไม่รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

ข้อควรทราบ: “เครื่อง Huawei GR5 (2017) ในบทความรีวิวนี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทาง Huawei เท่านั้น ยังไม่ใช่เครื่องที่วางจำหน่ายจริง ด้วยเหตุนี้ตัวเครื่อง หรือฟังก์ชันการทำงานบางอย่างอาจจะยังไม่สมบูรณ์ 100% เหมือนกับเครื่องที่วางจำหน่ายจริง”

 

 

---------------------------------------
บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

    Promotion มือถือ แนะนำ

Update : 11/01/2017

Huawei huawei GR5