หน้าแรก >> ข่าวทั้งหมด >> อ่านบทความ/ข่าว

[รีวิว] Canon EOS 800D กล้อง DSLR รุ่นเล็กที่ตอบโจทย์มือใหม่! ด้วยบอดี้น้ำหนักเบา พกพาสะดวก และหน้า UI ที่ใช้งานได้ง่าย พร้อมถ่ายภาพคมชัด และโฟกัสฉับไวด้วยระบบ Dual Pixel CMOS AF

แม้ว่าในพักหลังกล้องดิจิทัลแบบ Mirrorless จะได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากตัวบอดี้ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา นอกจากนี้ ปุ่มเมนูที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน จนผู้ใช้อาจหลงลืมกล้องตัวใหญ่อย่าง DSLR ไปแล้ว แต่จริงๆ กล้อง DSLR บางรุ่นนั้น ก็มีบอดี้ที่ง่ายต่อการพกพา แถมยังมีฟังก์ชันการทำงานที่ใช้ได้ง่ายคล้ายกับกล้อง Mirrorless ด้วย อย่างเช่น Canon EOS 800D กล้อง DSLR น้องใหม่จาก Canon ที่เปิดตัวในต่างประเทศไปเมื่อต้นปี 2017 และล่าสุดนี้ก็ได้มีการนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย ให้ผู้ใช้อย่างเราๆ ได้จับจองเป็นเจ้าของด้วย

สำหรับ Canon EOS 800D เป็นกล้องระดับ Entry-Level ของค่าย ที่มาพร้อมกับระบบ Dual Pixel CMOS AF พร้อมกับจุดเด่นด้านบอดี้ที่มีน้ำหนักเบาเพียง 532 กรัม นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับหน้า UI ที่ใช้งานได้ง่าย ซึ่งเรียกได้ว่าเหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดจับกล้อง DSLR ครั้งแรกเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi และ NFC ในตัวอีกด้วย วันนี้ทางทีมงาน Techmoblog จะพาทุกท่านไปดูกันหน่อยดีกว่าว่า Canon EOS 800D จะมีจุดเด่นอย่างไร และคุ้มค่าน่าใช้งานมากน้อยขนาดไหน หากพร้อมแล้ว เราไปติดตามพร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ

 

สเปค Canon EOS 800D

  • เซ็นเซอร์รับภาพ CMOS AF แบบ APS-C ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล
  • หน่วยประมวลผลภาพ DIGIC 7
  • ระบบโฟกัสภาพแบบ Dual Pixel พร้อมจุดโฟกัสทั้งหมด 45 จุด แบบ Cross Type
  • รองรับการถ่ายภาพต่อเนื่อง 6 ภาพต่อ 1 วินาที
  • ISO (ความไวแสง) 100-25600
  • จอแบบสัมผัสขนาด 3 นิ้ว
  • รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับ Full HD ที่ 60 FPS
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ NFC
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth

 

รีวิว Canon EOS 800D : รูปลักษณ์ และดีไซน์ภายนอก

Canon EOS 800D มาพร้อมกับบอดี้ขนาด 131.0 x 99.9 x 76.2 มม. น้ำหนักรวมราว 532 กรัม โดยวัสดุที่ใช้จะเป็นพลาสติก ทำให้ตัวกล้องมีน้ำหนักเบา ง่ายต่อการพกพาเมื่อเทียบกับกล้อง DSLR รุ่นใหญ่ แต่ยังถือว่าหนักกว่ากล้อง Mirrorless ทั่วๆ ไป ส่วนเซ็นเซอร์ของ Canon EOS 800D เป็นเซ็นเซอร์ขนาด APS-C ซึ่งหากจะนำไปใช้งานกับเลนส์ตัวอื่น ต้องคูณ 1.6 ไปด้วยจึงจะได้ระยะจริง


ด้านหลังมาพร้อมกับหน้าจอ TFT แบบทัชสกรีน ขนาด 3 นิ้ว ซึ่งสามารถกางออกเพื่อถ่ายภาพเซลฟี่ หรือพลิกจอเพื่อถ่ายภาพมุมสูง หรือมุมต่ำได้ตามสะดวก นอกจากนี้ ยังสามารถสลับมาใช้งานโหมด Live View ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการกดปุ่มไอคอนสีแดงด้านบน ส่วนช่องมองภาพ Optical Viewfinder ของ Canon EOS 800D ครอบคลุมการมองภาพ 95% ของภาพจริง ซึ่งภาพใครที่ต้องการจัดองค์ประกอบภาพแบบละเอียด ต้องใช้ Live View เข้าช่วยครับ

ที่ด้านบน มี Hoe Shoe สำหรับต่อแฟลชแยก ส่วนที่ด้านขวา มีการติดตั้งปุ่มควบคุมแบบต่างๆ พร้อมปุ่มปิด-ปิดไว้ที่ตำแหน่งเดียวกัน ทำให้สามารถใช้งานมือเดียวได้อย่างง่ายๆ แต่จุดที่น่าสังเกตุคือ Canon EOS 800D ไม่มีหน้าจอแสดงผลที่ด้านบน รวมทั้งไม่มีปุ่มปลดล็อคลูกบิดตรงกลาง ทำให้มืออาจเผลอไปบิดปุ่มหมุนโดยไม่ตั้งใจได้

ด้านซ้ายของตัวกล้องมาพร้อมกับปุ่มใช้งานแฟลชแบบ Pop-up ถัดมาเป็นพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ ประกอบด้วย ช่องเชื่อมต่อไมโครโฟน, ช่องเสียบสายลั่นชัตเตอร์, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ Micro USB และพอร์ตเชื่อมต่อแบบ HDMI ส่วนตรงกลางเป็นสัญลักษณ์ NFC สำหรับโอนถ่ายข้อมูลจากตัวกล้องได้แบบไร้สาย

ส่วนด้านขวาเป็นช่องเสียบ SD Card แบบ USH-1

ด้านล่างเป็นช่องใส่แบตเตอรี่แบบ LP-E17 สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องผ่าน Viewfinder ได้ประมาณ 600 ภาพ แต่หากเปิดโหมด Live View จะถ่ายภาพได้ราว 270 ภาพ

สำหรับเลนส์ Kits ที่แถมมาให้คือ EF-S18-55mm f/4-5.6 IS STM ที่ทาง Canon ได้ปรับปรุงขนาดให้เล็กลง พร้อมกับปรับปรุงระบบป้องกันภาพสั่นไหวให้ดีขึ้น ซึ่งเลนส์ตัวนี้นับว่าเหมาะกับการถ่ายภาพท่องเที่ยว หรือ Portrait ทั่วๆ ไปครับ

 

รีวิว Canon EOS 800D : ทดสอบการใช้งานเบื้องต้น

ทีเด็ดของ Canon EOS 800D คือหน้า Interface ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ตัวเมนูถูกจัดวางเป็นระเบียบ สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายๆ เพียงแค่ทัชสกรีนเท่านั้น นอกจากนี้ Canon EOS 800D ยังมาพร้อมระบบ Guide Assist ที่ตอบโจทย์มือใหม่ที่เพิ่งหัดจับกล้องเป็นครั้งแรกโดยเฉพาะ หรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับฟังก์ชันต่างๆ มากเท่าไหร่นัก โดยแต่ละหมวดจะมีคำแนะนำคอยสอนว่า หากปรับการตั้งค่าแบบนี้ จะให้ภาพในลักษณะใด ซึ่งเรียกได้ว่าเหมาะแก่การนำไปฝึกถ่ายภาพเป็นอย่างมาก

ยกตัวอย่างเช่น โหมด AV (เน้นปรับรูรับแสง) ก็จะมีคำแนะนำว่า หากเปิดรูรับแสงกว้าง โดยการเลื่อนสไลด์ไปทางซ้าย เพื่อเปิดรูรับแสงกว้าง ก็จะช่วยละลายฉากหลังของภาพ เพื่อดึงตัวแบบให้มีความโดดเด่น แต่หากเลื่อนสไลด์ไปทางขวา ก็จะทำให้ฉากหลังมีความคมชัดนั่นเอง

ส่วนฟังก์ชัน Live View ก็สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ปรากฏอาการหน่วงให้เห็น และแตะเพื่อจับโฟกัสได้แบบฉับไว อีกทั้ง ยังสามารถปรับการตั้งค่าต่างๆ ของกล้องด้วยการทัชสกรีนแบบง่ายๆ ผ่าน Live View ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ไม่ถนัดใช้ช่องมองภาพมากเท่าไหร่นัก และเป็นมือใหม่จริงๆ

นอกจากนี้ Canon EOS 800D ยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจอย่างโหมด Creative Filters ที่สามารถใส่ฟิลเตอร์ต่างๆ ให้แก่ภาพถ่ายได้ เช่น ฟิลเตอร์ขาวดำ, เอฟเฟ็กต์ Fish Eye หรือ Toy Camera ที่ปรับเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ภาพให้เหมือนกล้องฟิล์มได้ ทำให้เราสามารถจบหลังกล้องได้เลย ไม่ต้องนำไป Process ต่อในคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนแต่อย่างใด

รวมไปถึง Feature Assistant ในโหมด SCN ซึ่งให้ผู้ใช้สามารถเลือกโหมดการถ่ายภาพตามแต่ละสถานการณ์ เช่น การถ่ายภาพ Portrait ตอนกลางคืน, การถ่ายภาพอาหาร, หรือการถ่ายภาพเด็กที่มีการเคลื่อนไหวอยู่โดยตลอด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นชินกับการตั้งค่ากล้องมากนัก

สำหรับการเชื่อมต่อกล้อง Canon EOS 800D เข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อโอนถ่ายรูปภาพ ลำดับแรกให้เข้าไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Canon Camera Connect ก่อน (ดาวน์โหลด Android / iOS)

จากนั้นให้กดที่ปุ่มบนตัวกล้องตามภาพด้านต้น เพื่อเปิดการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi

เลือกไอคอนมือถือ เพื่อเริ่มต้นการจับคู่สมาร์ทโฟนเข้ากับตัวกล้อง

แตะที่เมนู Register a device for connection เพื่อลงทะเบียนอุปกรณ์ที่ต้องการจะเชื่อมต่อกับตัวกล้อง

จากนั้นให้เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับ Wi-Fi ของกล้องตามที่ปรากฏบนหน้าจอ

หากทำสำเร็จ ตัวแอปพลิเคชันจะแสดงรายชื่อกล้องที่เราเชื่อมต่ออยู่ ซึ่งเราสามารถโอนถ่ายภาพได้เลยทันที นอกจากนี้ แอปพลิเคชัน Canon Camera Connect ยังสามารถแปลร่างมือถือเป็น Live View และรีโมทควบคุมกล้องได้อีกด้วย ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ หรือภาพถ่ายเซลฟี่นั่นเอง

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Canon EOS 800D (ไม่ผ่านการปรับแต่ง)

 

บทสรุปการใช้งาน

หลังจากที่ทีมงานได้ทดลองใช้ Canon EOS 800D มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก็พอจะสรุปได้ว่า Canon EOS 800D เป็นกล้องที่สามารถตอบโจทย์มือใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับกล้อง DSLR มากนัก หรือผู้ที่ต้องการกล้องซักตัวเพื่อนำไปบันทึกภาพเก็บเหตุการณ์ และส่งต่อความประทับใจให้แก่เพื่อนๆ บนโลกโซเชียล เนื่องจากตัวกล้องมีระบบ Wi-Fi ที่สามารถโอนรูปภาพไปยังมือถือแล้วแชร์ไปบนโซเชียลได้เลย นอกจากนี้ ยังมีขนาดที่เบา พกพาง่าย พร้อมกริปที่จับได้ถนัดมือ

ส่วนด้านการใช้งานนั้น Canon EOS 800D มีหน้า UI ที่เข้าใจได้ง่าย พร้อมคำแนะนำในการถ่ายภาพแต่ละโหมด รวมไปถึงโหมด Feature Assistant ที่เราสามารถเลือกได้ว่า จะถ่ายภาพในสถานการณ์ใด ซึ่งตัวกล้องจะคอยจัดการตั้งค่าเองให้หมด ซึ่งนับว่าเหมาะกับมือใหม่ที่เริ่มต้นถ่ายภาพแต่ยังไม่มีความรู้มากนัก นอกจากนี้ ตัวกล้องยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Creative Filter สำหรับใส่เอฟเฟ็กต์ให้ภาพดูมีความน่าสนใจมากขึ้น รวมไปถึงเครื่องมือตกแต่งรูปอย่างการ Crop หรือการปรับองศาของภาพให้ตรง ทำให้เราไม่ต้องนำภาพไป Process ในคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนอีกรอบนั่นเอง

สำหรับ Canon EOS 800D เปิดราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยเอาไว้ดังนี้

  • EOS 800D w/EF-S 18-55mm f/4-5.6 IS STM 32,900 บาท
  • EOS 800D w/EF-S 18-135mm f/3.5-5.6 IS STM 40,900 บาท

สำหรับใครที่สนใจ ก็สามารถไปทดลองเล่นได้ที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านได้ครับ

 

---------------------------------------
บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

 

Update : 14/11/2017

IT Canon 800D Canon 800D Review





Cookie Consent

Our website uses cookies to provide your browsing experience and relavent informations.Before continuing to use our website, you agree & accept of our Cookie Policy & Privacy