10 ฟีเจอร์ของ iPhone X ที่สมาร์ทโฟน Android ยังไม่มี

ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางตามคาดจริงๆ ครับสำหรับ iPhone X เรือธงรุ่นฉลอง 10 ปี iPhone ที่ดูราวกับว่า Apple ได้ทุ่มเทนวัตกรรมทั้งหมดที่มีลงไปแบบไม่มีกั๊ก ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ไร้ขอบ ระบบสแกนและจดจำใบหน้า 3 มิติ การแสดงผล Augmented Reality ขั้นสูง และการถ่ายภาพที่มีการเล่นแสงและมิติมากขึ้น หลายคนอาจจะบอกว่าเทคโนโลยีหลายอย่างที่ iPhone X มีนั้น เคยมีมาก่อนแล้วในสมาร์ทโฟนฝั่ง Android แต่จริงๆ แล้วก็มีเทคโนโลยีอีกหลายอย่างที่ถูกนำมาใช้ใน iPhone X เป็นครั้งแรกเช่นกัน และนี่คือ 10 ฟีเจอร์ของ iPhone X ที่สมาร์ทโฟน Android ยังไม่มีครับ

    SPONSORED

 

1. Face ID

Face ID เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ชูโรงของ iPhone X โดยเป็นระบบสแกนและจดจำใบหน้าผู้ใช้แบบ 3 มิติเพื่อใช้ปลดล็อกตัวเครื่องและยืนยันตัวตนเมื่อใช้บริการ Apple Pay อีกทั้งยังมีระบบ machine learning ที่จดจำใบหน้าผู้ใช้ได้แม้จะเปลี่ยนทรงผม ใส่แว่น หรือโกนหนวด

ระบบสแกนใบหน้าเคยมีมาก่อนแล้วใน Samsung Galaxy S8 ซึ่งสามารถใช้ปลดล็อกตัวเครื่องและยืนยันตัวตนในบริการต่างๆ ได้เหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ระบบสแกนหน้าของ Samsung จะเก็บข้อมูลแบบ 2 มิติ ไม่ได้เก็บมิติของโครงหน้า จึงอาจจะตรวจสอบใบหน้าไม่รัดกุมเท่ากับ Face ID

 

2. True Tone Display

True Tone Display เป็นเทคโนโลยีการแสดงผลที่ปรับอุณหภูมิสีตามแสงในสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติเพื่อให้สีที่ปรากฏบนจอถูกต้องแม่นยำอยู่เสมอ ถูกนำมาใช้ครั้งแรกใน iPad และคราวนี้ก็ถูกนำมาใช้ใน iPhone X และ iPhone 8 ด้วยเช่นกัน

 

3. บันทึกวิดีโอ 4K ที่ 60fps

มีสมาร์ทโฟนหลายรุ่นที่รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K แต่ยังไม่มีรุ่นไหนที่ทำเฟรมเรตได้ถึง 60fps มาก่อน และ iPhone X ก็ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ทำเช่นนี้ได้

 

4. Slow motion 1080p สูงสุด 240 fps

หากพูดถึงการถ่ายวิดีโอ slow motion หลายคนคงนึกถึง Sony Xperia XZ Premium ที่สามารถบันทึกวิดีโอ slow motion ได้ที่เฟรมเรตสูงสุดถึง 960fps สูสีกับกล้องคอมแพ็กต์ แต่การที่จะทำเฟรมเรตระดับนี้ได้ต้องเป็นการบันทึกที่ความละเอียด HD 720p เท่านั้น หากเป็น FullHD 1080p จะทำได้สูงสุด 60fps จุดนี้เองที่ iPhone X ทำได้มากกว่า โดยสามารถถ่ายวิดีโอ FullHD ได้สูงสุดที่ 240fps

 

5. Portrait Lightning

การถ่ายภาพ portrait เป็นจุดขายของกล้องคู่ iPhone มาตั้งแต่ iPhone 7 Plus มาครั้งนี้ Apple ก็ยังคงภูมิใจนำเสนอโหมดการถ่ายภาพ portrait อีกเช่นเคย โดยเพิ่มเทคโนโลยีการแยกแยะความลึกของภาพด้วยแสงให้ภาพดูมีมิติยิ่งขึ้น และเพิ่มโหมด Portrait Lightning ที่ทำให้เราปรับเอฟเฟ็กต์แสงให้กับภาพถ่ายได้หลายรูปแบบเหมือนยกสตูดิโอมาอยู่ในมือกันเลยทีเดียว

 

6. Animoji

Animoji เป็น emoji แบบใหม่ที่เป็นโมเดล 3 มิติและขยับได้ โดยผู้ใช้สามารถบันทึกการแสดงสีหน้าของตัวเองผ่านเทคโนโลยี TrueDeph บนกล้องหน้าของ iPhone X แล้วนำมาผสานเข้ากับตัว Animoji เพื่อให้มันขยับใบหน้าตามเราได้ ทำให้ผู้ใช้สร้าง emoji ที่ไม่เหมือนใคร เป็นลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าจะทำให้ประสบการณ์การใช้งาน iPhone สนุกสนานมากยิ่งขึ้น

 

7. กล้องหน้า TrueDepth

กล้องหน้าของ iPhone X มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า TrueDepth ซึ่งสามารถแยกแยะมิติของวัตถุและฉากหลังได้ละเอียดกว่ากล้องหน้าสมาร์ทโฟนทั่วไป ทำให้ได้ภาพถ่ายหน้าชัดหลังเบลอที่สวยงามและดูมีมิติมากขึ้น อีกทั้งยังใช้งานกับโหมด Portrait Lightning ได้อีกด้วย

 

8. ไฟแฟลช Quad-LED True Tone + Slow Sync

ไฟแฟลช Quad-LED True Tone ไม่ใช่ของใหม่ เพราะเคยมีมาแล้วใน iPhone 7 แต่สิ่งที่ทำให้แฟลชของ iPhone X แตกต่างออกไปคือ Slow Sync ที่ช่วยให้การถ่ายรูปในที่มืดสวยงามยิ่งขึ้น โดยทำให้วัตถุที่อยู่ในฉากหน้าสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่จ้าเกินไปจากไฟแฟลช และไม่มืดเกินไปจนกลืนไปกับฉากหลัง

 

9. ชิปเซ็ตตัวแรกที่มี Neural Engine

Apple A11 Bionic เป็นชิปเซ็ตตัวแรกในวงการสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี neural engine สามารถเร่งประสิทธิภาพการประมวลผลของ AI ในการแยกแยะใบหน้าและเสียงและการทำงานด้านอื่นๆ หรือพูดง่ายๆ ก็คือมันทำให้ iPhone X ฉลาดขึ้นนั่นเอง

 

10. สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ไม่มีขอบล่าง

ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนจอไร้ขอบทยอยเปิดตัวออกมามากมายหลายรุ่น แต่ยังไม่มีรุ่นใดที่กำจัดขอบเครื่องด้านล่างออกไปได้หมดจด 100% iPhone X ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในวงการที่ไม่มีขอบล่างเลย โดยย้ายเซ็นเซอร์และโมดูลต่างๆ ไปอยู่บนแถบที่ยื่นออกมาด้านบนแทน

 

---------------------------------------
ที่มา : PhoneArena

แปลและเรียบเรียง : techmoblog.com

    Promotion มือถือ แนะนำ

Update : 16/09/2017

iPhone X

ข่าวอัพเดทล่าสุด